<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>มนต์รักนักเรียนนอก</title>
	<atom:link href="http://liveinjapan.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://liveinjapan.wordpress.com</link>
	<description>เรื่องฮาผ่านจอ</description>
	<lastBuildDate>Sat, 27 Dec 2008 19:36:32 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='liveinjapan.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/c3aba9f4094f216ebddf6214bf26a2ee?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>มนต์รักนักเรียนนอก</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com</link>
	</image>
			<item>
		<title>โปรโมชั่นปีใหม่ ทัวร์ GUCCI-Dior-Prada 50% up</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/27/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%8c-gucci-dior-prada-5/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/27/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%8c-gucci-dior-prada-5/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Dec 2008 19:36:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/?p=309</guid>
		<description><![CDATA[อย่าเพิ่งบ่นว่าทำไมไม่เอารูปวินเซอร์มาขึ้นตามสัญญา ต้องรอหลังวันที่หนึ่งค่ะ ไม่มี
ที่ใส่รูปทำลิงค์แล้ว วันนี้ขอเมาท์แบบไม่มีรูปละกัน
หายไปหลายวันเพราะเป็นไข้หวัดใหญ่ นอนสลบไปหลายวัน แต่คริสมาสก็ยังหอบสัง
ขารเน่าๆไปกินไก่งวงกับเค้า ฮ่าๆ กินไก่งวงติดกันมาไม่รู้กี่วันละ ปีกจะงอก เหนียง
แบบไก่งวงจะถามหาละ เฮ้อ
เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ วันนี้ไปเที่ยวมา กะไปดูของขวัญให้คุณมารดา มีคนแนะนำว่า
ไหนๆก็มาละ ไปลองเดิน Harrods สิ สวยดีนะ หรูดี ของเซลล์ด้วยตอนนี้ ก็เอาวะไปก็
ไป ไปชุบตัวกัน&#8230;..ด้วยความที่วันนี้เป็นวันที่สอง ของมหกรรมเซลล์ประจำปีของ
อิงแลนด์แดนแขกนั้น แม่เจ้าเว๊ย&#8230;..คนเยอะมากถึงมากที่สุดค่ะ เห็นถือถุงกระดาษ
กันเบริ่มตั้งแต่ในรถใต้ดิน  แต่ก็นะ ไม่รู้เป็นไรขึ้นรถใต้ดินเมืองผู้ดีทีไร มีเรื่องทุกที
รอบนี้ สายเก่าเจ้าเดิม Circle Line (ก็อีสายเดิมรอบที่แล้ว ที่เข้าใจว่าแผ่นดินไหว
เพราะรถมันโยกอะแหละ) &#8230;.ก็โหนไปดีๆนี่แหละค่ะ แล้วอยู่ดีๆมันดับกลางคันซะงั้น
ก็ชินแล้วล่ะ เพราะขึ้นทีไรมันต้องมีอะไรสักอย่างตลอด แต่ที่สำคัญ ตอนเครื่องมันชิ่ง
ดับเจ๊งบ๊งกลางคันนั้น มันไม่ได้จอดตรงสถานี มันเป็นอุโมงค์ แล้วมีท่อน้ำเยอะๆ และ
ด้วยความทีกระจกรถชิดผนังมากนั่นเอง ทำให้พวกเรา เหล่าผุ้โดยสาร เหลือบมอง
ไปเห็น หนูตัวเบอเร่อ บนอีท่อน้ำ ไม่ใช่ตัวเดียวนะคะ แต่มันเป็นหนูครอบครัว มากัน
สามตัวพ่อแม่ลูก พนูมันไต่ๆบนท่อ แล้วคิดดูสิด้วยความที่ตัวมันใหญ่มาก บวกกับรถ
ดับใกล้ๆกำแพง แม่เจ้า เหมือนลำตัวหนูมันแอบสีข้างๆกับกระจกรถใต้ดินเลยว่ะค่ะ
แล้วมันไม่ได้กลัวคนเลยนะ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=309&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>อย่าเพิ่งบ่นว่าทำไมไม่เอารูปวินเซอร์มาขึ้นตามสัญญา ต้องรอหลังวันที่หนึ่งค่ะ ไม่มี</p>
<p>ที่ใส่รูปทำลิงค์แล้ว วันนี้ขอเมาท์แบบไม่มีรูปละกัน</p>
<p>หายไปหลายวันเพราะเป็นไข้หวัดใหญ่ นอนสลบไปหลายวัน แต่คริสมาสก็ยังหอบสัง</p>
<p>ขารเน่าๆไปกินไก่งวงกับเค้า ฮ่าๆ กินไก่งวงติดกันมาไม่รู้กี่วันละ ปีกจะงอก เหนียง</p>
<p>แบบไก่งวงจะถามหาละ เฮ้อ</p>
<p>เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ วันนี้ไปเที่ยวมา กะไปดูของขวัญให้คุณมารดา มีคนแนะนำว่า</p>
<p>ไหนๆก็มาละ ไปลองเดิน Harrods สิ สวยดีนะ หรูดี ของเซลล์ด้วยตอนนี้ ก็เอาวะไปก็</p>
<p>ไป ไปชุบตัวกัน&#8230;..ด้วยความที่วันนี้เป็นวันที่สอง ของมหกรรมเซลล์ประจำปีของ</p>
<p>อิงแลนด์แดนแขกนั้น แม่เจ้าเว๊ย&#8230;..คนเยอะมากถึงมากที่สุดค่ะ เห็นถือถุงกระดาษ</p>
<p>กันเบริ่มตั้งแต่ในรถใต้ดิน  แต่ก็นะ ไม่รู้เป็นไรขึ้นรถใต้ดินเมืองผู้ดีทีไร มีเรื่องทุกที</p>
<p>รอบนี้ สายเก่าเจ้าเดิม Circle Line (ก็อีสายเดิมรอบที่แล้ว ที่เข้าใจว่าแผ่นดินไหว</p>
<p>เพราะรถมันโยกอะแหละ) &#8230;.ก็โหนไปดีๆนี่แหละค่ะ แล้วอยู่ดีๆมันดับกลางคันซะงั้น</p>
<p>ก็ชินแล้วล่ะ เพราะขึ้นทีไรมันต้องมีอะไรสักอย่างตลอด แต่ที่สำคัญ ตอนเครื่องมันชิ่ง</p>
<p>ดับเจ๊งบ๊งกลางคันนั้น มันไม่ได้จอดตรงสถานี มันเป็นอุโมงค์ แล้วมีท่อน้ำเยอะๆ และ</p>
<p>ด้วยความทีกระจกรถชิดผนังมากนั่นเอง ทำให้พวกเรา เหล่าผุ้โดยสาร เหลือบมอง</p>
<p>ไปเห็น หนูตัวเบอเร่อ บนอีท่อน้ำ ไม่ใช่ตัวเดียวนะคะ แต่มันเป็นหนูครอบครัว มากัน</p>
<p>สามตัวพ่อแม่ลูก พนูมันไต่ๆบนท่อ แล้วคิดดูสิด้วยความที่ตัวมันใหญ่มาก บวกกับรถ</p>
<p>ดับใกล้ๆกำแพง แม่เจ้า เหมือนลำตัวหนูมันแอบสีข้างๆกับกระจกรถใต้ดินเลยว่ะค่ะ</p>
<p>แล้วมันไม่ได้กลัวคนเลยนะ มันไต่กันสนุกมาก กระโดดดึ๊งไปมาก็มี แล้วหน้าตาน่า</p>
<p>เกลียดมาก อี๊ยยย&#8230;แต่ที่เด็ดกว่านั้น ผู้หญิงหลายคนที่ยืนด้วยกันมองเห็นหนูแล้ว</p>
<p>กรี๊ดกันขบวนรถไฟแทบแตกค่ะ ถุงกระดาษของเซลล์ตกกันระนาว แต่ที่เด็ดสุดคง</p>
<p>เป็นคนที่นั่งหันหลังให้กระจก พอเค้าเห็นคนกรี๊ด เค้าเลยหันหลังมองกระจก แม่เจ้า</p>
<p>หนูตัวเบอเร่อไต่มาตรงนั้นพอดี ชีกรี๊ดๆแล้วทิ้งกระเป๋า ผ้าพันคอไรให้วุ่น หนูสามตัว</p>
<p>พ่อแม่ลูกนี้ รู้สึกว่ามันค่อนข้างประสบความสำเร็จกับการปรากฎตัวครั้งแรกให้</p>
<p>สาธารณชนได้ยลโฉม เผลอๆอาจไต่ขึ้นชาร็ทเร็วกว่า Take That หรือ Duffy หรือ</p>
<p>เปล่าเราไม่รู้  แต่ที่แน่ๆกว่ารถไฟจะเคลื่อนตัวได้ เล่นเอาผู้โดยสารเพศแม่ เสียหลัก</p>
<p>เสียน้ำตา เสียสติ ไปหลายคน กลัวหนูจะกระโจนเข้ามาในรถไฟใต้ดินว่างั้น เทียบ</p>
<p>เรื่องรถไฟแล้วไม่รู้เมืองไทยหรือเมืองผู้ดีที่เป็นประเทศกำลังพัฒนา เอาวะ อย่างน้อย</p>
<p>ก็ยังไม่เคยเห็นหนูใต่ตามรถใต้ดินเมืองไทยละวะ แต่แอบคิดคนเดียวว่า รอบหน้า</p>
<p>รู้ละจะเอาอะไรเป็นของขวัญให้คนอังกฤษ จะไปกว้านซื้อไม้ไล่หนูนี่แหละ แจกมัน</p>
<p>เป็นของขวัญวันคริสมาสให้คนอังกฤษ ฮ่าๆ</p>
<p>เอาล่ะ ไปถึง Harrods กันได้แระ ก็เป็นห้างธรรมดาๆนี่แหละค่ะ ห้าชั้นมั๊งถ้าจำไม่ผิด</p>
<p>ตึกสีอิฐ มีไฟกระพริบติดระยิบระยับว่าเซลล แต่ไม่มีไฟติดว่าคนเยอะโคตร อย่าหลง</p>
<p>เข้าไปเชียว &#8230;.ฮึๆ  เห็นในทีวีดูมันหรูมากเลยนะ แต่ไปจริงๆแล้ว แอบเซ็งนิดหน่อย</p>
<p>ไม่เห็นเหมือนในทีวีเลย คนเดินละแวกนั้นก็แต่งตัวแนวเดียวกันหมด ออกแนว</p>
<p>คุณนายๆ แนว(พยายาม)รวยๆ ถือถุงเขียวๆเขียนว่า แฮรอดส์ เดินกันให้แซ่ด เข้าไป</p>
<p>แล้วหรูอย่างเดียว คงเป็นชุดยาม กับพนักงานนี่แหละ ที่มีโบติดเหนือหน่มน๊มข้างขวา</p>
<p>เหมือนป้ายบอกลำดับนางงามว่า Sale ตอนแรกแอบขำ ติดทำไมที่พนักงานวะ หรือ</p>
<p>ว่าพนักงานลดค่าตัว ฮ่าๆ แต่ๆ ไฮไลท์ของมันอยู่ที่</p>
<p>ซุ้ม แบรนด์เนมครับพี่น้อง ไม่ได้ตั้งใจจะไป แต่จะไปห้องน้ำยังไงต้องเดินผ่าน เหลือบ</p>
<p>ไปเห็น ซุ้ม GUCCI, PRADA, Dior นั่นโน่นนี่ เขียนว่า Sale 50%</p>
<p>เค้าเอาเชือกล้อมไว้ แล้วมีคนในนั้นเยอะมากก ตอนแรกนึกว่าเค้าจับฉลากกันป่าววะ</p>
<p>เพราะดูวุ่นวายมาก คนพยายามชี้ๆเอาของ แล้วพนักงานเหมือนคุยอะไรด้วยพยายาม</p>
<p>หยิบตาม แล้วก็มีเสียงกรี๊ดๆดีใจ จับฉลากแน่ๆ ชิงโชคแน่ๆ  คิดได้แบบนั้นพับฉี่เก็บ</p>
<p>กระเป๋าค่ะ เอาวะฉี่ทีหลังละกันเว๊ย ไปเล่นจับฉลากก่อน</p>
<p>มันไม่ใช่จับฉลากค่ะ แต่มันเป็นเซลล์ธรรมดาๆ ที่คนเยอะมากก และที่สำคัญ ไอ้คน</p>
<p>ที่เยอะๆน่ะไม่ใช่ชาติอังกฤษหรอก มีแต่คนจีนกับคนไทยครับพี่น้อง กรี๊ดกันแซ่ด</p>
<p>จวกหาของเซลล์กันอุตลุด จะไม่ให้รู้ว่าเป็นชาติไทยได้ไง ก็ฟังที่เค้าพูดกันสิ</p>
<p>&#8230;.กรี๊ดๆ แกๆ เอาใบนั้นให้ได้นะ อย่าให้หลุดไปให้อีเจ๊จีนนั้นเชียว หลังการบินไทย</p>
<p>ยังแพงกว่าที่นี่เซลล์เลย&#8230;.</p>
<p>&#8230;.โห&#8230;.คุ้มค่ากับการรอคอยนะ กลับไปจะเอาไปอวดเพื่อนที่ทำงาน เห็นพี่ฝ่ายบัญชี</p>
<p>เอามาอวดเพื่อนแล้วหมั่นไส้ โถ่เอ๊ยก๊อปหรือเปล่าไม่รู้ รอบนี้แหละกลับไทยชั้นชนะ</p>
<p>&#8230;..ราคาถูกมากเลยนะคะเนี่ย เงินปอนด์ก็ดิ่ง &#8230;&#8230;</p>
<p>และอีกสารพัด แต่ขอเซนเซอร์ไว้ละกัน</p>
<p>คือคนไทยเยอะจริงๆ เห็นแย่งกันน่ะ ฝรั่งนิดเดียว นอกนั้นพี่ไทยกับพี่จีนค่ะพี่น้อง</p>
<p>จะตบกันตาย ยืนต่อคิวจ่ายเงิน คาดว่ากุชชี่เซลล์รอบนี้ พี่ไทยเราคงสอยไปประมาณ</p>
<p>เปิดสาขาย่อยทีเมืองไทยได้ เหอๆ ตอนเดินหลงเข้าไป ขนาดไม่ได้เข้าไปมาก แค่รอบๆ</p>
<p>ยังแอบรู้สึกเลยว่า สงครามแบรนด์เนมส์ระหว่างผู้หญิงนี่มันน่ากลัวจริงๆ ตอนนั้น</p>
<p>ถามตัวเองว่า เฮ๊ยนี่ตูอยู่ลันดั๊น หรือว่าอยู่มิดไนท์เซลล์เซนทรัลลาดพร้าวว๊า ปอบลง</p>
<p>ค่ะปอบลง</p>
<p>เดินไปไหน ก็มีแต่คนไทยค่ะวันนี้ เหมือนเค้าเอากรุ๊ปทัวร์แบรนเนมส์มาลงหรือเปล่า</p>
<p>ไม่รู้ ฝ่ายชายก็ใช่น้อยหน้านะคะ Burberry อะไรเห็นยืนช้อปกันพรึ่ด เห็นแล้วงงเลย</p>
<p>ไม่คิดว่าชาติไทยเรา เศรษฐกิจไม่ดี แต่จะมีคนบินมาช้อปของแบรนเนมที่เมืองนอก</p>
<p>เยอะขนาดนี้ แล้วตั๋วเครื่องบินช่วงปีใหม่ถูกซะที่ไหน เห็นแล้วรู้สึกว่า เออว่ะ ยุโรปนี่</p>
<p>มันก็ฉลาดเหมือนกันนะ ทรัพยากรให้เที่ยวไม่ได้มีมากเหมือนบ้านเรา แต่เอาอย่างอื่น</p>
<p>มาล่อแทน เอาแบรนเนมส์ แล้วก็ค่านิยมความหรูหรา มาเป็น Tourist attractions</p>
<p>ซึ่งมันได้ผลมากกับมนุษย์เซลล์ผู้หญิง อำนาจการจับจ่ายของผู้หญิงนี่มันยิ่งใหญ่จริงๆ</p>
<p>ก็เข้าใจนะว่า อืมเงินเค้าจะทำไรก็ช่างเค้า แล้วนี่มันก็เซลล์เค้าอยากได้ของถูกก็ไม่</p>
<p>แปลก แต่ไม่รู้สิ เห็นคนไทยยืนกรี๊ดๆแย่งของแบรนเนมเซลล์กันแบบนั้นแล้วรู้สึก</p>
<p>ไม่ค่อยดีเท่าไร มันก็ดีที่คุณมีอำนาจการจับจ่าย แต่มองอีกด้านแล้วรู้สึกว่า ค่านิยม</p>
<p>ความฟุ้งเฟ้อของประเทศเรายังมีอยู่มาก ยังนิยมว่าการได้ครอบครองของแพงคือสิ่ง</p>
<p>ที่ดีที่สุด ซึ่งจริงๆด้วยความเห็นส่วนตัวแล้วมันไม่ใช่  หลายคนอาจคิดว่าเห้ย อัคติเกิน</p>
<p>ไปคิดมากไปหรือเปล่า แต่คุณต้องลองมาเห็น ภาพคนไทยยืนกรี๊ดๆแย่งกันจะตาย</p>
<p>ให้ได้กับแบรนเนมเซลล์ ในขณะที่อ่านข่าวหนังสือพิมพ์แล้วเศรษฐกิจไทยฮวบเอา</p>
<p>ฮวบเอา ฮึๆ เอาเถอะ กระเป๋าใครกระเป๋ามันเนอะ</p>
<p>สรุปแล้ววันนี้ไม่ได้อะไร นอกจากนั่งรถไฟไปดูหนู ดูคนไทยกับคนจีนรุมทึ้งของเซลล์</p>
<p>แต่จะว่าไปแล้วเมืองไทยเราน่าจะคิดทำแบรนด์ให้ดังๆ เกิดค่านิยมได้แบบนั้นบ้างนะ</p>
<p>เผื่อจัดมหกรรมให้คนยุโรปมาละลายเงินเมืองไทยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะต่อให้ประ</p>
<p>เทศสงครามแค่ไหน หรือบอกว่าไม่ปลอดภัย สนามบินปิด หรือไม่พูดอังกฤษ แต่ถ้าจัด</p>
<p>ให้มีมหกรรมแบรนเนมเซลล์นะ เชื่อเถอะมนุษย์เพศแม่ พร้อมใจกันฝ่ากระสุนมาแน่</p>
<p>คุณว่าจริงมั๊ย ???</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/309/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/309/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/309/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/309/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/309/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/309/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/309/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/309/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/309/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/309/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=309&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/27/%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b9%8c-gucci-dior-prada-5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>40</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Brighton ลัลล้าทะเลเมืองหนาว #2</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/19/brighton-2/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/19/brighton-2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Dec 2008 23:40:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/?p=307</guid>
		<description><![CDATA[กลับมาแล้วค่ะ มาต่อตอนจบทะเลเมืองหนาว
จริงๆอยากเขียนมันทุกวันเลย แต่อุปสรรคอยู่ที่การอัพรูปนี่แหละค่ะ ลำบากชิบ
พอนึกถึงตอนจะอัพรูป ลิงค์มาแปะแล้ว ต้องนั่งทำใจสักพัก เอาล่ะมาต่อกันเลยดี
กว่า
ทะเลอังกฤษหนาวมากกก ตอนแรกเห็นคนเดินกันค่อนข้างเยอะนึกว่าไม่ค่อยหนาว
แต่พอก้าวลงรถ โอ้วแม่เจ้า หนาวว่ะค่ะ ถึงขั้นวิ่งกลับเข้าไปในรถอีกรอบแล้วตั้งหลัก
ว่าจะลงไม่ลงดีว๊า แต่ด้วยความที่จ่ายค่าจอดกันแพงโข เอาวะ เสร่อมาทะเลกันตอนนี้
มันก็ต้องเจอลมหนาวแบบนี้ละว๊า
คิดดูละกันปกติในเมืองมันก็หนาวอยู่แล้ว เนี่ยอยู่ริมหาด ลมซัดเต็มๆ ไม่มีตึกบัง คิด
ดูมันจะหนาวแค่ไหน ฮึๆ เอาล่ะมาต่อกัน

ร้านอาหารเลียบหาด ขายพวกเบอร์เกอร์ แซนวิช เครื่องดื่ม และของที่ระลึก ก็ทั่วๆ
ไปแหละค่ะ โปสการ์ด หมวก ร่ม นั่นโน่นนี่ แต่รู้สึกไปร้านไหนจะมีขายเหมือนกัน
คือเจ้าขนมที่หน้าตาเหมือนลูกอมสีสันต่างๆ เหมือนอมยิ้มบ้านเรา แต่เสียใจ หารูป
ไม่เจอ ไว้จะหารูปจากเน็ตมาแปะทีหลังค่ะ
ตลาดริมหาดค่ะ ขายพวกหนังสือมือสอง ของแฮนเมด แล้วก็หมวกถักไหมพรม ที่ปิด
หูมีสายยาวๆลงมา พร้อมทั้งพวกถุงมือ เค้าห้ามถ่ายรูปเลยไม่ได้ถ่ายรูปร้านหมวกมา
แต่ขายดีมาก เพราะคนเดินทางมาจากที่อื่นแล้วไม่คิดว่าจะลมแรงและหนาวขนาดนี้
หมวกกับถุงมือเลยค่อนข้างป๊อบปูล่า ..กรุณาสังเกต พวกตึกอพาตเมนท์หรือคอนโด
ข้างหลังตลาด เห็นหน้าตาบ้านๆแบบนั้น ราคาแพงมาก เหมือนเป็นบ้านในฝันของ
ใครหลายคน อยู่ติดหาด ส่วนใหญ่เป็นพวกเศรษฐีซื้อไว้ บางคนบ้านอยู่นี่แต่นั่งรถไฟ
ไปทำงานที่ลอนดอน ด้วยใจรักจริงๆ
สังเกตประตูขาวๆดีน๊า ประตูใต้บันได ขาวๆเรียงกันเยอะ
ประตูขาวๆนี้ ข้างในจะเป็นห้องๆเล็กๆ ในตอนหน้าร้อนจะเปิดให้เช่า คนจะมาเช่าเพื่อ
ปิคนิค [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=307&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>กลับมาแล้วค่ะ มาต่อตอนจบทะเลเมืองหนาว</p>
<p>จริงๆอยากเขียนมันทุกวันเลย แต่อุปสรรคอยู่ที่การอัพรูปนี่แหละค่ะ ลำบากชิบ</p>
<p>พอนึกถึงตอนจะอัพรูป ลิงค์มาแปะแล้ว ต้องนั่งทำใจสักพัก เอาล่ะมาต่อกันเลยดี</p>
<p>กว่า</p>
<p>ทะเลอังกฤษหนาวมากกก ตอนแรกเห็นคนเดินกันค่อนข้างเยอะนึกว่าไม่ค่อยหนาว</p>
<p>แต่พอก้าวลงรถ โอ้วแม่เจ้า หนาวว่ะค่ะ ถึงขั้นวิ่งกลับเข้าไปในรถอีกรอบแล้วตั้งหลัก</p>
<p>ว่าจะลงไม่ลงดีว๊า แต่ด้วยความที่จ่ายค่าจอดกันแพงโข เอาวะ เสร่อมาทะเลกันตอนนี้</p>
<p>มันก็ต้องเจอลมหนาวแบบนี้ละว๊า</p>
<p>คิดดูละกันปกติในเมืองมันก็หนาวอยู่แล้ว เนี่ยอยู่ริมหาด ลมซัดเต็มๆ ไม่มีตึกบัง คิด</p>
<p>ดูมันจะหนาวแค่ไหน ฮึๆ เอาล่ะมาต่อกัน</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3197/3120670551_1b5dea9d49.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p>ร้านอาหารเลียบหาด ขายพวกเบอร์เกอร์ แซนวิช เครื่องดื่ม และของที่ระลึก ก็ทั่วๆ</p>
<p>ไปแหละค่ะ โปสการ์ด หมวก ร่ม นั่นโน่นนี่ แต่รู้สึกไปร้านไหนจะมีขายเหมือนกัน</p>
<p>คือเจ้าขนมที่หน้าตาเหมือนลูกอมสีสันต่างๆ เหมือนอมยิ้มบ้านเรา แต่เสียใจ หารูป</p>
<p>ไม่เจอ ไว้จะหารูปจากเน็ตมาแปะทีหลังค่ะ</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3229/3120670533_7381e36d07.jpg" alt="" width="500" height="333" />ตลาดริมหาดค่ะ ขายพวกหนังสือมือสอง ของแฮนเมด แล้วก็หมวกถักไหมพรม ที่ปิด</p>
<p>หูมีสายยาวๆลงมา พร้อมทั้งพวกถุงมือ เค้าห้ามถ่ายรูปเลยไม่ได้ถ่ายรูปร้านหมวกมา</p>
<p>แต่ขายดีมาก เพราะคนเดินทางมาจากที่อื่นแล้วไม่คิดว่าจะลมแรงและหนาวขนาดนี้</p>
<p>หมวกกับถุงมือเลยค่อนข้างป๊อบปูล่า ..กรุณาสังเกต พวกตึกอพาตเมนท์หรือคอนโด</p>
<p>ข้างหลังตลาด เห็นหน้าตาบ้านๆแบบนั้น ราคาแพงมาก เหมือนเป็นบ้านในฝันของ</p>
<p>ใครหลายคน อยู่ติดหาด ส่วนใหญ่เป็นพวกเศรษฐีซื้อไว้ บางคนบ้านอยู่นี่แต่นั่งรถไฟ</p>
<p>ไปทำงานที่ลอนดอน ด้วยใจรักจริงๆ</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3104/3120670547_34bdf7fba8_b.jpg" alt="" width="1024" height="683" />สังเกตประตูขาวๆดีน๊า ประตูใต้บันได ขาวๆเรียงกันเยอะ</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3119/3120670539_b6876dcd19.jpg" alt="" width="500" height="333" />ประตูขาวๆนี้ ข้างในจะเป็นห้องๆเล็กๆ ในตอนหน้าร้อนจะเปิดให้เช่า คนจะมาเช่าเพื่อ</p>
<p>ปิคนิค ย่างบาบีคิวกัน ส่วนราคาเท่าไรนั้น อันนี้ไม่ทราบค่ะ เห็นบอกว่าไม่แพง แต่</p>
<p>แต่ตอนหนาวๆแบบนี้ ก็นี่แหละค่ะเปิดคาเฟ่ขายกาแฟ โกโก้ร้อนๆ แต่ร้านถัดไปขาย</p>
<p>ไอติมครับพี่น้อง ร้านขายไอติมวอลส์ แม่เจ้าใครจะกิน แค่ฉี่ออกมาก็เย็นแทบจะเป็น</p>
<p>หวานเย็นอยู่แล้ว กินไอติมวอน(วอลล์)เข้าไป คงได้วอน(วอลล์)ตายกันพอดี</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3190/3120698301_a112ff5453.jpg" alt="" width="333" height="500" /></p>
<p>วิวริมหาดค่ะ มองไกลๆจะเห็น Brighton Pier แต่ไม่มีเรือใหญ่มาเทียบท่าหรอก</p>
<p>เมืองนี้ไม่ใช่เมืองท่าค่ะ ก็จะมีแต่เรือเล็กๆเอาไว้ให้พวกเศรษฐีขับเล่น ตรงท่าเรือ</p>
<p>ที่ยื่นนั้น มีสวนสนุกขนาดย่อม เรียกให้หรูไปงั้นแหละ ขับผ่านใกล้ๆแล้วมันคือ</p>
<p>งานวัดฝรั่งชัดๆ มีน้องม้าหมุน ยิงปืนเอาตุ๊กตาหมี(ควาย) โยนห่วงเอาไอพอด</p>
<p>ถ้าใครมาอังกฤษอย่าได้หลวมตัวไปลองเล่นเชียว ตัวดูดเงินเลยขอบอก เอาเงินไป</p>
<p>ซื้อตามร้านคุ้มกว่าจริงๆรับประกัน เพราะหนูฮาโดนหลอกมาก่อนแล้ว ฮ่าๆ โดน</p>
<p>ไปหลายปอนด์ไม่ได้แม่แต่ขี้เล็บน้องหมีควาย เจ้าของเห็นใจเลยให้อมยิ้มมาอัน ปั๊ด</p>
<p>เจ้าวุ้ย&#8230;.ถ้าแม่อิฉันรู้คงกระทืบปอดฉีก ที่ลูกสาวเสียโง่ซื้ออมยิ้มเสริมบารมีโง่ไปหลาย</p>
<p>ปอนด์เสตอริง</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3054/3120698285_a1af128b87.jpg" alt="" width="333" height="500" />และนี่คือ&#8230;..ท่าเรือเก่า แต่โดนไฟไหม้ เค้ายังเก็บไว้เหมือนเป็นอนุสรณ์สถานค่ะ</p>
<p>เหมือนเป็นสถานที่ประจำเมืองไรพวกนี้ เพราะตามถังขนะของเมืองนี้จะเห็นเป็นรูป</p>
<p>เจ้าท่าเรือเก่านี้ แล้วก็รูปทัชมาฮาลขนาดย่อม ถ้าซื้อโปสการ์ดที่นี่ ยังไงก็จะมีรูปเจ้า</p>
<p>ท่าเรือไฟไหม้นี้แหละค่ะ</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3100/3120682583_be7c83b7ab.jpg" alt="" width="500" height="333" />นี่เป็นภาพสมัยเจ้าท่าเรือนี้เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆค่ะ ถือเป็นย่านเจริญหรือแหล่งอัคร</p>
<p>มหาสถานบันเทิงสมัยนั้นเลยก็ได้ คนที่ยืนๆกันอยู่นั่นดูการแต่งตัวแล้วคงเป็นเด็ก</p>
<p>ฮิบกันสุดๆในสมัยนั้น หมวกเหมือนหมวกนักกีฬาขี่ม้า หนูฮาคิดอยากไปหามาเป็น</p>
<p>อุปกรณ์เสริมงาม อย่างฮิปกันเค้าบ้าง แต่เท่าที่เห็น มันคงจะไม่ฮิปละเพราะพี่ตำ</p>
<p>รวจเค้าใส่กัน</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3080/3120682557_5880c555bb.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p>เดินเล่นท้าลมหนาวกันนาน เริ่มคิดได้ ว่าเออว่ะเรามาหาอาหารทะเลกินนี่หว่า หิว</p>
<p>มาก เพราะโดนสูบวิญญาณไปตั้งแต่ตอนล้างรถ แล้วไหนจะเดินต้านลมหนาวริมหาด</p>
<p>แต่เหมือนฟ้าเป็นใจค่ะ ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามทะเลเยอะ คงเหมือนทะเลบ้านเราแถ</p>
<p>ระยองที่มีเพิงหมาแหงน ขายอาหารทะเลสดๆบ้านๆ ตัดสินใจเลือกร้านนี้แหละค่ะ</p>
<p>เพราะมีกาแฟอิตาเลี่ยนให้ดื่มด้วย กระแดะอยากเข้าร้านกาแฟกับเค้า แต่ดื่มไม่ได้</p>
<p>เพราะกลัวปวดท้อง ได้นั่งซดน้ำเปล่าดมกาแฟชาวย้านเค้า ในขณะที่รออาหารนั้น</p>
<p>บังเอิ๊นบังเอิญ สายการบินโทรมา เรื่องตั๋ว และนี่เป็นต้นเหตุแห่งความอัปยศ</p>
<p>ระหว่างรออาหารเลยก็ว่าได้</p>
<p>สายการบินขอให้สะกด เลขบางอย่าง แล้วเลขมันเป็นแบบนี้ JMK xxx U</p>
<p>ด้วยความที่หิวมาก บวกกับคนในร้านเยอะพอสมควร ไหนจะบรรดาชาวสหาย</p>
<p>ที่แหกปากคุยกันข้างๆทั้งหัวทองหัวดำ วุ่นวายเหมือนตลาดแตกค่ะ พอหิวแล้วจะโง่</p>
<p>ตอบอะไรแบบมึนๆ เค้าบอกให้สะกด หนูฮาเลยจัดไป</p>
<p>J &#8230;J for (เงียบไปเกือบวิ คิดคำตอบ ) J for Jack</p>
<p>M &#8230;M for&#8230;.ermmm oh no M for Ma&#8217;am (แหม่ม)</p>
<p>K&#8230;for &#8230;&#8230;.err King</p>
<p>อีตาพนักงานอึ้งไปหนึ่งวิ เกือบขำแล้วตอบกลับมา(แต่ที่แน่ๆ เพื่อนนั่งอยู่ด้วย ฮากัน</p>
<p>กลิ้ง แถมโต๊ะข้างๆมองยิ้มๆ เพราะตอบเสียงดังแข่งเสียเพื่อน)</p>
<p>Ok&#8230;alright so your code number is JMK xxx Jack Ma&#8217;am King xxx</p>
<p>And could you tell me the last one?</p>
<p>เออว่ะยังไม่ครบทุกตัวนี่หว่า เหลือตัวไรวะเนี่ย เอ้อตัว ยู &#8230;ยู ยู&#8230;.เอิ่ม ยู</p>
<p>เสียงลอยละลิ่วมาจากปากเพื่อนเลิฟที่นั่งข้างๆ สองคนที่พยายามช่วยเพื่อนยามคับ</p>
<p>ขัน เพราะรู้กันอยู่แล้วว่าหิวแล้วจะโง่คิดไรไม่ออก ปกติถ้าสะกดอะไรแบบนี้ จะ</p>
<p>เล่นชื่อประเทศ แต่ประเทศไรว๊า มีตัวยู แล้วจะมาหาประเทศทำแป๊ะไรว๊า เมื่อกี๊</p>
<p>เล่นปล่อยมุข แจ๊ค แหม่ม คิงเป็นไผ่ไปแล้วตรู ยู ยู อะไร</p>
<p>&#8216; &#8216; U &#8211;ultraman &#8221;</p>
<p>&#8221; U for U- Turn&#8221;</p>
<p>นี่คือสิ่งที่เพื่อนช่วยยเพื่อน ดูรูปการณ์แล้ว ขอเลิกยูเทิร์นละกันวะ ยู อุลตร้าแมน</p>
<p>เนี่ยอนาถเกิน</p>
<p>ไม่ต้องถามว่าพนักงานหัวเราะมั๊ย เพราะเค้าได้ยินกันหมดเลย อียู อุลตร้าแมนเนี่ย</p>
<p>โต๊ะข้างๆนั่งอมยิ้มกันเป็นแถว อับอายค่ะอับอาย แต่ตอนนั้นคิดไรไม่ออกจริงๆ</p>
<p>ยังโชคดีที่อาหารมาพอดี รอดตัว</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3229/3120682579_7a671340ae.jpg" alt="" width="333" height="500" /></p>
<p>อันนี้เป็น หอยแมลงภู่ผัดกับซอสพริกของอิตาลี่แล้วก็ใส่ผ้กโขม สีเหมือนเผ็ด</p>
<p>แต่รสชาติเบบี้มาก และที่สำคัญได้เยอะมากกกกกกก สิบปอนด์ ได้น้องแมงภู่</p>
<p>มาเกือบห้าสิบตัวได้ ตอนสั่งมาโต๊ะข้างๆแอบมองแล้วสั่งตาม ฮ่าๆ เรียกได้ว่า</p>
<p>เป็นเมนูที่เรียกร้องความสนใจได้ดี</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3122/3120682571_f739b0133b.jpg" alt="" width="500" height="333" />และนี่ เมนูบ้านๆของอังกฤษ Fish and chips</p>
<p>หน้าตามันบ้าน แล้วมีขายกันทั่วประเทศ หากินง่าย เหมือนข้าวกระเพราไข่ดาว</p>
<p>แต่ขอโทษ ร้านนี้ทำอร่อยมาก เพราะได้ปลามาสดๆจากทะเล แล้วมันฝรั่งก็ทอด</p>
<p>ด้วยน้ำมันมะกอก แกะเนื้อมาออกมา ควันขึ้นแล้วราดมะนาวลงไป รสชาติปลา</p>
<p>จะหวานธรรมชาติตัดกับน้ำมะนาวเปรี้ยว วุ้วอร่อย&#8230;</p>
<p>ร้านนี้ชื่อ เดอะ พลาซ่าค่ะ เจ้าของเป็นครอบครัวอิตาเลี่ยน ย้ายมาอยู่นี่ ใจดีและ</p>
<p>เป็นกันเองมาก ราคาอาหารถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับคุณภาพและปริมาณและรส</p>
<p>ชาติ ถือว่าคุ้มค่ะกับการออกมาทานข้างนอกเมืองครั้งนี้ เพราะได้ทานอาหารทะเล</p>
<p>สดๆ แม้จะไม่มีน้ำจิ้มทะเลบ้านเรา แต่ก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ โต๊ะข้างๆถึงขั้นถาม</p>
<p>โต๊ะมิตรสหายแจ๊คแหม่มคิงพวกเราว่า อาหารเผ็ดมั๊ย ปลาอร่อยมั๊ย เพราะเห็นสั่ง</p>
<p>กันแทบทุกคน แล้วกินกันตะกละตะกรามมาก ช้อนมีส้อมมีไม่เอา ใช้มือเปิบฮ่าๆ</p>
<p>เค้าบอกว่าจะกินหอยแมงภุ่ให้อร่อยต้องใช้มือแบบนี้แหละ แล้วเค้ามีน้ำแช่มะนาว</p>
<p>มาให้เราล้างมือด้วย เลยจัดการเปิบกันปากแดง มือมันเยิ้มกันสุดๆ ชุดคุณนายที่ใส่มา</p>
<p>หมดมาดแล้วค่ะ</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3234/3120698277_b4891c4e25.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p>อิ่มแล้วก็เดินกลับรถแหละค่ะ เพราะมันเริ่มมืดแล้ว ระหว่างทางพยายามจะทำเก๋</p>
<p>คนจูงหมาในรูป ด้วยการเดินแตะน้ำนิดหน่อย แต่มองดูดีๆแล้ว หมามันยังไม่กล้าลง</p>
<p>น้ำเลย เปลี่ยนใจใส่รองเท้าเดินกลับรถแต่โดยดี ฮ่าๆ</p>
<p><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3275/3110837752_02a8f96bb0.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p>มืดแล้ว เราจำเป็นต้องกลับบ้านแล้วค่ะ แม้ใครต่อใครจะบอกว่า ที่นี่ค่อนข้างมีสีสัน</p>
<p>ในตอนราตรี เพราะเต็มไปด้วยผับเกย์ และสถานบันเทิงอื่นๆมากมาย แต่พวกเรา</p>
<p>จำเป็นต้องลดละเลิกการท่องราตรีไว้ เพราะจุดมุ่งหมายการมาที่นี่เพื่อทานอาหาร</p>
<p>ทะเลและเดินชมบ้านเมือง พวกเราตัดสินใจกลับ เพราะอยากเก็บความทรงจำดีๆ</p>
<p>เกี่ยวกับ brighton ไว้ว่า เป็นเมืองชายทะเล ที่เงียบสงบน่ารัก เต็มไปด้วยสีสันของ</p>
<p>นักศึกษาที่มีแนวแต่งตัวเป็นตัวของตัวเอง และชาวเมืองที่น่ารัก เราไม่อยากได้</p>
<p>ภาพเมืองชายหาดที่เต็มไปด้วย ผับ บาร์ หรือแสงสี ที่หาที่ไหนก็ได้ ขอจบความทรง</p>
<p>จำเกี่ยวกับเมืองนี้แค่ช่วงพระทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าดีกว่า&#8230;.</p>
<p>วันนึงข้างหน้า ถ้ามีโอกาส ยังอยากกลับมาที่นี่ Brighton ทะเลเมืองผู้ดี ต้นกำเนิด</p>
<p>แจ๊ค แหม่ม คิง !!!</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</p>
<p>ขอขอบพระคุณทุกคนนะคะที่แวะเข้ามา ไม่ได้ลงข้อมูลเมืองไว้มากนัก เพราะคิดว่า</p>
<p>ทุกคนสามารถหาอ่านได้ตามอินเตอร์เนต เลยขอทำบลอกนำเที่ยวแนวของตัวเองละ</p>
<p>กัน ทำเอามันส์ ฮ่าๆ รอบหน้าจะพาไปให้อาหารหงษ์ นกเป็ดน้ำ และตามรอยเจ้าชาย</p>
<p>วิลเลี่ยมที่วินเซอร์ค่ะ สำหรับวันนี้ต้องขอลา เพราะเหนื่อยมาก ยังไงรักษาสุขภาพกัน</p>
<p>ด้วยนะค๊า</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/307/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/307/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/307/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/307/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/307/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/307/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/307/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/307/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/307/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/307/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=307&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/19/brighton-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3197/3120670551_1b5dea9d49.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3229/3120670533_7381e36d07.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3104/3120670547_34bdf7fba8_b.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3119/3120670539_b6876dcd19.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3190/3120698301_a112ff5453.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3054/3120698285_a1af128b87.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3100/3120682583_be7c83b7ab.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3080/3120682557_5880c555bb.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3229/3120682579_7a671340ae.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3122/3120682571_f739b0133b.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3234/3120698277_b4891c4e25.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3275/3110837752_02a8f96bb0.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>Brighton ลัลล้าทะเลเหมืองหนาว</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/15/brighton/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/15/brighton/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2008 16:23:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/?p=305</guid>
		<description><![CDATA[เนื่องจากตอนนี้อาการของท้องดีขึ้นเป็นลำดับหลังจากได้รับการรักษาจากหมอ เมืองผู้ดี
ทำให้อยู่ดีๆอยากกินโน่นนั่นนี่ตลอดเวลา เหมือนกับจะชดเชยกับที่ไม่ได้อะไรนอก
จากปลากับข้าวต้มมาซะนาน อยู่นี่มาก็นานสักพักยังไม่ได้แตะอาหารทะเลเลยว๊า
อยากจัดถึงขั้นเก็บเอาไปฝัน ว่านั่งเรือออกไปจับปลา หลังจากที่อาทิตย์ก่อนๆฝัน
ถึงนักร้องบอยแบนด์วง Take That เดี๋ยวก่อนอย่าเข้าใจผิดคิดว่าสิเน่หา ป๊าวมิใช่
เลย เป็นอารมณ์มากกว่า เพราะอังกฤษรู้สึกจะโปรโมตเหลือเกิน ไปไหนก็มีแต่
เพลงเปิดตัวของวงนี้ โปสเตอร์ วิทยุ ทีวี มีแต่ข่าววงนี้ มันเลยซึมเข้าสู่เส้นกระแส
ความฝันของหนูฮาโดยมิได้ตั้งใจ ถึงขั้นเอาไปฝันว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัววงนี้ แต่ถ้า
ได้เป็นผู้จัดการบรรดาเฮียๆแกจริง คงจะเจียดตังค์สักก้อนซื้อ ครีมลบรอยตีนกา
ตีนม้าไปแจก เพราะดูแล้วบรรดาเฮียแกเริ่มร่วงโรยตามสังขารเหลือเกิน กลัวจะ
หง่อมกลางเวทีกันซะก่อน
เอาล่ะนินทา Take That มาซะนาน ได้โอกาสดี สองสามวันนี้ มีผู้ดีใจบุญชวนไปกิน
อาหารทะเล แต่ไม่รู้เกิดเฮี้ยนอะไรกันขึ้นมา ลงมติแล้ว ทุกคนอยากเลยเถิด ออกนอก
ลู่ไปไกลถึงทะเล ด้วยการให้เหตุผลว่า เฮ๊ย กินอาหารทะเลในเมืองมันแพง จานนึงปา
ไปหลายสิบปอนด์ แล้ววันนี้อากาศดี ไม่หนาวมาก อุ่นๆ เหมาะกับการไปทะเล &#8230;.
อืมไอ้ข้อความหลังนี่เป็นคำพูดหลุดจากปากหนุ่มผู้ดีที่กระหือรือยากไปทะเลจัด ไม่
หนาวบ้านแกสิ จะติดบลอยู่รอมร่อ เอาวะไปทะเลตอนอากาศจะติดลบ รถยนต์ยัง
แปลงสภาพกลายเป็นหวานเย็นเลยคิดดูละกัน ยังกระแดะอยากไปทะเลกัน
แต่ๆ ไปทะเลทั้งทีจะนั่งรถเค้าไปฟรีๆมันก็กระไรๆอยู่เนอะ สมาคมก๊วนที่ไปด้วยกัน
ช่วยกันซื้อสเบียง ติดรถนิดหน่อย ในขณะที่หนึ่งอิสตรีลืมกระเป๋าตังค์ ชิบหายละ
ก็เลยแสดงความมีน้ำใจด้วยการ&#8230;.
ล้างรถ!!! น้ำกระเด็นโดนหน้าที โหยเหมือนโดนน้ำมนต์สาด
หนาวววว&#8230;.แต่ก็เอาวะ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=305&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p style="text-align:center;">เนื่องจากตอนนี้อาการของท้องดีขึ้นเป็นลำดับหลังจากได้รับการรักษาจากหมอ เมืองผู้ดี</p>
<p style="text-align:center;">ทำให้อยู่ดีๆอยากกินโน่นนั่นนี่ตลอดเวลา เหมือนกับจะชดเชยกับที่ไม่ได้อะไรนอก</p>
<p style="text-align:center;">จากปลากับข้าวต้มมาซะนาน อยู่นี่มาก็นานสักพักยังไม่ได้แตะอาหารทะเลเลยว๊า</p>
<p style="text-align:center;">อยากจัดถึงขั้นเก็บเอาไปฝัน ว่านั่งเรือออกไปจับปลา หลังจากที่อาทิตย์ก่อนๆฝัน</p>
<p style="text-align:center;">ถึงนักร้องบอยแบนด์วง Take That เดี๋ยวก่อนอย่าเข้าใจผิดคิดว่าสิเน่หา ป๊าวมิใช่</p>
<p style="text-align:center;">เลย เป็นอารมณ์มากกว่า เพราะอังกฤษรู้สึกจะโปรโมตเหลือเกิน ไปไหนก็มีแต่</p>
<p style="text-align:center;">เพลงเปิดตัวของวงนี้ โปสเตอร์ วิทยุ ทีวี มีแต่ข่าววงนี้ มันเลยซึมเข้าสู่เส้นกระแส</p>
<p style="text-align:center;">ความฝันของหนูฮาโดยมิได้ตั้งใจ ถึงขั้นเอาไปฝันว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัววงนี้ แต่ถ้า</p>
<p style="text-align:center;">ได้เป็นผู้จัดการบรรดาเฮียๆแกจริง คงจะเจียดตังค์สักก้อนซื้อ ครีมลบรอยตีนกา</p>
<p style="text-align:center;">ตีนม้าไปแจก เพราะดูแล้วบรรดาเฮียแกเริ่มร่วงโรยตามสังขารเหลือเกิน กลัวจะ</p>
<p style="text-align:center;">หง่อมกลางเวทีกันซะก่อน</p>
<p style="text-align:center;">เอาล่ะนินทา Take That มาซะนาน ได้โอกาสดี สองสามวันนี้ มีผู้ดีใจบุญชวนไปกิน</p>
<p style="text-align:center;">อาหารทะเล แต่ไม่รู้เกิดเฮี้ยนอะไรกันขึ้นมา ลงมติแล้ว ทุกคนอยากเลยเถิด ออกนอก</p>
<p style="text-align:center;">ลู่ไปไกลถึงทะเล ด้วยการให้เหตุผลว่า เฮ๊ย กินอาหารทะเลในเมืองมันแพง จานนึงปา</p>
<p style="text-align:center;">ไปหลายสิบปอนด์ แล้ววันนี้อากาศดี ไม่หนาวมาก อุ่นๆ เหมาะกับการไปทะเล &#8230;.</p>
<p style="text-align:center;">อืมไอ้ข้อความหลังนี่เป็นคำพูดหลุดจากปากหนุ่มผู้ดีที่กระหือรือยากไปทะเลจัด ไม่</p>
<p style="text-align:center;">หนาวบ้านแกสิ จะติดบลอยู่รอมร่อ เอาวะไปทะเลตอนอากาศจะติดลบ รถยนต์ยัง</p>
<p style="text-align:center;">แปลงสภาพกลายเป็นหวานเย็นเลยคิดดูละกัน ยังกระแดะอยากไปทะเลกัน</p>
<p style="text-align:center;">แต่ๆ ไปทะเลทั้งทีจะนั่งรถเค้าไปฟรีๆมันก็กระไรๆอยู่เนอะ สมาคมก๊วนที่ไปด้วยกัน</p>
<p style="text-align:center;">ช่วยกันซื้อสเบียง ติดรถนิดหน่อย ในขณะที่หนึ่งอิสตรีลืมกระเป๋าตังค์ ชิบหายละ</p>
<p style="text-align:center;">ก็เลยแสดงความมีน้ำใจด้วยการ&#8230;.</p>
<p style="text-align:center;"><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3169/3110852744_7c74127f17.jpg" alt="" width="500" height="333" />ล้างรถ!!! น้ำกระเด็นโดนหน้าที โหยเหมือนโดนน้ำมนต์สาด</p>
<p style="text-align:center;">หนาวววว&#8230;.แต่ก็เอาวะ ช่วยๆกัน ถือว่าเป็นการวอร์มอัพ ก่อนไปโดนไอทะเล ฮึๆๆ</p>
<p style="text-align:center;">เอาล่ะในเมื่อล้างรถเสร็จแล้ว ขึ้นรถแล้วไป เที่ยวทะเลกันปลายทางของเราวันนี้อยู่</p>
<p style="text-align:center;">ที่ Brighton ค่ะ (จริงๆไม่รู้หรอกว่าเค้าจะลากไปไหนกัน เพราะหลับเหนื่อยหลังจาก</p>
<p style="text-align:center;">โดนโขกสับล้างรถ โผล่อีกทีก็ถึงแล้ว)</p>
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3230/3110852752_07bf88a102.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">ตื่นมาอีกทีก็โดนสะกิดให้มองนอกหน้าต่าง เพื่อถามทางไปชายหาด เพราะรู้สึกว่า</p>
<p style="text-align:left;">น้อง GPS จะบอกทางซี้ซั้วเมื่อเข้าเขตเมือง  แล้วด้วยความเร็วขนาดนี้ จะแหกปาก</p>
<p style="text-align:left;">ถามน้องจักรยานได้ไงว๊า เลยตัดสินใจ ขับตามน้องชุดแดง เพราะคิดว่าน้องคงไปที่</p>
<p style="text-align:left;">เดียวกันกับเรา..มาดูกันว่าท้ายสุดแล้วน้องชุดแดงเค้าจะไปไหน</p>
<p style="text-align:left;"><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3043/3110852760_06c9711c57.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p style="text-align:left;">ใช่แล้วค่ะ&#8230;.น้องเค้าไม่ได้ไปชายหาด แต่น้องเค้ากะปั่นเข้าสวนสาธารณะ&#8230;.แม่เจ้า</p>
<p style="text-align:left;">หลอกให้ขับตาม แต่เหมือนนัง GPS มันรู้ค่ะ มันเริ่มกลับมาทำหน้าที่ หลังจากที่มัน</p>
<p style="text-align:left;">บอกให้ U-Turn กลับทางเดิมทั้งที่เพิ่งเข้าเมือง เอาล่ะ นังGPS เริ่มแหกปากอีกแล้ว</p>
<p style="text-align:left;">&#8221; After 200 Yards &#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p style="text-align:left;">หักพวงมาลัยตามทันที</p>
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3017/3110852756_7b12b112b1.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p style="text-align:left;">เริ่มๆมีเค้าว่าจะเจอทะเล เพราะเห็นฟ้าโปร่งๆอยู่ข้างหน้า ตัดสินใจกลับเชื่อนังจีพีเอสอ</p>
<p style="text-align:left;">อีกครั้ง</p>
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3256/3110852782_a80dac22b6.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p style="text-align:center;">ใช่แล้วเราเริ่มมาถูกทางค่ะ เห็นป้ายอยู่ข้างหน้ารำไร</p>
<p style="text-align:center;">ป.ล. ลืมบอกไป รูปเซตนี้ถ่ายบนรถแทบทั้งนั้น เพราะงั้นไม่ต้องแปลกใจถ้าจะ</p>
<p style="text-align:center;">เห็นรูปรถนำหน้า และเจ้า รถคันสีดำข้างหน้านั้น ตอนนี้ขายดีมากๆที่อังกฤษ</p>
<p style="text-align:center;">อารมณ์เหมือน Honda Jazz</p>
<p style="text-align:center;"><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3193/3110852790_509d2ab26f.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p style="text-align:center;">และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองนี้ ไม่รู้จะเรียกว่าไรดี เหมือนเป็นปราสาทหรือทัชมาฮาลทำนองนั้น เด่นมากๆ แต่เสียใจ</p>
<p style="text-align:center;">ไม่มีเวลาแว่บไปดูค่ะ</p>
<p style="text-align:left;">เค้าว่ากันว่า เจ้าปราสาทแขกนี้นั้น สมัยก่อนมีเศรษฐีชาวอังกฤษนายนึง เดินทาง</p>
<p style="text-align:left;">ไปอินเดียแล้วติดใจสภาปัตยกรรมของอินเดีย พอกลับบ้านเมืองตัวเองมาเลยจัด</p>
<p style="text-align:left;">การสร้างไว้มันที่นี่ซะเลย จริงๆแล้ววมีรูปปั้นเค้านะ แต่ว่าจนปัญญาถ่ายให้ดู ไฟ</p>
<p style="text-align:left;">เขียวพอดี แชะไม่ทัน เห่อๆ</p>
<p style="text-align:center;"><img class="aligncenter" src="http://farm4.static.flickr.com/3260/3110837764_0934e2dd8d.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p style="text-align:center;">เอาละค่ะ ในที่สุด เราก็มาถึงทะเลกันจนได้หลังจากที่ ต้องทะเลาะ กับนัง</p>
<p style="text-align:center;">น้องจีพีเอสอยู่ครู่ใหญ่ๆ</p>
<p style="text-align:center;">ค่าจอดรถริมถนนติดหาดแพงมากๆ</p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;"><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3255/3110837758_bf3d4872b4.jpg" alt="" width="500" height="333" />และแล้ว เราก็ตัดสินใจจอดรถกันละแวกนี้</p>
<p style="text-align:center;">นกเยอะมากค่ะวันนี้คนเดินเล่นก็เยอะ</p>
<p style="text-align:center;">สงสัยอากาศดีไม่หนาวมาก</p>
<p style="text-align:center;"><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3242/3110837686_6b750c303c.jpg" alt="" width="500" height="333" /></p>
<p style="text-align:center;">นี่แหละค่ะทะเลเมืองผู้ดี ดูคร่าวๆไว้ก่อนละกันนะคะ</p>
<p style="text-align:center;">เดี๋ยวมาต่อให้อีกทีเพราะ</p>
<p style="text-align:center;"><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3231/3110837696_042e418772.jpg" alt="" width="500" height="333" />&#8230;&#8230;ตอนนี้ที่&#8230;.</p>
<p style="text-align:center;">ลันดั๊นหนาวมาก</p>
<p style="text-align:center;">และมืดแล้ว!!!</p>
<p style="text-align:center;">
<p style="text-align:center;">สวัสดี</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/305/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/305/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/305/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/305/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/305/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/305/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/305/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/305/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/305/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/305/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=305&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/15/brighton/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>10</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3169/3110852744_7c74127f17.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3230/3110852752_07bf88a102.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3043/3110852760_06c9711c57.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3017/3110852756_7b12b112b1.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3256/3110852782_a80dac22b6.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3193/3110852790_509d2ab26f.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3260/3110837764_0934e2dd8d.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3255/3110837758_bf3d4872b4.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3242/3110837686_6b750c303c.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3231/3110837696_042e418772.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>ผักเชื้อเจ้า!!!</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/15/windsorfarm/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/15/windsorfarm/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Dec 2008 10:57:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/?p=301</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีตอนดึกๆค่ะ
ช่วงนี้ยุ่งๆค่ะ มัวแต่ตะลอนไปโน่นนั่นนี่ ไม่ได้เข้ามาอัพเลย วันนี้ได้ทีขออัพสักหน่อย
เนื่องจากเมื่อเช้า โดนลากไปตลาดแต่เช้าค่ะ ตื่นมาโดนจับโยนขึ้นรถแล้วตรงดิ่ง
ไปตลาดเลย ในใจแอบคิดเหมือนกันว่า เฮ๊ยเทสโก้มันเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง จะลากไปทำไม
แต่มารู้ทีหลังว่ามันไม่ใช่ตลาดธรรมดาค่ะ มันเป็นตลาดขายผลิตผลทางการเกษตร
ที่เค้าทำไว้ให้กษัตริย์เค้า อู้วแม่เจ้า&#8230;.งานนี้ไปก็ไปวะ หนาวมากมาย แต่อยากหรูค่ะ
อยากเห็นตลาดเชื้อเจ้าเลยติดรถเค้าไป
กติกาเรายังเหมือนเดิมนะคะ เนื่องจากช่วงนี้ เจ้าของบลอกยังสิงสถิตอยู่อังกฤษ
ข้อความทั้งหลายแหล่อาจจะไปซ้ำๆกันหลายคนที่อยู่อังกฤษมานานแล้วทำให้เบื่อ
แต่ก็นะคะ อันนี้เป็นนำเที่ยวฉบับหนูฮาค่ะ ถ้าไม่อยากให้ที่เที่ยวเราเหมือนใคร
เอาตังค์มาค่ะ เดี่ยวจัดทริปไปอลาสก้ากัน ฮ่าๆ เอาเป็นว่าเที่ยวอิงแลนด์แดนแขก
เวอร์ชั่นหนูฮาละกันค่ะ
เอาล่ะได้เวลาอัพเกรดตัวเองเป็นผู้ดีหน่อยละ วันนี้เราจะไปดูตลาดชาววังกัน
เริ่ม
 ต้องบอกล่วงหน้าเลยว่า รูปอาจไม่สวยนะคะ เพราะไปแบบทุลักทุเลมาก ฝนตกด้วย
นี่คือ Windsor Farm Shop ค่ะ
อยู่ไม่ไกลจากพระราชวังวินเซอร์เท่าไร เป็นแหล่งที่เค้านำเอาผัก เนื้อสัตว์ หรือผลิต
ภัณทางการเกษตรมาขาย ค่ะ ก็ตามเต้นท์ต่างๆที่เห็นจะขายของต่างกันไป เต้นท์
แรกเป็นผักผลไม้สดๆจากฟาร์ม เต้นข้างในก็พวกเนื้อสัตว์ โยเกิร์ต เนย เครื่องเทศ
และอืนๆล้านแปดค่ะ แต่รับรองได้ว่าคุณภาพดีเยี่ยม เพราะของพวกนี้เค้าทำไว้ให้
ในวังเสวย ของบางอย่างก็มีประทับตรารับรองจากพระราชินี อารมณ์ประมาณว่า
รับรองว่าอร่อยชัวร์ทำนองนั้น มามะ มาดูบรรยากาศใกล้ๆกันดีกว่า
อันนี้เป็นทางเข้าค่ะ บรรยากาศแฉะนิดๆ เพราะฝนตก และที่สำคัญ หนาวมากกกกก
คนเยอะพอสมควรแม้ฝนจะตก เค้าว่ากันว่าตอนช่วงซัมเมอร์ ของจะวางขายเต็มไป
หมด และเวลาซื้อเค้าจะแถมเยอะมาก เพราะผลผลิตช่วงซัมเมอร์ออกมาเยอะ แต่
หน้าหนาว ปลูกอะไรไม่ค่อยได้เหลือเท่านี้ละค่ะ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=301&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>สวัสดีตอนดึกๆค่ะ</p>
<p>ช่วงนี้ยุ่งๆค่ะ มัวแต่ตะลอนไปโน่นนั่นนี่ ไม่ได้เข้ามาอัพเลย วันนี้ได้ทีขออัพสักหน่อย</p>
<p>เนื่องจากเมื่อเช้า โดนลากไปตลาดแต่เช้าค่ะ ตื่นมาโดนจับโยนขึ้นรถแล้วตรงดิ่ง</p>
<p>ไปตลาดเลย ในใจแอบคิดเหมือนกันว่า เฮ๊ยเทสโก้มันเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง จะลากไปทำไม</p>
<p>แต่มารู้ทีหลังว่ามันไม่ใช่ตลาดธรรมดาค่ะ มันเป็นตลาดขายผลิตผลทางการเกษตร</p>
<p>ที่เค้าทำไว้ให้กษัตริย์เค้า อู้วแม่เจ้า&#8230;.งานนี้ไปก็ไปวะ หนาวมากมาย แต่อยากหรูค่ะ</p>
<p>อยากเห็นตลาดเชื้อเจ้าเลยติดรถเค้าไป</p>
<p>กติกาเรายังเหมือนเดิมนะคะ เนื่องจากช่วงนี้ เจ้าของบลอกยังสิงสถิตอยู่อังกฤษ</p>
<p>ข้อความทั้งหลายแหล่อาจจะไปซ้ำๆกันหลายคนที่อยู่อังกฤษมานานแล้วทำให้เบื่อ</p>
<p>แต่ก็นะคะ อันนี้เป็นนำเที่ยวฉบับหนูฮาค่ะ ถ้าไม่อยากให้ที่เที่ยวเราเหมือนใคร</p>
<p>เอาตังค์มาค่ะ เดี่ยวจัดทริปไปอลาสก้ากัน ฮ่าๆ เอาเป็นว่าเที่ยวอิงแลนด์แดนแขก</p>
<p>เวอร์ชั่นหนูฮาละกันค่ะ</p>
<p>เอาล่ะได้เวลาอัพเกรดตัวเองเป็นผู้ดีหน่อยละ วันนี้เราจะไปดูตลาดชาววังกัน</p>
<p>เริ่ม</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3025/3106007682_e6ab854798.jpg" alt="" width="500" height="333" /> ต้องบอกล่วงหน้าเลยว่า รูปอาจไม่สวยนะคะ เพราะไปแบบทุลักทุเลมาก ฝนตกด้วย</p>
<p>นี่คือ Windsor Farm Shop ค่ะ</p>
<p>อยู่ไม่ไกลจากพระราชวังวินเซอร์เท่าไร เป็นแหล่งที่เค้านำเอาผัก เนื้อสัตว์ หรือผลิต</p>
<p>ภัณทางการเกษตรมาขาย ค่ะ ก็ตามเต้นท์ต่างๆที่เห็นจะขายของต่างกันไป เต้นท์</p>
<p>แรกเป็นผักผลไม้สดๆจากฟาร์ม เต้นข้างในก็พวกเนื้อสัตว์ โยเกิร์ต เนย เครื่องเทศ</p>
<p>และอืนๆล้านแปดค่ะ แต่รับรองได้ว่าคุณภาพดีเยี่ยม เพราะของพวกนี้เค้าทำไว้ให้</p>
<p>ในวังเสวย ของบางอย่างก็มีประทับตรารับรองจากพระราชินี อารมณ์ประมาณว่า</p>
<p>รับรองว่าอร่อยชัวร์ทำนองนั้น มามะ มาดูบรรยากาศใกล้ๆกันดีกว่า</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3102/3106007696_963334e560.jpg" alt="" width="500" height="333" />อันนี้เป็นทางเข้าค่ะ บรรยากาศแฉะนิดๆ เพราะฝนตก และที่สำคัญ หนาวมากกกกก</p>
<p>คนเยอะพอสมควรแม้ฝนจะตก เค้าว่ากันว่าตอนช่วงซัมเมอร์ ของจะวางขายเต็มไป</p>
<p>หมด และเวลาซื้อเค้าจะแถมเยอะมาก เพราะผลผลิตช่วงซัมเมอร์ออกมาเยอะ แต่</p>
<p>หน้าหนาว ปลูกอะไรไม่ค่อยได้เหลือเท่านี้ละค่ะ แต่ก็ยังตื่นตาตื่นใจสำหรับหนูฮา</p>
<p>อยู่ดี เพราะมีความรู้สึกดีที่เห็นผักสดๆ แล้วเรารู้ว่าคุณภาพและความสะอาดเค้าดี</p>
<p>รู้สึกว่าเราทานเข้าไปแล้วต้องสุขภาพดีแน่ๆ</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3135/3105185881_8e95b78c6a.jpg" alt="" width="333" height="500" /></p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3198/3105185885_4303d55dfc.jpg" alt="" width="333" height="500" /></p>
<p>ดูกันเอาเองละกันว่าสดแค่ไหน แต่ที่แน่ๆราคาถูกค่ะ</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3183/3106007720_793c3323dd.jpg" alt="" width="333" height="500" /></p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3101/3106007726_d861d3b684.jpg" alt="" width="500" height="333" />เห็ด&#8230;ใหญ่มาก สังเกตได้ว่าอันเท่ากะหล่ำปลี ถ้าใหญ่กว่านี้นิดนึงคงทำหมวกกัน</p>
<p>น๊อคได้ เห็นนี่อร่อยมาก เอาไปผัดกับเนยโรยเกลือกับพริกไทยนิดๆ หวานมากกก</p>
<p>ถ้าไปตามร้านอาหารเช้า ส่วนใหญ่เค้าจะอบเจ้าเห็ดชนิดนี้ให้ทานกับเบคอน หรือ</p>
<p>ไส้กรอก</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3169/3106007704_65483ce28b.jpg" alt="" width="500" height="333" />อันนี้น้องแอปเปิ่ล ที่ชั่งกิโลขายแบบแบบบ้านๆ ขายเหมือนเงาะบ้านเรายังไงไม่รู้</p>
<p>อารมณ์แบบมีเยอะจัด ขายทิ้งแบบเสียไม่ได้ ส่วนใหญ่แม่บ้านอังกฤษเค้าก็ซื้อไป</p>
<p>ทำแยม หรือทำพายแอปเปื้ลไว้ทานช่วงคริสมาสแหละค่ะ ตอนแรกเล็งๆอยาก</p>
<p>เก็บสักถุง แต่หนักเกินแล้วกลัวกินไม่ทัน ทิ้งมันไว้นั่นล่ะว๊า</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3204/3105185873_af4b6501ff.jpg" alt="" width="333" height="500" /></p>
<p>มะเขือเทศ เต่งมากๆ เค้าบอกว่ากินสดๆรสชาติดี หวานอมเปรี้ยวนิดๆ เจ้าหน้าที่</p>
<p>เค้าทำหน้าภาคภูมิใจกับเจ้ามะเขือเทศเหล่านี้มาก เห็นแล้วทนไม่ไหวเลยจัดไปถงนึง</p>
<p>แต่ยอมรับว่าอร่อยดี ไม่เหม็นกลิ่นมะเขือเทศ อย่างว่าละนะ ของทำกินในวัง คุณภาพ</p>
<p>ต้องดีอยุ่แล้ว</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3101/3105185853_28687f86fb.jpg" alt="" width="333" height="500" /></p>
<p>ไอเดียทำกระทงแบบใหม่ เผื่อใครสนใจ ฮ่าๆ ไม่ใช่ อันนี้ของตกแต่งช่วงคริสมาส</p>
<p>เห็นมันน่ารักดีเหมือนกระทง ถ้าสังเกตดีๆตรงป้ายกระดาษ จะมีตราพระราชวัง</p>
<p>วินเซอร์ติดอยู่ด้วย กะว่ากลับไทยจะหอบไปตั้งไว้บ้านสักวัน อวดศักดาความหรู</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3136/3105185837_258908e958.jpg" alt="" width="333" height="500" /></p>
<p>และนี่ คือถุงกระดาษไว้ห่อผักผลไม้ต่างๆ เห็นมั๊ย ตราวินเซอร์ ฟาร์ม ถ้าเราไปตาม</p>
<p>ห้างเค้าจะไม่มีถุงกระดาษ สิ้นเปลืองถุงพลาสติกมาก แต่ที่นี่ คุณจะได้รับถุงพลาส</p>
<p>ติกก็ตอนโน่นแหละค่ะ จ่ายเงินเป็นถุงใหญ่ๆใบเดียวที่เอากลับมาใช้อีกได้  จริงๆ</p>
<p>แล้วเค้ามีของขายเยอะกว่านี้ แต่ว่าเค้าห้ามถ่ายภาพข้างใน เลยได้มาแค่บรรดา</p>
<p>ผักผลไม้ต่างเป็นนางแบบ พนักงานขายของที่นี่ดูเป็นกันเองและภาคภูมิใจกับ</p>
<p>บรรดาผักผลไม้พวกนี้มาก ถ้าเทียบแล้วคงอารมณ์ประมาณโครงการหลวง</p>
<p>บ้านเรา</p>
<p>ที่อังกฤษกษัตรืย์เค้าค่อนข้างให้ความสนใจเรื่องใจเรื่องการเกษตร ทั้งที่ทำฟาร์ม</p>
<p>เองแล้วยังมีลานเลี้ยงสัตว์(พวกกวาง และอื่นๆ) แล้วก็ฟาร์มม้า ว่ากันว่ามีม้าถึง</p>
<p>สองพันตัวในฟาร์ม แต่ไม่ได้เอาไว้กินนะคะ ที่อังกฤษถ้าออกนอกเมืองแล้ว จะ</p>
<p>เห็นม้าตามทุ่งหญ้า หรือคนขี่ม้าตามถนนข้างทางเยอะพอสมควร ดังนั้นม้าที่นี่</p>
<p>ถือเป็นสัตว์ที่รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ เดี๋ยวไว้วันหลังถ้ามีโอกาส</p>
<p>เข้าไปฟาร์มม้า หรือเฉียดใกล้ฟาร์มม้าของทางวัง จะถ่ายรูปมาให้ดู แต่เจ้าพวก</p>
<p>กวางหรืออื่นๆน่ะ ก็อยู่ติดกับที่ขายผักน่ะแหละ แต่เค้าไม่ให้ดู จะดูได้ก็ต่อเมื่อ</p>
<p>ได้รับการ์ดเชิญจากทางวังค่ะ</p>
<p>เอาล่ะ ทริปนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อน ถือว่าเป็นทริปเพื่อสุขภาพ ช่วงนี้เที่ยวบ่อย</p>
<p>เดี๋ยวเอารูปมาแปะอีกค่ะ ยังไงรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/301/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/301/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/301/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/301/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/301/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/301/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/301/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/301/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/301/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/301/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=301&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/15/windsorfarm/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3025/3106007682_e6ab854798.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3102/3106007696_963334e560.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3135/3105185881_8e95b78c6a.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3198/3105185885_4303d55dfc.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3183/3106007720_793c3323dd.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3101/3106007726_d861d3b684.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3169/3106007704_65483ce28b.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3204/3105185873_af4b6501ff.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3101/3105185853_28687f86fb.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3136/3105185837_258908e958.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>ลัลล้าเมืองผู้ดี(จริงเร๊อ??)#2</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/08/uk2/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/08/uk2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 08 Dec 2008 12:18:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/?p=292</guid>
		<description><![CDATA[หนาวววววววววววววว&#8230;&#8230;
หนาววุ๊ย&#8230;.สังเกตสองข้างทางละกันค่ะ น้ำแข็งเกาะบนหญ้า เมืองทั้งเมืองกลายเป็นลานไอซ์สเกต
สังเกตดูรถได้ น้ำแข๋งเกาะบึม ไอ้สีขาวข้างๆคือน้ำแข็งทั้งน้าน
วันนี้แวะเอาความหนาวมาฝากแบบรวดเร็ว เดี๋ยวแวะมาใหม่อีกรอบ
มาๆมาต่อรอบดึก
พยายามหาทางเอารูปลงให้ไวที่สุด แต่ยังไงก็ต้องทำเป็นลิงค์มาอยู่ดี เสียเวลาจริงๆ
วันนี้ด้วยความจริตดีจัด อยากพอกหน้า เพราะหน้าแห้งมากก แต่แทนที่จะได้สวย
กลับได้ความซวยมากแทรกค่ะ ในขณะที่กำลังพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตบวกน้ำมันงา
อยู่นั้น ช้อนที่ใช้คนของพอกหน้าหล่นจากถ้วยใส่ของพอกหน้า
แกร๊ง&#8230;&#8230;&#8230;.น่านไงมันตกลงพื้นห้องน้ำ ก็เลยก้มลงไปเก็บ ด้วยความโง่จัด ก้มมาก
ไปแล้วมัวแต่ควานหาช้อน ปรากฎว่าโยเกิร์ตกับน้ำมันงามันไหลเข้าตา แสบตาสิทีนี้
มองไม่เห็น มือน่ะเจอช้อนแล้ว ดีใจ จะเงยหน้ามาล้างหน้าอ่างล้างหน้า อีตอนเงยนี่
แหละทำเอาชะตาชีวิตหนูฮาเปลี่ยนไปทั้งวัน หัวเถิกกระแทกกับขออ่างล้างหน้าดัง
&#8230;ปั๊ก&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.เสียงดังกังวาลมาก&#8230;..เจีบจนมึน แต่ต้องแหกขี้ตาละทิ้งน้ำตามาล้าง
หน้าล้างตาออก ดูหัวแล้วโนชัวร์ๆเพราะปวดๆมึนๆมาก จากที่เค้าบอกพอกหน้าทิ้ง
ไว้สิบห้านาที วันนี้..ฮึๆ สองนาทีก็เอาวะ เจ็บ สวยไม่สวยหน้าแห้งช่างหัวมัน &#8230;.
จัดการแต่งองค์ทรงเครื่องออกนอกบ้านด้วยความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไปซื้อยามาทา
เพราะรู้สึกว่ามันโน แล้วเวลาก้มเงยเหมือนเลือดไปออที่หัวโน มึนค่ะมึน&#8230;.แต่ชีวิต
บางทีมันก็ตลกจนคลาดไม่ถึง&#8230;
มัวแต่ห่วงว่าจะวิ่งออกไปซื้อยา ลืมคิดไปว่าข้างนอกมันลื่นเพราะเป็นน้ำแข็งหมด
ลืมใส่บูท ดันใส่คอนเวิร์ส เพราะคิดว่าคล่องตัว แล้วไปร้านยาเดี๋ยวเดียวใกล้ๆแล้วกลั
มา ก้าวออกจากบ้านเท่านั้นล่ะครับพี่น้อง&#8230;..ลื่นหัวทิ่มข้อศอกฟาดกับกระถางต้นไม้
ดับเบิ้ลซวยจริงๆ นั่งลงทำใจกับชะตากรรมอยู่สองวิ ตัดสินใจคลานเข้าบ้านเปลี่ยนรอง
เท้า แล้วบอกตัวเองว่า&#8230;.วันนี้ให้รีบซื้อยาให้รีบกลับบ้าน เพราะลางไม่ดีแต่เช้าแหะ
ท่องไว้ให้รีบซื้อยาให้รีบกลับบ้าน ท่องเว๊ยท่อง
แต่ๆๆ ชะตากรรมเล่นตลกค่ะ ไปร้านยาแล้วยังไม่เปิด เพราะยังเช้า แล้วต้องรออีก
นานพอสมควรเลย ไม่รู้คิดไง เอาช่วงเวลาที่รอเฉยๆเนี่ย นั่งรถไฟไปซื้อแถวอื่นดี
กว่า นั่งรถไฟไปถึงร้านเค้าก็เปิดพอดี ดีกว่านั่งรอเฉยๆน่าเบื่อ &#8230;.คิดแบบโง่ๆจริงๆ
นี่เป็นการขึ้นรถไฟครั้งแรกโดยที่ไม่มีผู้ปกครองหรือญาติโยมเพื่อนฝูงพาไปค่ะ
ปกติไปไหนก็เดิน ไม่ก็เกาะรถเค้าไป ตั้งแต่มานั่งรถไฟนี่ครั้งที่สอง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=292&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>หนาวววววววววววววว&#8230;&#8230;</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3008/3092657012_b7ceb632dc.jpg" alt="" width="500" height="333" />หนาววุ๊ย&#8230;.สังเกตสองข้างทางละกันค่ะ น้ำแข็งเกาะบนหญ้า เมืองทั้งเมืองกลายเป็นลานไอซ์สเกต</p>
<p><img class="alignnone" src="http://farm4.static.flickr.com/3170/3092657022_76cff8f2bb.jpg" alt="" width="500" height="333" />สังเกตดูรถได้ น้ำแข๋งเกาะบึม ไอ้สีขาวข้างๆคือน้ำแข็งทั้งน้าน</p>
<p>วันนี้แวะเอาความหนาวมาฝากแบบรวดเร็ว เดี๋ยวแวะมาใหม่อีกรอบ</p>
<p>มาๆมาต่อรอบดึก</p>
<p>พยายามหาทางเอารูปลงให้ไวที่สุด แต่ยังไงก็ต้องทำเป็นลิงค์มาอยู่ดี เสียเวลาจริงๆ</p>
<p>วันนี้ด้วยความจริตดีจัด อยากพอกหน้า เพราะหน้าแห้งมากก แต่แทนที่จะได้สวย</p>
<p>กลับได้ความซวยมากแทรกค่ะ ในขณะที่กำลังพอกหน้าด้วยโยเกิร์ตบวกน้ำมันงา</p>
<p>อยู่นั้น ช้อนที่ใช้คนของพอกหน้าหล่นจากถ้วยใส่ของพอกหน้า</p>
<p>แกร๊ง&#8230;&#8230;&#8230;.น่านไงมันตกลงพื้นห้องน้ำ ก็เลยก้มลงไปเก็บ ด้วยความโง่จัด ก้มมาก</p>
<p>ไปแล้วมัวแต่ควานหาช้อน ปรากฎว่าโยเกิร์ตกับน้ำมันงามันไหลเข้าตา แสบตาสิทีนี้</p>
<p>มองไม่เห็น มือน่ะเจอช้อนแล้ว ดีใจ จะเงยหน้ามาล้างหน้าอ่างล้างหน้า อีตอนเงยนี่</p>
<p>แหละทำเอาชะตาชีวิตหนูฮาเปลี่ยนไปทั้งวัน หัวเถิกกระแทกกับขออ่างล้างหน้าดัง</p>
<p>&#8230;ปั๊ก&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.เสียงดังกังวาลมาก&#8230;..เจีบจนมึน แต่ต้องแหกขี้ตาละทิ้งน้ำตามาล้าง</p>
<p>หน้าล้างตาออก ดูหัวแล้วโนชัวร์ๆเพราะปวดๆมึนๆมาก จากที่เค้าบอกพอกหน้าทิ้ง</p>
<p>ไว้สิบห้านาที วันนี้..ฮึๆ สองนาทีก็เอาวะ เจ็บ สวยไม่สวยหน้าแห้งช่างหัวมัน &#8230;.</p>
<p>จัดการแต่งองค์ทรงเครื่องออกนอกบ้านด้วยความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไปซื้อยามาทา</p>
<p>เพราะรู้สึกว่ามันโน แล้วเวลาก้มเงยเหมือนเลือดไปออที่หัวโน มึนค่ะมึน&#8230;.แต่ชีวิต</p>
<p>บางทีมันก็ตลกจนคลาดไม่ถึง&#8230;</p>
<p>มัวแต่ห่วงว่าจะวิ่งออกไปซื้อยา ลืมคิดไปว่าข้างนอกมันลื่นเพราะเป็นน้ำแข็งหมด</p>
<p>ลืมใส่บูท ดันใส่คอนเวิร์ส เพราะคิดว่าคล่องตัว แล้วไปร้านยาเดี๋ยวเดียวใกล้ๆแล้วกลั</p>
<p>มา ก้าวออกจากบ้านเท่านั้นล่ะครับพี่น้อง&#8230;..ลื่นหัวทิ่มข้อศอกฟาดกับกระถางต้นไม้</p>
<p>ดับเบิ้ลซวยจริงๆ นั่งลงทำใจกับชะตากรรมอยู่สองวิ ตัดสินใจคลานเข้าบ้านเปลี่ยนรอง</p>
<p>เท้า แล้วบอกตัวเองว่า&#8230;.วันนี้ให้รีบซื้อยาให้รีบกลับบ้าน เพราะลางไม่ดีแต่เช้าแหะ</p>
<p>ท่องไว้ให้รีบซื้อยาให้รีบกลับบ้าน ท่องเว๊ยท่อง</p>
<p>แต่ๆๆ ชะตากรรมเล่นตลกค่ะ ไปร้านยาแล้วยังไม่เปิด เพราะยังเช้า แล้วต้องรออีก</p>
<p>นานพอสมควรเลย ไม่รู้คิดไง เอาช่วงเวลาที่รอเฉยๆเนี่ย นั่งรถไฟไปซื้อแถวอื่นดี</p>
<p>กว่า นั่งรถไฟไปถึงร้านเค้าก็เปิดพอดี ดีกว่านั่งรอเฉยๆน่าเบื่อ &#8230;.คิดแบบโง่ๆจริงๆ</p>
<p>นี่เป็นการขึ้นรถไฟครั้งแรกโดยที่ไม่มีผู้ปกครองหรือญาติโยมเพื่อนฝูงพาไปค่ะ</p>
<p>ปกติไปไหนก็เดิน ไม่ก็เกาะรถเค้าไป ตั้งแต่มานั่งรถไฟนี่ครั้งที่สอง ครั้งแรกนั่งแป๊บเ</p>
<p>เดียวไม่ถึงห้านาที มีคนพานั่งด้วย แต่รอบนี้ฉายเดี่ยวไปซื้อยาทาขมับฉลองความ</p>
<p>โง่ของตัวเองค่ะ</p>
<p>จัดการไปสถานีรถใต้ดินใกล้ๆ แล้วเล็งเองเออเองว่าเนี่ย เราไปถึงสถานีนี้ก็นะร้าน</p>
<p>เปิดพอดี จิ๊บๆ</p>
<p>แต่ไปเองรอบนี้ แม่เจ้ามันไม่เหมือนเดิมว่ะค่ะ มันกดดันเพราะเป็นช่วงตอนเช้าคน</p>
<p>เค้าไปทำงานแล้วคนเยอะมาก แน่นมาก คือถึงขั้นเสียเนื้อเสียตัวเลยค่ะ เกิดมาไม่เคย</p>
<p>เผชิญหน้าผู้ชายเยอะขนาดนี้หน้าผากแทบจะทิ่มกันอยู่แล้วครับพี่น้อง แล้วแต่ละคน</p>
<p>ป๊าดดดดด มันจะอ่านหนังสือพิมพ์อะไรกันนักกันหนา อ่านแล้วไม่เก็บด้วยวางทิ้งไว้</p>
<p>คนต่อไปก็มาหยิบอ่านต่อ ถ้าไอ้คนแรกที่ซื้อหนังสือพิมพ์เป็นวัณโรค คาดว่าอังกฤษ</p>
<p>คงมีคนเป็นวัณโรคกันล้นเมือง เพราะใช้หนังสือพิมพ์กันสำส่อนมาก แล้วอยากจะ</p>
<p>บอกว่า รถใต้ดินคันที่ขึ้นเก่ามากกกกกก ไม่เหมือนคันที่เคยนั่งครั้งแรก ขอย้ำว่าเก่า</p>
<p>จริงๆ เวลาจะขึ้นคนข้างในต้องเอื้อมมือมากดปลดล๊อคข้างนอกแล้วเปิดประตูลง แล้ว</p>
<p>คนเค้าไม่ได้ยืนเข้าคิวรอขึ้นกันเหมือนบีทีเอสหรือรถใต้ดินที่ญี่ปุ่น อันนี้ใครดีใครได้</p>
<p>เพราะว่ารถมันจอดไม่ตรงที่ให้ยืนรอ หนูฮาก็ไปยืนเป็นพลเมืองดีซ๊า ต่อคิวค่ะต่อคิว</p>
<p>แต่พอถึงเวลา โดนตัดหน้าไปหมด แต่แอบดีใจไม่ได้เป็นจ่าฝูง ไม่งั้นคงยืนงงเป็นไก่</p>
<p>ตาแตกว่าทำไมประตูรถไฟไม่อัติโนมัติวะแล้วตูจะขึ้นรถยังไง แต่เรื่องราวยังไม่จบค่ะ</p>
<p>นอกจะระทึกว่าขึ้นผิดคันถูกคันแล้ว ยังต้องมาลุ้นว่ามันเป็นสายที่จะไปมั๊ย กลัวมัน</p>
<p>จอดกลางทางแล้วให้ขึ้นคันใหม่ เพราะหลายคนเตือนมาว่าเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้</p>
<p>กับรถไฟเมืองผู้ดี รถคันที่ขึ้นเก่ามาก แล้วเวลาขับ ไฟจะปิดๆเปิดๆค่ะ พอยืนไปสักพัก</p>
<p>รถเริ่มเสียงดังแอ๊ดอ๊าดๆ แล้วช่วงเข้าโค้งมีความรู้สึกรถมันสั่น และเหวี่ยงแรงขึ้นๆๆ</p>
<p>แล้วมันเป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่อยู่ญี่ปุ่น เหมือนสัญชาติญาณมันบอกค่ะว่าให้</p>
<p>ตะโกนออกไปว่า&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p>&#8230;.แผ่นดินไหว&#8230;.Earthquake!!อย่างดัง</p>
<p>แน่นอนทุกคนหันมามองแบบตกใจ แต่ไม่มีใครเคลื่อนไหวอะไรนอกจากจ้องหน้า</p>
<p>หนูฮา พร้อมทั้งเสียงดังเซ็งแซ่</p>
<p>&#8230;.What&#8217;s wrong with that girl?</p>
<p>&#8230;.what did she say?</p>
<p>&#8230;.แล้วก็ตามมาอีกหลายๆ วอท ค่ะ</p>
<p>&#8230;.จริงๆมันไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่มันเป็นความเก่าของรถ แต่อันนี้ไม่ได้คิดเอาเอง</p>
<p>แต่หนุ่มนักธุรกิจเมืองผู้ดีที่ยืนหันหน้าปะทะกันกับหนูฮาจนหน้าผากแทบจะโขกกันอ</p>
<p>อยู่รอมร่อนั้น เค้าคงทนไม่ไหว ที่หนูฮาดูตกอกตกใจแล้วจู่ๆแหกปากว่าแผ่นดินไหวล</p>
<p>ลั่นกลางโบกี้ขนาดนั้น เค้าเลยอธิบายว่ามันไม่ใช่ เนี่ยมันเป็นช่วงรถเข้าโค้ง ดังแบบนี้</p>
<p>แหละปกติ &#8230;..แล้วเค้าก็ยิ้มๆถามว่ามาจากญี่ปุ่นหรอ ทำไมกลัวแผ่นดินไหว&#8230;&#8230;..</p>
<p>มองทะลุพ่อหนุ่มคนนี้ไปเห็นสายตาคนทั้งโบกี้ประนามการแหกปากของหนูฮาทาง</p>
<p>สายตา เลยตัดสินใจกล่าวขอโทษทุกคนแล้วบอกว่าไม่ชิน ไม่คิดว่ารถไฟจะเสียงดัง</p>
<p>แบบนี้ แต่ผู้ชายที่ยืนติดกันเค้าดีค่ะ เค้าบอกทุกคนว่า เออ&#8230;ผู้หญิงคนนี้เป็นนัก</p>
<p>ท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เค้าคงไม่ชินกับรถไฟเก่าๆบ้านเรา แล้วอยู่เมืองแผ่นดินไหวมา</p>
<p>ก่อนอย่าไปว่าเธอเลย ทุกคนก็ไม่ว่าอะไรค่ะ</p>
<p>พอถึงเวลานี้แล้ว ได้แต่เนียนตามค่ะ เอาวะญี่ปุ่นก้ญี่ปุ่นวะ ดีเหมือนกันรักษาหน้า</p>
<p>ตาประเทศชาติไทย ขืนเค้ารู้ว่าเราเป็นคนไทยแล้วทำเปิ่นเค้าคงประนามประเทศ</p>
<p>ชาติเราไปเยอะ ประเทศเรายิ่งภาพลักษณ์แย่ๆอยู่ด้วยตอนนี้ แต่ถึงพ่อหนุ่มคนนั้น</p>
<p>ไม่บอกว่าเราเป็นญี่ปุ่น ก็กะจะแถพูดลอยๆว่า เวียดนามๆ ไม่ก็ ลาวๆ เขมรๆ ไปตาม</p>
<p>เรื่อง เป็นการเบี่ยงเบนว่าเรามาจากประเทศนั้นๆไม่ใช่ไทย ก๊ากกก เลวว่ะค่ะ</p>
<p>แต่ก็นะเค้าเป็นญี่ปุ่นก็ญี่ปุ่นวะ ไหลตามน้ำ แต่แอบคิดในใจ หน้าตาเราน่ารักแบบ</p>
<p>สาวญี่ปุ่นเลยหรอว๊า หรือว่าอีตานี่มันรู้จักเอเชียแค่ญี่ปุ่นกับจีน เหอะๆ แต่จะยังไง</p>
<p>ก็ช่าง ขอลงจากรถก่อนละกันค่ะ อับอายค่ะอับอาย&#8230;เค้าไม่กรี๊ดกันทั้งรถก็บุญเท่าไร</p>
<p>แล้ว</p>
<p>ก็ออกไปซื้อยาทาหัวทาศอกน่ะแหละค่ะ แต่ขากลับดันหลับ ลงผิดสถานีเสียเวลาเพิ่ม</p>
<p>แทนที่จะได้รีบกลับบ้านพักผ่อนทายา กลายเป็นว่าเสียเวลาไปค่อนวัน แถมไปแหก</p>
<p>ปากหลอกชาวบ้านว่าแผ่นดินไหวอีก เห้อ &#8230;เสื่อมเสียจริงๆ แต่ก็อย่างว่าละนะ รถเก่า</p>
<p>ขนาดนั้นเสียงดัง ทั้งส่ายอีก ลองนั่งดูแล้วจะรู้ว่ามันเหมือนแผ่นดินไหว น่ากลัวมาก</p>
<p>อันเดอร์กราวน์อังกฤษ นี่เหรอว๊ารถไฟเมืองผู้ดี</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/292/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/292/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/292/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/292/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/292/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/292/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/292/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/292/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/292/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/292/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=292&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/08/uk2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3008/3092657012_b7ceb632dc.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://farm4.static.flickr.com/3170/3092657022_76cff8f2bb.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>วันพ่อที่ไม่มีพ่อ</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/06/khundee/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/06/khundee/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 06 Dec 2008 04:50:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/?p=287</guid>
		<description><![CDATA[ขณะนี้เวลาตีสี่&#8230;เทียบเวลา ณ กรุงลอนดอน
นอนอยู่ดีๆหิวน้ำ จะหันหน้าไปคว้าแก้วน้ำ หันหน้าไปดันเห็นคนเดินออกจากตู้เสื้อผ้า
ซะงั้น คนหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่เห็นเค้าเดินออกจากตู้เสื้อผ้าเรา ตกใจ นอนต่อไม่ได้เลย
ตาค้าง เหอะๆ แอบหลอนนิดหน่อย เลยหาวิธีแก้ ด้วยการตื่นมานั่งเขียนบลอกข้างตู้
เสื้อผ้า ฮ่าๆหนามหยอกเอาหนามบ่ง กลัวอะไรนั่งอยู่ข้างสิ่งนั้นมันซะเลย อย่างมากก็
แค่เห็นเค้าเดินออกมาอีกรอบแล้วตกใจกรี๊ดสลบเอาวะ
เมื่อวานวันพ่อ&#8230;
ก็เหมือนแทบทุกปี ที่ไม่ได้อยู่เมืองไทยตอนช่วงนี้ มีปีที่แล้วที่ได้อยู่กับพ่อ แต่ถึงเรา
ไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างน้อยก็ได้โทรหาคุณดี๊ ได้บอกรักคุณดี๊ ได้ทำการ์ดส่งให้คุณดี๊
ปีที่แล้วโชคดีได้อยู่ไทย ถึงขั้นได้กอดได้กราบคุณดี๊ตอนวันพ่อ&#8230;แต่ปีนี้มันว่างเปล่า
ตื่นมากะจะโทรหาคุณดี๊ นึกได้อีกที เออว่ะ&#8230;.พ่อเราตายแล้วนี่หว่า เหอๆจะโทร
หาใครละทีนี้ มีพ่ออยู่กับเค้าคนเดียว โทรหาแม่ แต่แม่ไม่รับ รู้เลยว่าแม่แอบเหงา
ตอนวันพ่อแล้วยังปรับอารมณ์รับโทรศัพท์ลูกไม่ได้
เพิ่งมีวันนี้แหละที่รู้สึกว่า เออว่ะ&#8230;เราสูญเสียพ่อไปแล้วจริงๆ เราไม่มีพ่อให้ควง
ไปงานวันพ่อเหมือนอีกใครหลายคนที่พ่อเค้ายังอยู่ พ่อเราจากไปแล้วจริงๆ&#8230;..
ตั้งแต่พ่อเสีย ยังไม่เคยได้ร้องไห้เพราะการจากไปของพ่อเลย แต่ไม่ใช่ว่าไม่เสีย
ใจ แต่ภาระและความรับผิดชอบที่พ่อมอบไว้ให้เป็นหลักทางด้านจิตใจและอื่น
ให้กับครอบครัวนั้น ทำให้เราร้องไห้ไม่ได้&#8230;.แต่มาวันนี้ ตอนนี้ยอมรับหน้าด้านๆเลย
ล่ะ &#8230;ว่าร้องไห้เพราะคิดถึงพ่อ
ตลอดเวลาเกือบสองเดือนที่ผ่านมา มันเหมือนกับว่า พ่อจากไปแล้วแค่ร่างกาย แต่
เหมือนสิ่งต่างๆยังอยู่ รอยยิ้ม คำพูดต่างๆ มันเหมือนกับว่าเรามีเค้าคอยบอกนั่นนี่
ตลอดเวลาเพียงแต่เค้าไม่มีสังขารเหลืออยู่เท่านั้นเอง &#8230;.
แต่อย่างว่าและเนอะ&#8230;โลกนี้ใช่ว่าเราคนเดียวในโลกที่ไม่มีพ่อ ยังไงๆวันนึงพ่อของ
คนเราทุกคนต้องจากเราไป เพียงแต่ท่านจะไปก่อนเราหรือเราจะไปก่อนท่านเท่า
นั้นเอง มนุษย์ทุกคนต้องเรียนรู้กับการสูญเสีย
&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..
พ่อ
หนูไม่แน่ใจว่าตอนนี้พ่ออยู่ไหน แต่หนูแน่ใจว่าที่ๆพ่ออยู่คงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์
เพราะไม่งั้นพ่อคงโทรหาหนูแล้ว (ยิ้ม)  หนูรู้ว่าพ่อห่วงหนูเรื่องสุขภาพ พ่อห่วงหนู
เรื่องอาหารว่ากลัวกินแล้วปวดท้อง และพ่อก็ยังห่วงหนูเรื่องขับรถ &#8230;รู้น่าว่าห่วง
อยู่หลักๆสามข้อนี้ แต่พ่อไม่ต้องห่วงหนูหรอก [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=287&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ขณะนี้เวลาตีสี่&#8230;เทียบเวลา ณ กรุงลอนดอน</p>
<p>นอนอยู่ดีๆหิวน้ำ จะหันหน้าไปคว้าแก้วน้ำ หันหน้าไปดันเห็นคนเดินออกจากตู้เสื้อผ้า</p>
<p>ซะงั้น คนหรือเปล่าไม่รู้ รู้แต่เห็นเค้าเดินออกจากตู้เสื้อผ้าเรา ตกใจ นอนต่อไม่ได้เลย</p>
<p>ตาค้าง เหอะๆ แอบหลอนนิดหน่อย เลยหาวิธีแก้ ด้วยการตื่นมานั่งเขียนบลอกข้างตู้</p>
<p>เสื้อผ้า ฮ่าๆหนามหยอกเอาหนามบ่ง กลัวอะไรนั่งอยู่ข้างสิ่งนั้นมันซะเลย อย่างมากก็</p>
<p>แค่เห็นเค้าเดินออกมาอีกรอบแล้วตกใจกรี๊ดสลบเอาวะ</p>
<p>เมื่อวานวันพ่อ&#8230;</p>
<p>ก็เหมือนแทบทุกปี ที่ไม่ได้อยู่เมืองไทยตอนช่วงนี้ มีปีที่แล้วที่ได้อยู่กับพ่อ แต่ถึงเรา</p>
<p>ไม่ได้อยู่ด้วยกันอย่างน้อยก็ได้โทรหาคุณดี๊ ได้บอกรักคุณดี๊ ได้ทำการ์ดส่งให้คุณดี๊</p>
<p>ปีที่แล้วโชคดีได้อยู่ไทย ถึงขั้นได้กอดได้กราบคุณดี๊ตอนวันพ่อ&#8230;แต่ปีนี้มันว่างเปล่า</p>
<p>ตื่นมากะจะโทรหาคุณดี๊ นึกได้อีกที เออว่ะ&#8230;.พ่อเราตายแล้วนี่หว่า เหอๆจะโทร</p>
<p>หาใครละทีนี้ มีพ่ออยู่กับเค้าคนเดียว โทรหาแม่ แต่แม่ไม่รับ รู้เลยว่าแม่แอบเหงา</p>
<p>ตอนวันพ่อแล้วยังปรับอารมณ์รับโทรศัพท์ลูกไม่ได้</p>
<p>เพิ่งมีวันนี้แหละที่รู้สึกว่า เออว่ะ&#8230;เราสูญเสียพ่อไปแล้วจริงๆ เราไม่มีพ่อให้ควง</p>
<p>ไปงานวันพ่อเหมือนอีกใครหลายคนที่พ่อเค้ายังอยู่ พ่อเราจากไปแล้วจริงๆ&#8230;..</p>
<p>ตั้งแต่พ่อเสีย ยังไม่เคยได้ร้องไห้เพราะการจากไปของพ่อเลย แต่ไม่ใช่ว่าไม่เสีย</p>
<p>ใจ แต่ภาระและความรับผิดชอบที่พ่อมอบไว้ให้เป็นหลักทางด้านจิตใจและอื่น</p>
<p>ให้กับครอบครัวนั้น ทำให้เราร้องไห้ไม่ได้&#8230;.แต่มาวันนี้ ตอนนี้ยอมรับหน้าด้านๆเลย</p>
<p>ล่ะ &#8230;ว่าร้องไห้เพราะคิดถึงพ่อ</p>
<p>ตลอดเวลาเกือบสองเดือนที่ผ่านมา มันเหมือนกับว่า พ่อจากไปแล้วแค่ร่างกาย แต่</p>
<p>เหมือนสิ่งต่างๆยังอยู่ รอยยิ้ม คำพูดต่างๆ มันเหมือนกับว่าเรามีเค้าคอยบอกนั่นนี่</p>
<p>ตลอดเวลาเพียงแต่เค้าไม่มีสังขารเหลืออยู่เท่านั้นเอง &#8230;.</p>
<p>แต่อย่างว่าและเนอะ&#8230;โลกนี้ใช่ว่าเราคนเดียวในโลกที่ไม่มีพ่อ ยังไงๆวันนึงพ่อของ</p>
<p>คนเราทุกคนต้องจากเราไป เพียงแต่ท่านจะไปก่อนเราหรือเราจะไปก่อนท่านเท่า</p>
<p>นั้นเอง มนุษย์ทุกคนต้องเรียนรู้กับการสูญเสีย</p>
<p>&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</p>
<p>พ่อ</p>
<p>หนูไม่แน่ใจว่าตอนนี้พ่ออยู่ไหน แต่หนูแน่ใจว่าที่ๆพ่ออยู่คงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์</p>
<p>เพราะไม่งั้นพ่อคงโทรหาหนูแล้ว (ยิ้ม)  หนูรู้ว่าพ่อห่วงหนูเรื่องสุขภาพ พ่อห่วงหนู</p>
<p>เรื่องอาหารว่ากลัวกินแล้วปวดท้อง และพ่อก็ยังห่วงหนูเรื่องขับรถ &#8230;รู้น่าว่าห่วง</p>
<p>อยู่หลักๆสามข้อนี้ แต่พ่อไม่ต้องห่วงหนูหรอก หนูยังเข้มแข็งดี แม้วันนี้หนูจะแอบ</p>
<p>ร้องไห้เพราะคิดถึงพ่อ แต่ตอนนี้หยุดร้องแล้ว&#8230;(ยิ้ม)</p>
<p>วันๆนึงพ่อก็คงต้องเดินทางไปตามทางที่พ่อต้องไป หนูรู้สึกได้ว่าพ่อยังห่วงๆหนูอยู่</p>
<p>และยังไม่ได้เดินทางไปดินแดนของพ่อ&#8230;แต่พ่อเชื่อมั่นในตัวหนูเถอะว่าทุกอย่าง</p>
<p>มันจะผ่านไปด้วยดี และหนูไม่ได้เพิกเฉยกับสุขภาพ พ่อก็รู้ว่าวันนี้หนูจะไปลองทำ</p>
<p>ทรีทเมนท์ตัวใหม่ เห็นมั๊ยว่าดูแลสุขภาพดีเดี๋ยวก็หาย ส่วนเรื่องแม่น่ะไม่ต้องห่วง</p>
<p>หรอก พี่เค้าไปหาแม่ได้ตลอดน่ะแหละ และหนูก็คุยกับแม่ทุกวัน มีแค่เวลาเท่านั้น</p>
<p>ที่จะทำให้แม่ดีขึ้นพ่อก็รู้</p>
<p>วันพ่อปีนี้หนูมองไม่เห็นว่าร่างกายพ่ออยู่ที่ไหน แต่หนูสัมผัสถึงจิตใจของพ่ออยู่เสมอ</p>
<p>ยี่สิบกว่าปีที่พ่ออยู่กับหนูมา สิ่งที่พ่อสอน เวลาดีๆที่เราออยู่ด้วยกัน ทุกสิ่งทุกอย่าง</p>
<p>มันยังอยู่ในใจและวนเวียนอยู่ในสมองหนูตลอดเวลา หนูภูมิใจมากที่ได้เกิดเป็นลูก</p>
<p>พ่อ และหนูสัญญากับพ่อว่าหนูจะทำหน้าที่ของตัวเอง และหน้าที่ต่อครอบครัวให้</p>
<p>ดีที่สุด ถ้าพ่อได้ยินได้เห็นสิ่งที่หนูพยายามจะบอกพ่อ ขอให้พ่อสบายใจและมอบสติ</p>
<p>ปัญญา กำลังกาย และกำลังใจให้หนูเพื่อที่จะปติบัติหน้าที่ให้แล้วเสร็จด้วยเถิด&#8230;</p>
<p>รักและคิดพ่อ</p>
<p>ลูก</p>
<p>5.00 am</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/287/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/287/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/287/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/287/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/287/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/287/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/287/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/287/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/287/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/287/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=287&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/06/khundee/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ลัลล้าเมืองผู้ดี(จริงเร๊อ)&#8230;</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/03/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/03/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Dec 2008 16:26:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/?p=285</guid>
		<description><![CDATA[กราบสวัสดีงามๆสามรอบค่ะ หลังจากหายหัวไปนาน ต่อสู้กับเทคโนโลยีหาทางลงฟอนท์ไทยไม่ได้ ตอนนี้มีแป้นไทยเป็นของตัวเองแล้วว่ะค๊า แต่อัตราการพิมพ์จะช้าเล็กน้อย เพราะแป้นเล็กมั่กๆ จริงๆอยากจะแว่บมาเมาท์นานแล้วล่ะค่ะ แต่มัวไปลัลล้าอยู่โรงพยาบาลบวกกับหาทางพิมพ์ไทยไม่เจอ (คอมตัวที่ใช้เป็นลีนุกซ์ อู้วแม่เจ้าใช้ไม่เป็นว่ะค่ะ)
วันนี้เอาแบบเฉพาะข้อความก่อนเนอะ รูปจะตามมาทีหลัง เพราะยังหาทางปรับเปลี่ยนรูปไม่ได้ อยู่ในช่วงเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่กิ๊ง
ก่อนอื่นขออัพสุขภาพก่อนละกันค่ะ หลังจากที่มารดาเฉดหัวให้มาอยู่นี่ ด้วยเหตุผล &#8221; Life must go on &#8221;ค่ะลูกขา ชีวิตเราต้องก้าวต่อไป แม้พ่อจะจากไปแล้วแต่ชีวิตเราที่เหลืออยู่สามคนแม่ลูกยังต้องเดินต่อไป (ไม่อยากเท้าความว่าอะไรเกิดขึ้นระหว่างสองแม่ลูกบ้าง กว่ามารดาจะเข้มแข็งแล้วเลิกร้องไห้ หนูฮาต้องสร้างวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ แต่ไว้เดี๋ยวเล่าภาคอื่น บิ๊วมากไม่ได้เดี๋ยวน้ำตาทะลัก) &#8230;ก็เลยต้องจรลีหอบเป้มาอยู่เมืองผู้ดีกับเค้านี่แหละค่ะ
ขอแอบเมาท์ถึงเมืองผู้ดีเค้าหน่อยเถอะค่ะ ใครเคยมาอังกฤษแล้วไม่ต้องอ่านก็ได้นะคะ อาจจะเบื่อป่าวๆ อันนี้เป็นมุมมอม แล้วก็ความเห็นส่วนตัวของเจ้าของบลอกค่ะ เกิดมาไม่เคยมาอังกฤษขอเห่อหน่อยเหอะว๊า&#8230;.
อู้วแม่เจ้ากว่าจะบินข้ามมาได้ลำบากมากกกกกกก เพราะอย่างที่รู้ๆว่าสนามบินปิด แต่อินี่รอดมาได้มั๊ย งงใช่มั๊ย งงเหมือนกัน แต่ก็รอดมาแล้วล่ะว๊า แม้จะติดแหง่กอยู่ดูไบเรี้ยรายทางพร้อมทั้งลืมถุงกุนเชียงไว้เป็นที่ระลึก แต่ผลสุดท้ายก็มาถึงบ้านพี่เบคน้องวิคละค่ะ เกิดมาไม่เคยเมาเครื่องบิน มีรอบนี้แหละค่ะเกิดอาการเมาเครื่องบินเป็นของตัวเอง เบาะก็แคบคนก็เยอะ ง่วงก็ง่วงแต่อีตาอาบังข้างๆก็พยายามเหลือเกิ๊น ชวนเล่นเกมส์อยู่นั่น แล้วบรรดาลูกเด็กเล็กแดงก็ลัลล้ากันเหลือเกิ๊น กรี๊ดๆๆวิ่งเล่นบนเครื่อง เล่นซ่อนหากันสนุกมาก ไหนจะแอร์ที่ทำงานดีเยี่ยม ปลุกเราตลอดเวลาคอยเสริฟอาหารและเครื่องดื่มประเคนกันมาไม่ต่างจากโต๊ะจีนลิง ของเก่ายังไม่ย่อย เคี้ยวเอื้องยังไม่หมด ของใหม่เสิรฟมาอีกแล้ว ย่อยก็ยาก [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=285&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>กราบสวัสดีงามๆสามรอบค่ะ หลังจากหายหัวไปนาน ต่อสู้กับเทคโนโลยีหาทางลงฟอนท์ไทยไม่ได้ ตอนนี้มีแป้นไทยเป็นของตัวเองแล้วว่ะค๊า แต่อัตราการพิมพ์จะช้าเล็กน้อย เพราะแป้นเล็กมั่กๆ จริงๆอยากจะแว่บมาเมาท์นานแล้วล่ะค่ะ แต่มัวไปลัลล้าอยู่โรงพยาบาลบวกกับหาทางพิมพ์ไทยไม่เจอ (คอมตัวที่ใช้เป็นลีนุกซ์ อู้วแม่เจ้าใช้ไม่เป็นว่ะค่ะ)</p>
<p>วันนี้เอาแบบเฉพาะข้อความก่อนเนอะ รูปจะตามมาทีหลัง เพราะยังหาทางปรับเปลี่ยนรูปไม่ได้ อยู่ในช่วงเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่กิ๊ง</p>
<p>ก่อนอื่นขออัพสุขภาพก่อนละกันค่ะ หลังจากที่มารดาเฉดหัวให้มาอยู่นี่ ด้วยเหตุผล &#8221; Life must go on &#8221;ค่ะลูกขา ชีวิตเราต้องก้าวต่อไป แม้พ่อจะจากไปแล้วแต่ชีวิตเราที่เหลืออยู่สามคนแม่ลูกยังต้องเดินต่อไป (ไม่อยากเท้าความว่าอะไรเกิดขึ้นระหว่างสองแม่ลูกบ้าง กว่ามารดาจะเข้มแข็งแล้วเลิกร้องไห้ หนูฮาต้องสร้างวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ แต่ไว้เดี๋ยวเล่าภาคอื่น บิ๊วมากไม่ได้เดี๋ยวน้ำตาทะลัก) &#8230;ก็เลยต้องจรลีหอบเป้มาอยู่เมืองผู้ดีกับเค้านี่แหละค่ะ</p>
<p>ขอแอบเมาท์ถึงเมืองผู้ดีเค้าหน่อยเถอะค่ะ ใครเคยมาอังกฤษแล้วไม่ต้องอ่านก็ได้นะคะ อาจจะเบื่อป่าวๆ อันนี้เป็นมุมมอม แล้วก็ความเห็นส่วนตัวของเจ้าของบลอกค่ะ เกิดมาไม่เคยมาอังกฤษขอเห่อหน่อยเหอะว๊า&#8230;.</p>
<p>อู้วแม่เจ้ากว่าจะบินข้ามมาได้ลำบากมากกกกกกก เพราะอย่างที่รู้ๆว่าสนามบินปิด แต่อินี่รอดมาได้มั๊ย งงใช่มั๊ย งงเหมือนกัน แต่ก็รอดมาแล้วล่ะว๊า แม้จะติดแหง่กอยู่ดูไบเรี้ยรายทางพร้อมทั้งลืมถุงกุนเชียงไว้เป็นที่ระลึก แต่ผลสุดท้ายก็มาถึงบ้านพี่เบคน้องวิคละค่ะ เกิดมาไม่เคยเมาเครื่องบิน มีรอบนี้แหละค่ะเกิดอาการเมาเครื่องบินเป็นของตัวเอง เบาะก็แคบคนก็เยอะ ง่วงก็ง่วงแต่อีตาอาบังข้างๆก็พยายามเหลือเกิ๊น ชวนเล่นเกมส์อยู่นั่น แล้วบรรดาลูกเด็กเล็กแดงก็ลัลล้ากันเหลือเกิ๊น กรี๊ดๆๆวิ่งเล่นบนเครื่อง เล่นซ่อนหากันสนุกมาก ไหนจะแอร์ที่ทำงานดีเยี่ยม ปลุกเราตลอดเวลาคอยเสริฟอาหารและเครื่องดื่มประเคนกันมาไม่ต่างจากโต๊ะจีนลิง ของเก่ายังไม่ย่อย เคี้ยวเอื้องยังไม่หมด ของใหม่เสิรฟมาอีกแล้ว ย่อยก็ยาก ห้องน้ำก็คิวยาว ไหนจะมีเสียงหมาใต้ท้องเครื่องเห่าด่ากันไปมาเหมือนจะยกพวกตีกันอีก อยากจะกรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด&#8230;.เมาเครื่องเว๊ย แต่นั่นยังไม่จบ เมื่อเครื่องเตรียมจะแถลงลอนดอน..ไม่รู้นักบินเกิดเฮี๊ยนไร บินวนเล่นโฉบเฉี่ยวไปมารอบตัวเมืองลอนดอนอยู่ประมาณสามรอบเวียนเทียนได้ แค่โฉบก็น่าอ้วกจะตายอยู่แล้ว ยังมีตกหลุมร่องอากาศพ่วงดีกรีความมึนเข้าไป ตกหลุมที เด็กๆหัวเราะกรี๊ดกร๊าดคิกคัก แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆคิกคักไม่ไหวว่ะค่ะ หัวใจจะวาย&#8230;.มองนอกหน้าต่างเอาแล้ว เห็นพระธาตุเวลา(หอนาฬิกา)กรุงลอนดอนรอบที่เท่าไรแล้ว ไหนอีชิงช้าหมุนนี่ ที่เครื่อบินบินใกล้ซ้าเหมือนเท้าซ้ายเหยียบที่นั่งบนชิงช้าไปแล้ว(เท้าขวาไม่ว่าง ช่วยนักบินเหยียบเบรก)  มองแล้วมึนหันกลับเข้าเครื่องบินมาเจออาบังทำหน้าสนใจ แล้วพูดภาษาอังกฤษสำเนียงอาหรับใส่ พร้อมทั้งส่ายคอนิดหน่อย มองหน้าอาบังชัดๆแล้วงงดีแฮะ เป็นอาบังที่ตาไม่โตมาก แต่หน้าบานนนนน จมูกแหลมๆ ปากนิดหน่อย ดูแล้วรายละเอียดของหน้าไม่สมสัดส่วนพื้นที่หน้า แบบนี้แถวบ้านเรียกหน้าตารายละเอียดต่ำ&#8230;.เห้อกว่าจะลงเครื่องได้ หาห้องน้ำไปอ้วกแทบไม่ทันค่ะ มึนอาบังบวกเมาเครื่องเอ้อ&#8230;</p>
<p>แต่ๆ นานทีมีโอกาสมายุโรป เมืองผู้ดีกับเค้า ก็ขอสังเกตสังกามันหน่อยเหอะค่ะ สนามบินเมืองผู้ดีให้อารมณ์แบบดอนเมืองมากๆ ไม่ได้ใหญ่เหมือนดูไบหรือสุวรรณภูมิบ้านเรา งวงช้างบ้านเราที่ว่าแน่ แพ้ดูไบครับพี่น้อง เดินไกลโคตร ไกลจนถึงขั้นลืมถุงกุนเชียงทิ้งกลางทาง แล้วมีบรรยากาศต้นปาล์มตามทางเดิน ไหนจะNinja chic (ผู้หญิงใส่ชุดดำคลุมหัวหน้าตาไปหมด เหมือนสุ่มดำๆเดินได้) เดินกันให้ขวั่กกันในดิวตี้ฟรี เหมือนตลาดแบกะดินตามทะเลทรายที่เราต้องเดินไกลๆแล้วหิวน้ำ โอ๊ยจินตนาการนอกลู่ กลับมาสู่ลอนดอนต่อค่ะ คือสิ่งแรกที่ทำให้สังเกตเมืองผู้ดีคือ</p>
<p>ห้องน้ำค่ะห้องน้ำ</p>
<p>หน้าตามันคล้ายๆห้องน้ำไฮเทคที่ญี่ปุ่นนะ ถ้าใครเคยอ่านมนต์รักน่าจะจำได้มั๊ย ที่พวกเราชาวฟาร์มโดนฝาห้องน้ำพับเก็บอัตโนมัติบ้านอีเพนกวินหนีบก้น คือห้องน้ำญี่ปุ่นจะพูดได้ ทะเลาะกับเราได้ ฉีดตรูด เป่าลมตรูดแห้ง ร้องเพลง(กันเสียงอุจาทเวลาอึ) และที่สำคัญมีระบบอุ่นทิพย์ อุ่นแก้มก้นเราให้อุ่นตลอดอายุการนั่งปลดทุกข์ ที่สนามบินหน้าตาเหมือนกันเด๊ะ มีที่เอามือบังแล้วน้ำจะไหล&#8230;.โบ๊ย&#8230;คิดเลย นำเข้าจากญี่ปุ่นแน่ๆ จัดการนั่งป๊าบ&#8230;แทบกรี๊ดค่ะพี่น้อง&#8230;พูดได้คำเดียว Icing ass! เย็นจนขนลุก ฉี่สะเด็นเลยว่ะค่ะ ฮ่าๆ สรุปมันหน้าตาฮายโซเฉยๆแต่มันไม่ไฮเทคเหมือนญี่ปุ่น ไม่ขอไรมากว๊า ขอแค่อุ่นทิพย์ก็พอแล้วไม่ต้องร้องเพลงให้ก็ได้</p>
<p>จากการลัลล้าในสนามบิน มึนมากค่ะ ตอมอ ประเทศนี้ เป็นอินเดียสักหกสิบเปอร์เซนต์ได้ แล้วมองไปนอกหนามบิน พี่อินเดีย(แต่ไม่โพกหัว) ขับรถหนามบินกันฉวัดเฉวียนมาก ถามตัวเองซ้ำๆ นี่ตรูจองตั๋วมาลอนดอน หรือมุมไบวะเนี่ย ถึงขั้นแกะตั๋วมาดูอีกรอบว่าลงผิดที่ป๊าวว๊า คนอินเดียที่อังกฤษเยอะจริงๆค่ะ เดินมาสิบต้องมีคนอินเดียหนึ่งถึงสองคนอ่า ตอนแรกนึกว่าคนจีนจะเยอะแต่ไม่เลย อินเดียเพียบค่ะขอบอก</p>
<p>ข้อสังเกตข้อที่สอง</p>
<p>สนามบินเค้าเพดานเตี้ยอ่า แล้วรถเข็นกระเป๋าเล็กมาก เล็กว่ารถเข็นเทสโก้อีกเอ้า แล้วไอ้คันที่หนูฮาได้ น่าประทับใจมาก ล้อรถเข็นเอียงซ้าย เข็นมันยังไงบังคับมันยังไงมันก้จะแถไปทางซ้ายตลอด คิดใช่มั๊ยทำไมไม่เปลี่ยน&#8230;อยากเหมือนกันแหละ แต่รถเข็นเต็ม!! แต่ชอบน๊า เอียงซ้ายตลอด ชนปู้จายตลอดเลย กํากกก แต่ขอโทษไอ้ที่ชนน่ะไม่มีหนุ่มๆเล๊ย เพราะหนุ่มๆเห็นเราเอียงเค้าก็เหวี่ยงหลบแล้วค่ะ ไอ้ที่เอียงซ้ายชนมีแต่ลุงๆทั้งน้าน ไม่ก็อาบังมากับบรรดามะเอียทั้งสี่และลูกอีกขโยง&#8230;คือสูงวัยแล้วการเคลื่อนไหวต่ำหลบไม่ทัน เห้อ&#8230;</p>
<p>เดี๋ยวมาต่อค่ะ ไปหาข้าวต้มกินก่อน(ไม่รู้มีใครอ่านหรือเปล่า แต่เขียนเอามันส์ เผื่อวันนึงข้างหน้า ลูกหลานมาอ่านจะได้รู้ว่า ญาติมันเคยไปเมืองปู้ดีนะเว๊ย ฮ่าๆ )</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/285/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/285/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/285/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/285/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/285/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/285/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/285/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/285/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/285/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/285/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=285&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/12/03/%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Flash News..</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/11/27/flash-news/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/11/27/flash-news/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 27 Nov 2008 14:14:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/?p=279</guid>
		<description><![CDATA[Sawaddee Ka
I am sorry that i didn&#8217;t have time to update my blog. Lot of things happened in my life in past few weeks.I drop here just to say I am alright and please don&#8217;t worry about me, will be back to update all stories here. Please give me sometimes to set up things..
Take care
Nu [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=279&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>Sawaddee Ka</p>
<p>I am sorry that i didn&#8217;t have time to update my blog. Lot of things happened in my life in past few weeks.I drop here just to say I am alright and please don&#8217;t worry about me, will be back to update all stories here. Please give me sometimes to set up things..</p>
<p>Take care</p>
<p>Nu Ha in United Kingdom</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/279/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/279/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/279/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/279/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/279/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/279/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/279/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/279/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/279/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/279/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=279&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/11/27/flash-news/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>หวย&#8230;&#8230;ฮ่วยยย!!</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/11/11/%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/11/11/%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 11 Nov 2008 02:04:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/?p=277</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้มาแต่เช้า แลดูเหมือนคนว่างจัดงานการไม่ทำ จริงๆไม่มีไร ไปเจอเรื่องน่าสนใจเข้าเลยอยากแบ่งปัน ต้องรีบเขียนก่อนที่มันจะลืม แม่บอกว่าเขียนเยอะๆน่ะดีลูก สมองจะได้ทำงานกับเค้าสักที  เดี๋ยวตอนเย็นจะไม่ว่างด้วยสิ ต้องแว่บไปดูอุปกรณ์ทำกระทง ปีนี้ไม่ปงไม่เป็นมันแล้วนางนพมาศ ไปทำกระทงเก็งกำไรดีกว่า เผื่อเจอว่าที่เนื้อคู่ หาลูกเขยเล็กสารพัดช่างไว้ให้แม่ดูเล่นได้ ฮ่าๆๆๆ ขอยกตนข่มท่านหน่อย เห็นกะโหลกกะลาแบบนี้ มือวางอันดับหนึ่งทำกระทงใบตองนะค๊า จะกระทงบายศรี หรือบ๊ายบายอะไรก็ว่ามา ไม่ได้เก็งกำไรอะไรมากมายหรอกค่ะ แค่คุณนายเค้าอยากทำกระทงให้พ่อ แล้วยังทำกิจกรรมสนุกๆ หนูฮาเลยควักสะตุ้งสะตัง ไปกู้แบงค์มา Investment ให้คุณนายแกประกอบธุรกิจทำกระทงขาย แบงค์ที่ว่าก็ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ก็แอบจิ๊กตังค์ในกระเป๋าตังค์แม่อ่าแหละ อัดยายซื้อขนมยาย ฮา
เข้าเรื่องดีกว่า วันนี้ไปวัดมาแต่เช้า แล้วไปเจออะไรน่าสนใจเข้า  ตามจั่วหัวเลยค่ะ เรื่องของหวย
ไปทำบุญที่วัดตอนเช้า แม้จะทรมานมากมายกันการต้องแหกขี้ตาตื่นมาทำกับข้าวไปวัด แต่เมื่อเทียบกับความสุขใจและเห็นสิ่งแปลกใหม่ที่ได้ ถือว่าเกินคุ้มค่ะ  ก็ไปแบบปกติๆนี่ล่ะค่ะ จัดการหาที่นั่งใกล้เสาช่วงฟังเทศน์ เอาไว้พักพิงอิงหลับใหล &#8230;..(แม่มาอ่านต้องด่าชัวร์ว่าแอบหลับในวัด ) พระท่านเทศนาสั่งสอนธรรมเสร็จแล้วนั้น กำลังพร้อมจะลงมือฉัน จู่ๆก็มีป้าคนนึง ใส่ชุดอลังการมั่กๆ เป็นชุดไหม ระยิบระยับดุจดั่งหลังคาโบสถ์ ไหนจะสร้อยทอง แหวน กำไรทองคำอีก  ไม่ต่างอะไรกับพรีเซนเตอร์ฮั่วเซ็งเฮงครับพี่น้อง แล้วป้าแกก็กรีดร้องเกือบจะดังว่า
&#8230;อย่าเพิ่งฉันค่ะ ขอดิฉันตักบาตรก่อนได้มั๊ยค๊า&#8230;&#8230;พูดเสร็จป้าสะบัดกำไรข้อมือทีสองที ปั๊ด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=277&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>วันนี้มาแต่เช้า แลดูเหมือนคนว่างจัดงานการไม่ทำ จริงๆไม่มีไร ไปเจอเรื่องน่าสนใจเข้าเลยอยากแบ่งปัน ต้องรีบเขียนก่อนที่มันจะลืม แม่บอกว่าเขียนเยอะๆน่ะดีลูก สมองจะได้ทำงานกับเค้าสักที  เดี๋ยวตอนเย็นจะไม่ว่างด้วยสิ ต้องแว่บไปดูอุปกรณ์ทำกระทง ปีนี้ไม่ปงไม่เป็นมันแล้วนางนพมาศ ไปทำกระทงเก็งกำไรดีกว่า เผื่อเจอว่าที่เนื้อคู่ หาลูกเขยเล็กสารพัดช่างไว้ให้แม่ดูเล่นได้ ฮ่าๆๆๆ ขอยกตนข่มท่านหน่อย เห็นกะโหลกกะลาแบบนี้ มือวางอันดับหนึ่งทำกระทงใบตองนะค๊า จะกระทงบายศรี หรือบ๊ายบายอะไรก็ว่ามา ไม่ได้เก็งกำไรอะไรมากมายหรอกค่ะ แค่คุณนายเค้าอยากทำกระทงให้พ่อ แล้วยังทำกิจกรรมสนุกๆ หนูฮาเลยควักสะตุ้งสะตัง ไปกู้แบงค์มา Investment ให้คุณนายแกประกอบธุรกิจทำกระทงขาย แบงค์ที่ว่าก็ไม่ใช่อะไรหรอกค่ะ ก็แอบจิ๊กตังค์ในกระเป๋าตังค์แม่อ่าแหละ อัดยายซื้อขนมยาย ฮา</p>
<p>เข้าเรื่องดีกว่า วันนี้ไปวัดมาแต่เช้า แล้วไปเจออะไรน่าสนใจเข้า  ตามจั่วหัวเลยค่ะ เรื่องของหวย</p>
<p>ไปทำบุญที่วัดตอนเช้า แม้จะทรมานมากมายกันการต้องแหกขี้ตาตื่นมาทำกับข้าวไปวัด แต่เมื่อเทียบกับความสุขใจและเห็นสิ่งแปลกใหม่ที่ได้ ถือว่าเกินคุ้มค่ะ  ก็ไปแบบปกติๆนี่ล่ะค่ะ จัดการหาที่นั่งใกล้เสาช่วงฟังเทศน์ เอาไว้พักพิงอิงหลับใหล &#8230;..(แม่มาอ่านต้องด่าชัวร์ว่าแอบหลับในวัด ) พระท่านเทศนาสั่งสอนธรรมเสร็จแล้วนั้น กำลังพร้อมจะลงมือฉัน จู่ๆก็มีป้าคนนึง ใส่ชุดอลังการมั่กๆ เป็นชุดไหม ระยิบระยับดุจดั่งหลังคาโบสถ์ ไหนจะสร้อยทอง แหวน กำไรทองคำอีก  ไม่ต่างอะไรกับพรีเซนเตอร์ฮั่วเซ็งเฮงครับพี่น้อง แล้วป้าแกก็กรีดร้องเกือบจะดังว่า</p>
<p>&#8230;อย่าเพิ่งฉันค่ะ ขอดิฉันตักบาตรก่อนได้มั๊ยค๊า&#8230;&#8230;พูดเสร็จป้าสะบัดกำไรข้อมือทีสองที ปั๊ด ..ให้ตายเถอะ เสียงลูกกระพวนทองคำสองลูกตรงสร้อยข้อมือป้ากระทบกัน ดังกังวานไพเราะจริงๆ กรุ๊งกริ๊งๆ </p>
<p>พระได้แต่มองหน้ากัน แล้วก็ตัดสินใจ เปิดฝาบาตรอีกรอบ ให้ป้าแกตักรบาตร&#8230;.งานนี้บอกได้คำเดียวว่าสายตาทั้งวันรุมทึ้งป้าคนนี้ เพราะแค่ความเป็นฮั่วเซ่งเฮงของป้าก็อลังเหลือแสน ไหนป้าแกจะเล่นมาวัดเอาตอนไก่โห่ขนาดนี้ คาดว่าป้าๆหลายคนในนั้นคงแอบประนามในใจเรื่องมาสาย (หรือว่าเราแอบคิดอกุศลคนเดียวหว่า)</p>
<p>หลังจากป้าแกตักบาตรเสร็จ พระท่านก็เริ่มฉันล่ะคะ แล้วก็มีป้าอีกคนนึง ตัดสินใจถามว่า&#8230;.</p>
<p>โห&#8230;.ไปทำอะไรมาคะเนี่ย ดูหน้าตาเป็นคนมีโชคมีลาภนะคะ ผิวผ่องกับทองคำมากๆ&#8230;&#8230;</p>
<p>ป้าฮั่วเซ่งเฮงจัดการแสยะยิ้มแบบคุณนาย พร้อมโบกมือไปมาสองทีโชว์แหวนแน่ๆ ตอบเย็นๆว่า</p>
<p>ก็ไม่ไรมากหรอกค่ะ บังเอิญโชคลาภพัดพา ถูกหวย เลยพอมีกำลังทรัพย์ซื้อสมบัติสั่งสมบารมี</p>
<p>&#8230;.บารมี บารมี๊ บารมี&#8230;&#8230;ป่ะ ให้ตายเหอะ บารมีมันหาซื้อได้ที่ฮั่วเซ่งเฮงด้วยหรอว๊าป้า (อันนี้ไอ่หนูฮาคิดในใจ แต่ก็เกือบพลาดคิดในใจเสียงดังตามนิสัยถาวรอยู่เหมือนกัน)</p>
<p>โห&#8230;.ถูกหวยหรอคะ เนี่ยต้องซื้อแยะแน่ๆเลย ถึงได้ร่ำรวยเอาขนาดนี้&#8230;..ป้าคนพูดตาวาวโต แล้วขยับตัวเข้ามาใกล้ป้าฮั่วเซ่งเฮงเต็มที่ พอคำว่าถูกหวยกระเซ็นไปเท่านั้นล่ะพี่น้อง ป้าๆที่เหลือ อาซิ่ม อาม่า ทั้งหลาย เหมือนโดนสะกดจิต หันพรึ่บแล้ว ขยับตัวมาหาป้าฮั่วเซงเฮงทันที  แล้วคำถามง่ายๆเบสิคๆก็หลุดออกมาเซ็งแซ่</p>
<p>ไปได้เลขเด็ดมาจากไหนเหรอ ค๊า&#8230;&#8230;   มองดูจากลักษณะหน้าตาคนถามแล้ว แววตาอิ่มเอิบไปด้วยความหวังแหละศรัทธาเต็มเหนี่ยวยิ่งกว่าตอนฟังพระท่านเทศนาธรรม สายตาเหม่อลอยมุ่งหวัง อยากมีตังค์ซื้อบารมีกับเค้า ในใจคงท่องกันเข้าไป&#8230;. อยาเป็นพรีเซนเตอร์ฮั่วเซ่งเฮงๆๆๆๆๆๆๆๆ</p>
<p>ป้าฮั่วเซ่งเฮงจัดการตอบไป ด้วยใบหน้ายิ้มเล็กน้อย บวกความภาคภูมิใจตัวเองเต็มเหนี่ยวที่มีบารมีเป็นของตัวเองและพร้อมจะเผื่อแผ่เพื่อนชาวโลก</p>
<p>&#8230;.อ่อ ก็ไม่อะไรมากหรอกค๊า ไม่ได้ไปหามาจากเกจิอาจารย์ดังวัดไหนทั้งสิ้น เพียงแต่วันนั้นก่อนวันหวยออก ดิฉันฝันว่า ดิฉันไปเที่ยวป่า กับธิดาวานร (ใครมาอ่านแล้วไม่รู้ธิดาวานรคืออะไร หาดูได้ช่องเจ็ดก่อนข่าว ถ้าจบไปแล้วถามแม่ค้าตลาดเอาว่าธิดาวานรคืออะไร )  ธิดาวานรก็จูงมืออิฉันอยู่ดีๆนี่ละคะ (หน้าตาป้าเริ่มออกรสออกชาติในการเล่า) แล้วบังเอิ๊นบังเอิญ งูจงอางจากไหนไม่รู้ค่ะ มันเลื้อยมาตรงหน้า ตัวใหญ่มากๆ (ตอนนี้ป้าตาโตเท่าไข่งูจงอางตัวที่ป้าเจอแล้วพี่น้อง)  อิฉันตกใจมากค่ะ กลัวงูฉก เพราะงูมันเลื้อยตรงมาที่ดิฉันกับธิดาวานร&#8230;..แต่โชคดีค่ะ ที่ธิดาวานร ใช้เสียมจวกไปที่งู สับหัวงูขาด จนกระทั่งงูตัวนั้นตาย&#8230;..ป้าเล่าจบพร้อมเอามือแนบอก บ่งบอกถึงอารมณ์อินจัด กลัวงูจงอางกัดหรือปลาบปลื้มกับการที่ได้เข้าฉากกับธิดาวานรในฝันก็มิทราบได้ แต่หน้าตาป้าฮั่วเซงเฮงของเราตอนนี้ผ่องใส กว่าทองที่ป้าประเคนใส่เข้ามาอีก</p>
<p>ป้ายังไม่จบ..</p>
<p>ป้าแกเล่าต่อว่า เนี่ยพออิฉันตื่นมานะคะ เลยรีบเปิดไฟคว้าตำรามาทำนายฝันค๊า (คาดว่าเป็นนิตยสารอารมณ์ประมาณนิตยสารมหาเศรษฐี ทายฝันทำนายหวยอะไรเทือกนั้น) แต่ดิฉันก็ไม่ได้ซื้อแค่ตัวเดียวนะคะ เพราะฝันแบบนี้มันตีได้หลายอย่างค่ะ อาจจะตีได้ จากการที่ธิดาวานรสับหัวงู หรือตีจากที่ดิฉันเจองูก็ได้ ของแบบนี้ต้องลองเสียง เอามากลับเป็นเลขบนเลขล่างด้วยนะคะ มันมีสูตรคำนวนค่ะมันมีสูตร&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.ป้าฝอยเป็นคุ้งเป็นแควเรื่องการมอบโชคของธิดาวานร ในขณะที่ซิ้มๆป้าๆคนอื่นๆนั่งมองกันตาปริบๆแสดงความทึ่งปนเอือมหรือเปล่าก็มิทราบ</p>
<p>พระท่านคงจะกลัวเรื่องจะไปกันใหญ่ ถึงขั้นบอกว่า</p>
<p>&#8230;.โยม ให้ยึดในสันโดษเถิด  จงพอใจในสิ่งที่ตนมี และยินดีในสิ่งที่ตนได้ &#8230;..</p>
<p>แต่ดูท่าแล้ววงสนทนาธิดาวานรมอบโชคจะไม่จบเท่านั้น เห็นป้าๆนัดแนะกันจะไปเที่ยวบ้าน ป้าฮั่วเซ่งเฮง เพื่อดูหนังสือทำนายฝันทำนายหวย หนูฮาเห็นท่าจะไม่ดีเลยขอตัวกลับบ้านก่อนดีกว่า ไม่งั้นอาจโดนป้าจับเอาเลขทะเบียนรถหนูฮาไปตีเป็นหวย อาจจะกลายเป็นหนูฮามอบโชคแทนธิดาวานร</p>
<p>ไม่รู้จะพูดยังไงดี อึ้งจริงๆ กับความเชื่ออันแรงกล้าของมนุษย์บางกลุ่มเกี่ยวกับเรื่องหวย สามารถเอาความฝันหรือจินตนาการของตัวเองและคนอื่นมาแปลงเป็นตัวเลข  แม่เจ้า &#8230;เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินนี่ละวะ ละครหลังข่าวมอบโชค  คุณแดง สุรางค์ เปรมปรี ของเจ็ดสีได้รับทราบเรื่องนี้คงปลาบปลื้มสุดขีด ที่ละครก่อนข่าวของท่าน ได้มอบโชคมหาศาลให้ผู้หญิงสูงวัยคนนึงมีกระตุ้งกระตังไปซื้อบารมีมาประดับตัวเหลืองอร่ามดุจดั่งหลังคาโบสถ์ ขออนุโมทนาสาธุเถอะค่ะป้า</p>
<p>โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว ไม่ได้รังเกียจคนเล่นหวยแต่ประการใด เพราะบางคนเล่นเอาสนุก ไม่ได้ถึงขั้นงมงาย อันนั้นพอถูไถ แต่บางคนไม่ได้เล่นแล้วนี่สิ มันถึงขั้นงมงาย วันๆคิดอะไรเอามาเก็งเป็นเลขเด็ดหมด ทุกอย่างนี้มันไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความสนุกเพียงอย่างเดียว แต่นั่นมันเพราะมีปัจจัยอื่นมาล่อ อยากมี อยากร่ำ อยากรวย ด้วยหวยด้วยเบอร์ อยากรวยกว่าคนอื่นเค้า จนมองว่าไอ้เลขสองสามตัวที่ได้มานี้มันคือโชคลาภอันน่าปรารถนาที่ทุกคนพึงมี เพราะสบายไม่ต้องทำงานแต่มีเงินหาซื้อบารมีมาสะสม สิ่งเหล่านี้เมื่อมัวเมากับมันมากๆ ก็ทำให้คนลืมคำว่าสันโดษ และสัมมาอาชีวะไปโดยปริยาย</p>
<p>โลกทุกวันนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าก็จริง แต่ลึกๆพื้นฐานจิตใจมนุษย์ยังงมงายกับสิ่งเหล่านี้ สิ่งแปลกปลอมเกิดนิดหน่อยยังไม่หาเหตุผลก็คิดว่าเป็นภูตผีหรือมอบหวยมอบโชค ต่อไปไบไม้ไหวหรือท่านนั่งหายใจผิดจังหวะท่านก็คงเอามาทำเป็นหวยได้ </p>
<p>ไปวัดแล้วไปเห็นอะไรดีๆ แม้คนพยายามจะเข้าใกล้พระเข้าใกล้วัด เข้าใกล้พระธรรมคำสั่งสอน แต่สิ่งที่เห็นวันนี้ มันทำให้ฉุกคิดว่า คนไปวัดเพื่ออะไรกันแน่ เพื่อความสบายใจ หรือเพื่อพาลพบเพื่อนใหม่สิ่งใหม่ๆที่คาดหวังกันว่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้น &#8230;..ไปวัดแล้วทำให้คนดีขึ้นมั๊ย จิตใจสูงขึ้นมั๋ย อันนี้ชักตอบไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์ซะแล้วสิ  อันนี้มันทำให้อดคิดพิจารณาไม่ได้ว่า สิ่งที่พระท่านสอนทุกวันนี้ หรือความศรัทธาในศาสนามันลดลงไปหรือ จนทำให้คนเราไปวัดแต่ได้รับสิ่งที่ไม่สมควรจะได้จากวัดมา</p>
<p>ความศรัทธาของมนุษย์เราที่จะทำความดีมันลดลงไปด้วยตัวของมันเอง หรือว่าเป็นเพราะพระธรรมคำสอนที่จะสอนให้คนเป็นคนดี เพียงพอมีความสุขกับชีวิตที่มีอยู่นั้นถูกสั่งสอนไม่น่าสนใจ หรือไม่น่าเคารพเลื่อมใสศรัทธาแล้วหรือ คนถึงหันไปหาสิ่งศรัทธาของตัวเอง ที่มาจากการจ้องสังเกตสิ่งต่างๆแล้วเอามาหาความร่ำรวย &#8230;..</p>
<p> </p>
<p>เอาล่ะเมาท์เรื่องป้าฮั่วเซ็งเฮง และน้องธิดาวานรมาซะนาน ได้เวลาต้องจรลีแล้วสิ ต้องขอโทษนะคะถ้าพูดออกแนวพุทธไป ใครนับถือศาสนาอื่น ก็อ่านผ่านไปคิดซะว่าเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพุทธละกันค่ะ มันเป็นมุมมองชีวิตอีกด้านที่หนูฮาไปเจอมา</p>
<p>เออใช่ ไปสมัครเมลมาให้แล้วค่ะ เผื่อไม่ได้แวะเข้ามาอัพบลอก ก็แวะไปทักทายในเมลกันได้ เพราะบางทีเดินทางบ่อยไม่ได้มีเวลาอัพบลอก แต่เช็คเมลผ่านมือถือบ่อย ยังไงใครมีเรื่องทุกข์ร้อนใจหรือสบายใจลัลล้าอยากเล่าอะไรหรืออยากทักทายก็แวะเมลมาได้ที่นี่นะคะ</p>
<p> <a href="mailto:nuha555@live.com">nuha555@live.com</a>   </p>
<p>ก่อนจากกันวันนี้&#8230;&#8230;&#8230;..ฝากไว้ให้คิด&#8230;&#8230;&#8230;ธิดาวานร มอบโชค ค๊า !!!!! 555</p>
<p>Nuha</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/277/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/277/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/277/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=277&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/11/11/%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%ae%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%a2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>25</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>The Racer</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/11/10/the-racer/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/11/10/the-racer/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Nov 2008 14:31:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/?p=274</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีค่ะ แวะมารอบดึก หายไปหลายวันพอสมควร อันเนื่องมาจากก้นยังไม่ติดพื้นบ้านสักวันเลยค่ะ ต้องไปเข้าคอร์สเตรียผิวสวยเป็นนางนพมาศ ก๊ากกกก ล้อเล่น จริงๆคือตะลอนๆพามารดาทำธุระนั่นนี่โน่นตลอดเวลา ยังโดนเพื่อนแม่แซวเลยค่ะ ว่าเหมือนเป็นคนขับรถทัวร์ เข้ากะได้กลางวันกลางคืน บวกกับขับรถระยะราวได้ด้วย เอากับหนูฮาสิ
สถานการณ์ของแม่ ก็ดีขึ้นนิดหน่อย กล้านอนคนเดียวแล้ว แต่ตอนหัวค่ำมาก็ยังแอบร้องไห้อยู่ดี ก็ต้องใช้เวลาฟื้นฟูกันต่อไป คิดว่าน่าจะดีขึ้นตามกาลเวลาของมันล่ะค่ะ
ส่วนของหนูฮา&#8230;บอกได้คำเดียว เหนื่อย  สั้นๆง่ายๆได้ใจความ แต่เหนื่อยจริงๆ ขับรถตะลอนๆ ตัวเองก็เหนื่อยจะแย่ แต่ก็ทำปากดีเข้มแข็งดูแลแม่ สุขภาพก็อยู่ในช่วงดูยาใหม่ ก็ยังมีปวดๆอยู่บ้าง สามวันท้องดีสี่วันท้องเสีย กินอาหารได้บ้างแล้ว แต่ว่ากินได้น้อย เพราะกินไปนิดนึงจะเจ็บๆจุกๆ เหมือนมันไม่ย่อยหรือท้องบิดตัวแรงๆ แต่ก็ชินแล้วล่ะค่ะ แต่ก่อนกินไรไม่ได้เลย ตอนนี้พอกินได้บ้าง เจออาหารอะไรก็ระวังเอา ทานปลาจนเกล็ดจะงอกแล้วเนี่ย ปลานึ่ง ปลาต้ม ข้าวต้มปลา โจ๊กปลา โว๊ย ถ้าเอาปลามาทำของหวานได้คงทำไปแระ เบื่อจะแย่แล้วเนี่ย ครีบงอกค่ะครีบงอก ส่วนยา&#8230;เฮ้อไม่รู้จะพูดไงดี มันก็ทุเลาได้นิดนึง ไอ้จะกินทุกวันก็กลัวตับไตพังเอา แต่ไม่กินก็ปวดมาก(กินก็ปวดน้อยหน่อย) ก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ปวดแบบทุรนทุรายเหมือนเดิม ออกแนวปลงๆแล้วค่ะ
แต่ช่วงนี้มีเรื่องน่าปวดหัวเพิ่มมาอีกอย่าง หลังจากพ่อเสียแล้วไม่มีผู้ชายที่บ้าน แม่เจ้า&#8230;ของทุกอย่างมันพังพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย วันก่อนก็สดๆร้อนๆ เปลี่ยนยางรถเอง เหงื่อแตกซิก
สิริรวมของพังในระยะเวลาสามวันนี้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=274&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>สวัสดีค่ะ แวะมารอบดึก หายไปหลายวันพอสมควร อันเนื่องมาจากก้นยังไม่ติดพื้นบ้านสักวันเลยค่ะ ต้องไปเข้าคอร์สเตรียผิวสวยเป็นนางนพมาศ ก๊ากกกก ล้อเล่น จริงๆคือตะลอนๆพามารดาทำธุระนั่นนี่โน่นตลอดเวลา ยังโดนเพื่อนแม่แซวเลยค่ะ ว่าเหมือนเป็นคนขับรถทัวร์ เข้ากะได้กลางวันกลางคืน บวกกับขับรถระยะราวได้ด้วย เอากับหนูฮาสิ</p>
<p>สถานการณ์ของแม่ ก็ดีขึ้นนิดหน่อย กล้านอนคนเดียวแล้ว แต่ตอนหัวค่ำมาก็ยังแอบร้องไห้อยู่ดี ก็ต้องใช้เวลาฟื้นฟูกันต่อไป คิดว่าน่าจะดีขึ้นตามกาลเวลาของมันล่ะค่ะ</p>
<p>ส่วนของหนูฮา&#8230;บอกได้คำเดียว เหนื่อย  สั้นๆง่ายๆได้ใจความ แต่เหนื่อยจริงๆ ขับรถตะลอนๆ ตัวเองก็เหนื่อยจะแย่ แต่ก็ทำปากดีเข้มแข็งดูแลแม่ สุขภาพก็อยู่ในช่วงดูยาใหม่ ก็ยังมีปวดๆอยู่บ้าง สามวันท้องดีสี่วันท้องเสีย กินอาหารได้บ้างแล้ว แต่ว่ากินได้น้อย เพราะกินไปนิดนึงจะเจ็บๆจุกๆ เหมือนมันไม่ย่อยหรือท้องบิดตัวแรงๆ แต่ก็ชินแล้วล่ะค่ะ แต่ก่อนกินไรไม่ได้เลย ตอนนี้พอกินได้บ้าง เจออาหารอะไรก็ระวังเอา ทานปลาจนเกล็ดจะงอกแล้วเนี่ย ปลานึ่ง ปลาต้ม ข้าวต้มปลา โจ๊กปลา โว๊ย ถ้าเอาปลามาทำของหวานได้คงทำไปแระ เบื่อจะแย่แล้วเนี่ย ครีบงอกค่ะครีบงอก ส่วนยา&#8230;เฮ้อไม่รู้จะพูดไงดี มันก็ทุเลาได้นิดนึง ไอ้จะกินทุกวันก็กลัวตับไตพังเอา แต่ไม่กินก็ปวดมาก(กินก็ปวดน้อยหน่อย) ก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้ปวดแบบทุรนทุรายเหมือนเดิม ออกแนวปลงๆแล้วค่ะ</p>
<p>แต่ช่วงนี้มีเรื่องน่าปวดหัวเพิ่มมาอีกอย่าง หลังจากพ่อเสียแล้วไม่มีผู้ชายที่บ้าน แม่เจ้า&#8230;ของทุกอย่างมันพังพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย วันก่อนก็สดๆร้อนๆ เปลี่ยนยางรถเอง เหงื่อแตกซิก</p>
<p>สิริรวมของพังในระยะเวลาสามวันนี้ วาล์วแก็สทำกับข้าวพัง ท่อประปารดน้ำต้นไม้ของแม่รั่ว สายยางแตกเพราะหนูฮาขับรถทับสายยางเอง (สมน้ำหน้าตัวเอง) เครื่องทำน้ำอุ่นเสีย น้ำไม่อุ่น เปิดออกมาน้ำเย็นเจี๊ยบ แล้วก็หลอดไฟพัง ท่อประปารั่วพอทำได้บ้าง เอาถุงพลาสติกมารัดๆไว้พลางๆก่อน สายยางแตกก็ทำเหมือนกัน  เครื่องทำน้ำอุ่นเสียเนี่ยซ่อมไม่เป็น ทำได้แค่ต้มน้ำอาบแทน (ติดนิสัยอาบน้ำอุ่นๆ ร้อนให้ตายก็ขออาบน้ำอุ่น) หลอดไฟพัง พังตรงไหนไม่รู้ ขอเปลี่ยนหลอดไว้ก่อนละกัน ฮา ส่วนวาล์วแก็สนั้น คาดว่าแก๊สไม่รั่วเพราะเอาน้ำสบู่ไปลูบๆแล้วฟองมันฟู่ออกมาส่วนจะซ่อมยังไงนั้นข้าน้อยมิทราบ&#8230;และเท่าที่สังเกตการ ยังมีอีกหลายอย่างที่จะเสื่อมอายุขับตามมา รู้สึกว่าอยากเข้าไปเทคคอร์สโรงเรียนเพาะช่างหรือเทคนิคอะไรพวกนี้มาก อยากเรียนคอร์สระยะสั้นพวกซ่อมๆไรพวกนี้จริงๆ จะได้เอามาซ่อมที่บ้าน ถ้ามีที่ไหนเปิดสอนคอร์สซ่อมของใช้ในบ้านแบบเร่งด่วน เดือนเดียวรู้ผลเนี่ย หนูฮาจะขอเรียนคนแรกเลยค่ะ บ้านมีแต่ผู้หญิงลำบากเหมือนกันนะ ซ่อมเองได้บางอย่าง ถ้ายากเกินไปก็ไม่อยากเสี่ยง ไม่คุ้ม เฮ้อ&#8230;ยังประทับใจตัวเองไม่หาย เปลี่ยนยางรถมั่วๆแต่สำเร็จ ก๊ากกก</p>
<p>พูดเรื่องรถแล้วขอหน่อยแล้วกัน วันก่อนเพิ่งมีเรื่องมีราวเฉียดตายมาค่ะเกี่ยวกับรถ ไปทำธุระแล้วนอนบ้านญาติ ขับรถกลับบ้านตอนตีสี่กะว่าถึงบ้านตีห้านิดๆแล้วช่วยแม่เตรียมของไปวัด&#8230;.แต่มันมีเหตุค่ะ</p>
<p>ขับรถไปคนเดียว ถนนสี่เลน มีเกาะกลางถนนคั่นกลางตลอดระยะทาง รถว่างมากๆ นานๆมีรถสวนที ก็ขับไปดีๆแหละค่ะ อยู่ดีๆมีรถจากไหนมาไม่รู้เปิดไฟสูงขับตาม พยายามหลบให้แล้วแต่เค้าไม่ยอมไป ไม่ยอมแซง แล้วก็ไม่เลิกเปิดไฟสูง เค้าก็ขับตามอยู่นั่น ก็คิดว่าเฮ็ย&#8230;.เมาป่าวเนี่ย ก็เลยตัดสินใจขับเลนซ้ายสุดแล้วชะลอรถจะจอด เค้าถึงยอมแซงไป &#8230;.แต่ช่วงที่เค้าขับไปเนี่ย เหมือนเค้าขับรถเร็ว แต่พอเราเข้าใกล้ เค้าก็จะขับเร็วๆแล้วจู่ๆเบรค เหมือนจะให้เราชนท้าย แต่พอเราหลบซ้าย เค้าก็ขับรถมาทางซ้ายบังเราไว้ พอเราจะไปขวา เขาก็ปาดขวา พอช่วงโค้ง เค้าก็ขับกลางถนนคร่อมเส้นขาวไว้ ทำให้ขับตามลำบากมาก เพราะไม่รู้มันจะเลือกขวาซ้ายหรือไรแน่ รู้สึกหงุดหงิดมาก เพราะต้องเบรคบ่อยๆ ถ้าเราชะลอรถเค้าก็ชะลอตาม เหมือนเค้าจะพยายามให้รถอยู่ในระดับความเร็วเดียวกัน &#8230;.ตอนนั้นเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ปกติแล้วสิรถคันนี้ มันจะเอาไงเนี่ย รถสวนมาก็ไม่มีซะด้วยสิ จะขับตามมันแบบนี้ก็แย่แน่ ส่ายไปมายังกะปลาไหล ถ้าเบรคไม่ทันคงได้ชนท้ายชัวร์ จะหยุดรถก็กลัวเค้าจะมาจี้ปล้น ไม่ไว้ใจไรเล๊ย ตัดสินใจสุดท้าย&#8230;&#8230;&#8230;หาทางแซงมันไป แล้วเร่งเครื่องไปเลยดีกว่า  อย่างน้อยไปเจอสถานีตำรวจข้างหน้า ค่อยกระพริบไฟขอความช่วยเหลือ&#8230;&#8230;คิดได้ดังนั้นก็ตัดสินใจช่วงเค้าชะลอ ปาดซ้ายแล้วแซงไป ด้วยความเร็วสูงพอประมาณ&#8230;.เค้าก็เปิดไฟสูงไล่ตาม แล้วพยายามเร่งความเร็วไล่จี้ตามมา มองจากกระจกแล้ว ถ้าเราหนีไม่ทัน ชนท้ายรถแน่ๆ ดูแล้วเค้าไม่คิดจะเบรคเลย เหมือนเค้ากะไล่บี้เราให้ตาย&#8230;&#8230;.เอาล่ะหว่า มันต้องการอะไรวะเนี่ย เงินทองก็ไม่มี ทั้งตัวมีสามร้อย มือถือก็นะ เครื่องละพันกว่าบาท แต่งตัวก็เสื้อยืดกางเกงขายาว ไม่ได้ล่อแหลมอะไรเล๊ย แล้วมันต้องการอะไรวะเนี่ย  รู้สึกว่าอยู่สนามแข่งรถแบบไม่รู้เรื่องยังไงไม่ทราบ แต่ก็เอาวะ ถ้าเราชะลอก็ชนอย่างเดียว เราไปซ้ายมันตาม เราไปขวามันก็ยังตาม เราจอดมันคงเดินมารถเราแน่ จะเลี้ยวไปไหนก็ไม่ได้ เพราะมืดไปหมดแล้วไม่มีบ้านคน ทางเดียวจะรอดคือต้องขับหนี&#8230;..ไม่รู้คิดผิดคิดถูกมั๊ย แต่เท่าที่ดูเค้าเป็นผู้ชายขับรถมากันสองคน แล้วเราผู้หญิงคนเดียว เกิดไรมาสู้เค้าไม่ได้ชัวร์ คิดได้แล้ว เร่งความเร็วเรื่อยๆๆ และก็เรื่อยๆ จาก ร้อยยี่สิบ เป็นสามสิบ สี่สิบ ห้าสิบ หกสิบ&#8230;.ก็ยังตามอยู่ มองดูถนนข้างหน้าแล้วเอ้อโล่งชัวร์  แต่ไอ้ข้างหลังเลวมากเปิดไฟสูง ร้อยเจ็ดสิบแล้ว และก็ร้อยแปดสิบ&#8230;.มันก็ยังพยายามตามมา&#8230;แล้วเปิดไฟสูงไล่ตามเราอย่างบ้าคลั่ง พร้อมทั้งบีบแตร จนกระทั่งตอนสุดท้าย มองเห็นไฟจราจรข้างหน้า เป็นไฟเขียวเริ่มกระพริบแล้ว &#8230;.ตัดสินใจ เปิดไฟสูงกระพริบแล้วบีบแตรเพื่อบอกให้รถที่สี่แยกอย่าฝ่ามา แล้วเหยียบคันเร่งเข้าไปอีก เป็นสองร้อย&#8230;&#8230;คิดอย่างเดียวขอให้พ้นไฟแดงแล้วอย่ามีรถสวน เพราะถ้าจอดติดไฟแดงด้วยกัน แย่แน่ๆ มันต้องลงมาที่รถเราแน่&#8230;.</p>
<p>ปรากฎว่ารอด พ้นไฟแดงพอดี แอบเสียวนิดหน่อย เพราะรถตรงสี่แยกกำลังจะขับมาเพราะจะเป็นไฟเขียวของเค้า ข้ามไฟแดงได้พอดิบพอดี ได้ยินเสียงรถคันนั้นเบรคเสียงดังสนั่นติดไฟแดงเป็นจ่าฝูง เพราะรถอีกทางสวนมา มองกระจกหลังไป รถบ้าคันนั้นบีบแตรยาว พร้อมทั้งกระพริบไฟสูง ให้เรา&#8230;..แต่ไม่สนใจค่ะ กลัว รีบขับรถกลับบ้าน จนกระทั่งรู้แล้วว่าเค้าคงไล่ไม่ทันเพราะจะถึงตรงที่จะเลี้ยวแล้ว ถึงลดความเร็วลง&#8230;&#8230;กลายเป็นจอดตั้งหลักสักพัก แล้วค่อยขับต่อ เพราะขนลุกไปหมด เกร็งไปหมด เพราะด้วยความเร็วสองร้อย รถเกือบจะลอยกับเค้าเหมือนกัน ดีหน่อยว่ารถหนัก ไม่งั้นคงแย่เหมือนกัน&#8230;..</p>
<p>รู้สึกงงกับเหตุการณ์มาก ว่าจู่ๆรถคันนี้โผล่มาได้ไง แล้วมาตามรถเราทำไม ความรู้สึกตอนโดนขับตาม เหมือนเราเป็นกวางแล้วโดนสิงโตตามไล่บี้ พลาดคือตาย&#8230;&#8230;ถ้าชะลอคงโดนชน ถ้าจอดก็ไม่รู้จะโดนอะไรบ้าง ผู้หญิงตัวคนเดียว คิดว่าสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจนั้นมันอันตรายมากที่ขับเร็วขนาดนั้นแล้วเร่งเพื่อข้ามไฟแดง แต่ก็คิดว่าตัดสินใจดีที่สุดแล้วในเหตุการณ์นั้น เพราะเราคาดเดาไม่ได้เลยว่าขับจอดรถมาจะมีปืนหรืออะไรมั๊ย จนถึงตอนนี้แล้วยังไม่รู้สาเหตุเลยว่าเค้าไล่จี้ตามทำไม</p>
<p>แต่อยากขอเตือนภัย ผู้หญิงทุกคนที่จำเป็นต้องใช้รถใช้ถนนตอนกลางคืนให้ระมัดระวังตัว เพราะภัยผู้หญิงมีรอบด้านจริงๆ จากแต่ก่อนอ่านฟอรฺเวิร์ดเมลแล้ว ก็อืมๆไม่ได้อะไรมาก พอเจอเองกับตัวแล้วรู้สึกนึกถึงฟอร์เวิร์ดเมลเตือนภัยผู้หญิงต่างๆที่หลายคนส่งมา</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/274/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/274/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/274/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/274/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/274/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/274/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/274/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/274/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/274/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/274/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=274&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/11/10/the-racer/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เป็นผู้หญิง อย่าหยุดสวย</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/11/01/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/11/01/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 01 Nov 2008 04:35:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/?p=269</guid>
		<description><![CDATA[แวะเข้ามาทักทายค่ะ &#8230;
ขอบคุณมากนะคะสำหรับกำลังใจทุกคนเลยที่แวะเวียนเข้ามา เป็นปลื้มจริงๆค่ะ
ช่วงนี้ก้นแทบไม่ติดพื้นค่ะ เดินทางทุกวัน ต้องทำธุระเรื่องเอกสารหลังจากบิดาเสียชีวิต แล้วก็กลับไปหาหมอบ้างเป็นบางระยะ เพื่อลองยาตัวใหม่ เพิ่งเข้าใจคำว่าหนูทดลองยาก็ตอนนี้แหละค่ะ แต่ก็โอเคค่ะยาตัวใหม่ พอทุเลาได้ ยังไม่เห็นผลข้างเคียงอะไรตอนนี้(แต่ต่อไปไม่แน่) สุขภาพจิตใจดีขึ้นเยอะมาก ไม่มีเวลาเหงา ฟุ้งซ่านร้องไห้ไรเลยค่ะ ยุ่งตลอด  ส่วนคุณแม่ก็เหมือจะเริ่มรับอะไรๆได้บ้าง หลังจากที่เอาแต่โศกลูกเดียวมาระยะนึง อาการของมารดาเหมือนคนอกหักเลยค่ะ เหงาๆเศร้าๆ เห็นอะไรที่เหมือนภาพเก่าๆ หรือเพลงที่ฟังร่วมกัน แม่ก็จะเริ่มแล้วครับพี่น้อง บิ๊วอารมณ์ น้ำตาไหลพรากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ได้แต่ปลอบกันไปตามระเบียบ เรื่องจิตใจนี่มันขึ้นกับตัวบุคคลจริงๆ เราคนรอบข้างคนได้แค่ปลอบใจ แล้วก็พยายามทำให้เค้าเข้มแข็ง เอาน่าเนอะ แม่ทั้งคนก็ต้องดูแลกันไป หลังจากนี้คงเป็นทัวร์วัดวิปรัสนา ทำบุญทำทานกันล่ะค่ะ เพื่อให้คุณแม่ท่านสบายใจ &#8230;
ว่ากันเรื่องหนังสือดีกว่า&#8230;.
ต้องขอบคุณมากๆเลยนะคะ ที่ยังแวะเวียนมาให้ความเห็น และแนะนำ
เรื่องลิขสิทธิ์ขอบคุณมากเลยค่ะที่แนะนำ แต่ๆๆๆๆตอนนี้ มีปัญหาค่ะ เพราะว่ายังติดลิขสิทธิ์ตัวเก่าที่ทางสำนักพิมพ์เค้าทำไว้ แล้วมันมีอายุห้าปี เพิ่งนึกได้ค่ะว่ามันห้าปี ไม่ใช่สองปี เลยกระดิกอะไรไม่ได้นี่สิกลุ้ม ถ้าใครมีความรู้เรื่องลิขสิทธิ์ ขอความกรุณาแนะนำด้วยค่า จะขอบพระคุณอย่างสูงเลย
เออใช่ ลืมเล่าไป ไปก่อวีรกรรมน่าสะเทือนขวัญไว้อีกแล้วล่ะค่ะ
วันก่อนดูทีวีแล้วเห็นโฆษณาเครื่องสำอาง แล้วมีสโลแกนว่า&#8230;..ผู้หญิง&#8230;อย่าหยุดสวย&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.โว๊ยเอาละเว๊ย ของขึ้นค่ะของขึ้น ผีผู้หญิงอยากสวยเข้าสิง อยู่ดีๆก็มีความคิดเข้ามาแว่บในหัว
เออว่ะ เราก็ตรากตรำทำงานงกๆ ไหนจะงานศพพ่ออีก ไม่มีเวลาได้แต่งสวยแต่งงามมาเป็นเดือนๆแล้วนี่นา [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=269&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>แวะเข้ามาทักทายค่ะ &#8230;</p>
<p>ขอบคุณมากนะคะสำหรับกำลังใจทุกคนเลยที่แวะเวียนเข้ามา เป็นปลื้มจริงๆค่ะ</p>
<p>ช่วงนี้ก้นแทบไม่ติดพื้นค่ะ เดินทางทุกวัน ต้องทำธุระเรื่องเอกสารหลังจากบิดาเสียชีวิต แล้วก็กลับไปหาหมอบ้างเป็นบางระยะ เพื่อลองยาตัวใหม่ เพิ่งเข้าใจคำว่าหนูทดลองยาก็ตอนนี้แหละค่ะ แต่ก็โอเคค่ะยาตัวใหม่ พอทุเลาได้ ยังไม่เห็นผลข้างเคียงอะไรตอนนี้(แต่ต่อไปไม่แน่) สุขภาพจิตใจดีขึ้นเยอะมาก ไม่มีเวลาเหงา ฟุ้งซ่านร้องไห้ไรเลยค่ะ ยุ่งตลอด  ส่วนคุณแม่ก็เหมือจะเริ่มรับอะไรๆได้บ้าง หลังจากที่เอาแต่โศกลูกเดียวมาระยะนึง อาการของมารดาเหมือนคนอกหักเลยค่ะ เหงาๆเศร้าๆ เห็นอะไรที่เหมือนภาพเก่าๆ หรือเพลงที่ฟังร่วมกัน แม่ก็จะเริ่มแล้วครับพี่น้อง บิ๊วอารมณ์ น้ำตาไหลพรากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ได้แต่ปลอบกันไปตามระเบียบ เรื่องจิตใจนี่มันขึ้นกับตัวบุคคลจริงๆ เราคนรอบข้างคนได้แค่ปลอบใจ แล้วก็พยายามทำให้เค้าเข้มแข็ง เอาน่าเนอะ แม่ทั้งคนก็ต้องดูแลกันไป หลังจากนี้คงเป็นทัวร์วัดวิปรัสนา ทำบุญทำทานกันล่ะค่ะ เพื่อให้คุณแม่ท่านสบายใจ &#8230;</p>
<p>ว่ากันเรื่องหนังสือดีกว่า&#8230;.</p>
<p>ต้องขอบคุณมากๆเลยนะคะ ที่ยังแวะเวียนมาให้ความเห็น และแนะนำ</p>
<p>เรื่องลิขสิทธิ์ขอบคุณมากเลยค่ะที่แนะนำ แต่ๆๆๆๆตอนนี้ มีปัญหาค่ะ เพราะว่ายังติดลิขสิทธิ์ตัวเก่าที่ทางสำนักพิมพ์เค้าทำไว้ แล้วมันมีอายุห้าปี เพิ่งนึกได้ค่ะว่ามันห้าปี ไม่ใช่สองปี เลยกระดิกอะไรไม่ได้นี่สิกลุ้ม ถ้าใครมีความรู้เรื่องลิขสิทธิ์ ขอความกรุณาแนะนำด้วยค่า จะขอบพระคุณอย่างสูงเลย</p>
<p>เออใช่ ลืมเล่าไป ไปก่อวีรกรรมน่าสะเทือนขวัญไว้อีกแล้วล่ะค่ะ</p>
<p>วันก่อนดูทีวีแล้วเห็นโฆษณาเครื่องสำอาง แล้วมีสโลแกนว่า&#8230;..ผู้หญิง&#8230;อย่าหยุดสวย&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.โว๊ยเอาละเว๊ย ของขึ้นค่ะของขึ้น ผีผู้หญิงอยากสวยเข้าสิง อยู่ดีๆก็มีความคิดเข้ามาแว่บในหัว</p>
<p>เออว่ะ เราก็ตรากตรำทำงานงกๆ ไหนจะงานศพพ่ออีก ไม่มีเวลาได้แต่งสวยแต่งงามมาเป็นเดือนๆแล้วนี่นา ในเมื่อเราเป็นผู้หญิง เราจะหยุดสวยได้เยี่ยงไรรรรรรรรรรรรร งานศพก็ผ่านไปสักพักแล้ว คงไม่ต้องสำรวมกิริยาทำหน้าโศกาตลอดเวลาหรอกมั๊ง อีกอย่างคุณดี๊(ย่อมาจากแดดดี๊ เอาไว้เรียกบิดาเวลาบิดาอารมณ์ดี) คงไม่ได้อยากให้เราโศกโศกาตีหน้าเศร้าตลอดเวลา ใช่แล้ว หนูฮา มันได้เวลาที่เธอจะกลับมาพบกับความงามเหมือนเดิมแล้ว&#8230;..เป็นผู้หญิงจะหยุดสวยได้เยี่ยงไรรรรรรรรร วะฮ่าๆ</p>
<p>อยู่ดีๆเป็นบ้าค่ะ เหมือนเครียดมานาน โศกมานาน ขอปลดปล่อยทำอะไรที่มันสดชื่นบ้างเห๊อะ คิดเองเออเองค่ะว่าคุณดี๊คงไม่ว่าอะไรที่ลูกจะลุกขึ้นมาแต่งหน้าทำผม เพราะปกติบิดาของหนูฮาก็อยากให้ลูกยิ้ม อยากให้ลูกสวย ลูกก็รักดีนะคะ อยากสวยค่ะ แม้สังขารเราจะทำให้ความงามลบเลือนไปบ้างก็เอาเหอะว๊า</p>
<p>จัดการเลยค่ะ วันนั้นต้องไปทำธุระที่สถานที่ราชการกับมารดา ในหัวมีอยู่แค่คำเดียววนไปมา&#8230;เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวยๆๆๆ ๆๆ หลอนโสตประสาทตัวเองไปมา มองหน้าตัวเองในกระจก &#8230;.ป๊าดดดดด โทรมมหันต์ ตาเป็นหลุมลึกยังกะมีแพนด้า หัวเหอฟูฟ่องเป็นยองใย หน้าซีดๆเซียวๆ มิได้ค่ะมิได้ ปล่อยตัวเองเละเทะเกินไปแล้ว (จริงๆมันก็ไม่ได้ต่างจากแต่ก่อนเท่าไรหรอก โทรมกับไม่โทรมแยกไม่ค่อยออก แต่วันนั้นกระแดะ (หลอกตัวเอง)คิดว่าตัวเองสวยมาก่อนแล้วโทรมเพราะงานศพ) จัดการรื้อหาเสื้อผ้าเลยค่ะ เจอชุดแซกนางพญา สีแดงสด..เกือบหยิบใส่แล้ว แต่ได้สติ มิงามๆ เรายังต้องแต่งสีดำขาวอยู่ สีแดงมันแรงไปวางๆ รื้อนั่นหานี่อยู่นานโข ได้มาแล้ว  แซกสีขาวคอตั้ง มีเชือกผูกเอว เหมือนใส่เสื้อโค้ทครึ่งตัวของเมืองนอก วะฮ่าๆ ใส่แล้วดูคุณนายดีว่ะ ชอบๆ จัดการแต่งหน้าทาปาก ทำผมอย่างงาม นี่ถ้ามีเวลาคงตีบังเกอร์สะท้านลมเพิ่มรัศมีนางพญาเข้าไปแล้วล่ะ แต่คุณมารดาเรียกให้ไปขับรถ เพราะสายแล้ว เลยต้องเลิกล้มความเว่อร์เซตผมเรียบๆพอประมาณ หอบกระเป๋าหนีบ (แม่บอกว่าเหมือนกระเป๋าเจ้ามือขายหวยใต้ดิน หรือไม่ก็กระเป๋าพวกเจ้าแม่เก็บเงินดอกเลยค่ะลูก)  ใส่ส้นเข็มสีขาวครีมเข้ากับชุด &#8230;วะฮ่าๆ เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย</p>
<p>แต่บังเอิ๊ญๆ รถเก๋งสตาร์ทไม่ติด เลยต้องเอากระบะ(ของญาติไป) คิดดูสิคะ ใส่ชุดนางพญาซะขนาดนั้น ต้องถลกกระโปรงปีนขึ้นวีโก้ที่ไปยกมาสองนิ้วมั๊ง สูงชิบ คิดในใจ ทำไมเหมือนเป็นคนขับสิบล้อเลยวะ สูงๆยังไงพิกล แอบเซ็งนิดหน่อย เพราะรถมันสูงปีนลำบากมากมาย เป็นอุปสรรคต่อความสวย</p>
<p>ด้วยความที่มัวเอ้อระเหยนั่นนี่โน่น ทำให้ไปถึงที่หมายตอนเที่ยงครึ่ง คนกำลังกลับจากทานข้าวกลางวันพอดี &#8230;จัดการจอดหน้าตึกให้มารดาลง เพราะเอกสารเยอะต้องแบกนั่นนี่&#8230;.ไอ้ตอนลงที่ละคะพี่น้อง ชะตาขาดจริงๆ</p>
<p>ลืมตัวสนิทคิดว่าเอารถคันเล็กมา&#8230;กำลังจะก้าวขาลง แล้วไปเจอที่เหยียบขึ้นรถเป็นสแตนเลส&#8230;งงเว๊ยงง ปกติก็หย่อนๆขาก็ลงได้ ทำไมมันมีอุปกรณ์เสริมวะเนี่ย เอาละสิจะก้าวขาหน้าขาหลังลงก่อนดี กำลังตัดสินใจอยู่ดีๆนั้น (ไอ้)รถคันหลัง บีบแตร แปร๊นนนนนนนนมา ตกใจค่ะ เลยเอาวะ ก้าวขาไหนก็ก้าว&#8230;ขาขวาก้าวลงไปกะเหยียบเจ้าสแตนเลสนั่น แต่เหยียบพลาดเพราะใส่ส้นสูง ไถล แต่ยังได้สติกะเอามือขวาคว้าประตูรถ แต่ซวยโคตรๆๆๆ ประตูมันดันดังแอ็ดๆแล้วไหลไปข้างหน้านิดหน่อยประมาณนิ้วนึง มือเกี่ยวไม่ถึงที่ยึดเหนี่ยวสุดท้าย&#8230;.ล้มแป๊กก ลงพื้น&#8230;&#8230;.เขากระแทกพื้น ส้นสูงติดอยู่ใต้ท้องรถ อีกข้างกระเด็นไปละแวกนั้น&#8230;เงยหน้าขึ้นไป ประสานสายตากับ(ไอ้)รถที่บีบแตรไล่ พร้อมกับสายตาพนักงานที่เค้ากลับเข้ามาทำงานอีก&#8230;&#8230;.</p>
<p>ณ วินาทีนั้นอย่าถามว่าเจ็บมั๊ย&#8230;ไม่เจ็บหรอก แต่รู้สึกว่า&#8230;.เราหยุดสวยแล้ว ฮ่าๆๆๆ ดีหน่อยว่าตอนลงกระโปรงลงในท่าสวยงามไม่โป๊ แต่เข่านี่สิ ชาเลย เรื่องคนมองอย่าถาม ทุกคนอึ้ง จะขำก็คงไม่กล้า จนกระทั่งแม่วิ่งมากับผู้ชายคนนึงก็คนที่บีบแตรไล่น่ะแหละ แล้วถามว่าเป็นไรมากมั๊ย..เจ๊บตรงไหนมั๊ย</p>
<p>กายน่ะไม่เท่าไร แต่ใจน่ะเจ็บสุดจะทน&#8230;..</p>
<p>แล้วทุกคนก็ปลอบใจ</p>
<p>โถๆๆอย่าคิดมากนะ รถมันสูง คนลื่นกันบ่อย &#8230;.</p>
<p>ก็คนมันตกใจนี่กำลังลงรถแล้วมีรถบีบแตรไล่ เลยเสียจังหวะ เจ็บมากมั๊ยหนู&#8230;</p>
<p>ส้นสูงคงติดสินะ เลยแถล้ม &#8230;</p>
<p>โห&#8230;.หน้าคว่ำแบบนี้ สงสารอ่า ดูสิผมเผ้ารุงรังเลย เข่าก็เจ็บน่าสงสารนะ คนเรากำลังตั้งใจลงรถ รถก็สูง &#8230;.</p>
<p>..เอาน่าหนู ถือซะว่าฟาดเคราะห็ แต่เก่งนะ ตัวแค่นี้ขับรถคันใหญ่ได้ &#8230;..</p>
<p>ในใจอยากจะกรี๊ดๆๆๆๆๆ เจ็บใจตัวเอง แต่ ณ วินาทีนั้น ทำได้แค่ยิ้มให้ทุกคนด้วยสายตานางงาม ..</p>
<p>หลังจากที่ไปล้างแผลในห้องน้ำกับแม่แล้ว ก็กลับมานั่งรอคิว &#8230;.คนที่เข้ามาใหม่ ไม่รู้เหตุการณ์ก็ถามว่า หนูขาเป็นอะไร ไปหาหมอมั๊ยแล้วค่อยกลับมา แม่ก็ได้แต่ยิ้มๆ ยังไม่ทันง้างปากจะตอบอะไร ก็เอาแระ คนในสำนักงานนั้น เล่ากันเป็นฉากๆๆ ว่า โอ๊ย เนี่ยยัยหนูเค้า ตกรถ ส้นสูงติดขั้นบันได หน้าคว่ำลงมาเลย เอาเข่ารับ เข่าเลยแตก &#8230;&#8230;เล่ากันสนุกเชียว ดังเลยวันนั้น เดินกะเผลกๆถือส้นสูงกับมือสองข้าง เดินเท้าเปล่าขึ้นรถขับพาแม่กลับบ้าน&#8230;ได้แต่คิดในใจ</p>
<p>บางทีผู้หญิงก็ไม่ได้คิดอยากจะหยุดสวย แต่สถานการณ์บางอย่างมันจำเป็นให้ผู้หญิงอย่างเราหยุดสวยต่างหากล่ะ&#8230;.คุณผู้ชายทั้งหลายค่ะ กรุณาอย่าปากร้ายด่าว่าผู้หญิงเราเลยค่ะว่าไม่สวยงั้นงี๊ บางทีผู้หญิงอย่างเราๆจำเป็นต้องหยุดสวยชั่วขณะเพื่อความปลอดภัยและความอยู่รอดชั่วขณะค่ะ เราไม่ได้มีความตั้งใจที่หยุดสวยแต่ประการใด ขอบคุณทุกท่านที่เข้าใจค่ะ</p>
<p>เรียนวิศวกรออกแบบรถกระบะทั้งหลาย</p>
<p>ท่านคะ เราทราบค่ะว่าท่านต้องการทำรถกระบะไว้ขายให้กลุ่มชายชาตรีเป็นหลัก แต่ท่านคะท่าน โปรดคิดสักนิดสิคะ ว่าท่านไม่คิดว่า ชายชาตรีที่ท่านว่าเค้าจะไม่มีลูกมีเมียเลยหรอ แล้ววันนึงลูกเค้าเมียเค้าไม่คิดจะใช้รถกระบะเลยหรอ โปรดเถอะค่ะโปรด ช่วยดีไซน์ที่ขึ้นบันไดใหม่สักนิด ให้ชีวิตสุภาพสตรีอย่างเราๆปลอดภัยในการขับขี่(จริงๆเวลาลงรถ) ไม่งั้นก็ดีไซน์มาเล๊ย วีโก้ เรนเจอร์สีชมพูอะไรก็ว่าไป เป็นรุ่นสำหรับผู้หยิงขับเท่านั้นก็ว่าไป ยังมีหญิงไทยอยากขับรถกะบะอยู่อีกเยอะค่ะท่าน ขอร้องล่ะคะ อย่าให้รถกระบะของท่าน มาหยุดความสวยของพวกเราเลย พวกเราเป็นผู้หญิงไม่อยากหยุดสวยหรอกค่ะ ขอบคุณค่ะ</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/269/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/269/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/269/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=269&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/11/01/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>11</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เรื่องหนังสือ</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/10/26/restart-2/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/10/26/restart-2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Oct 2008 09:54:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/?p=267</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อกี๊เห็นแว่บๆมีคอมเมนท์เรื่องหนังสือ
ประการแรกต้องขอโทษก่อนเลย เรื่องที่หลอกล่อชาวบ้านไว้ว่าจะปล่อยหนังสือ ไม่ได้โกหกนะคะ ตอนนั้นจะปล่อยแล้วจริงๆ แต่คราวนี้มันมีปัญหาแบบฉุกเฉินมา เลยต้องพับไว้ก่อน รอไว้ให้พร้อมกว่านี้ค่อยทำ เพราะต้องมานั่งคิดด้วยว่า&#8230;เฮ๊ย เราทำหนังสือไปเนี่ย มันจะกระทบหลายฝ่ายเกินไปมั๊ย เพื่อนรู้จะโดนกระทึบมั๊ย ( ตอนนี้ก็ยังไม่โดน เพราะมันไม่รู้ วะ ฮ่าๆ  )
ที่อยากทำหนังสือขึ้นมา เพราะว่าอยากให้ใครหลายคนได้อ่าน เผื่อมุมมองเรื่องไปอยู่เมืองนอกจะเปลี่ยนไป ว่ามันไม่ได้สวยหรู แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายเหมือนที่เราคิด คิดว่าน่าจะพอเป็นประโยชน์กับชาวบ้านเค้าได้บ้าง
แต่คราวนี้ก็มีเรื่องเข้ามาเยอะค่ะ กลัวเรื่องลิขสิทธิ์เหมือนกัน ถ้าไม่พิมพ์ก็กลัวคนจะก๊อบ แต่ถ้าจะพิมพ์ทั้งทีก็อยากจะทำให้มันดี เป็นที่ระลึกของเรา เพราะหนังสือ สิบปี ร้อยปีมันยังคงอยู่ ไม่อยากทำเพราะว่ามันเป็นการค้า แต่อยากให้เป็นเกล็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ หรือสร้างรอยยิ้มให้คนอื่น ในเมื่อเราจะทำทั้งทีก็ควรจะทำให้มันดีที่สุด จริงมั๊ยคะ
แต่ก่อนก็ติดต่อเรื่องตีพิมพ์เหมือนกันค่ะ แต่ก็ยุ่งๆเรื่องงาน เรื่องพ่อ ก็เลยเงียบๆไป คราวนี้คิดว่าจะทำมันเป็นรูปเป็นร่างสักทีค่ะ และอยากให้ออกมาดีที่สุด เพราะอยากทำไว้เป็นที่ระลึกถึงพ่อด้วย ถ้าไม่ได้คุณพ่อส่งเสียไปเรียนที่ญี่ปุ่น ก็คงไม่มีเรื่องราวต่างๆมาเล่าให้ทุกคนฟัง 
ขอถามความเห็นพี่ๆหรือผู้รู้หน่อยว่า &#8230;.ถ้าคิดจะทำหนังสือเอง ออกแบบเอง ขอลิทสิทธิ์เอง จะยากไปมั๊ย คืออยากทำให้เป็นตัวเองมากที่สุดค่ะ อยากให้มันเป็นที่ระลึก (ทำเอามันส์ว่างั้น) เอ๊ะหรือว่าไม่ทำเป็นหนังสือเลยดี เพราะป่านนี้คงไม่มีใครอยากอ่านแล้วล่ะมั๊ง
ยังไงแวะเวียนมารบกวนเสนอความเห็นด้วยนะคะ ช่วงนี้พอมีเวลาบ้างแล้วจะลุยเรื่องหนังสืออีกสักตั้งตค่ะ
    [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=267&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>เมื่อกี๊เห็นแว่บๆมีคอมเมนท์เรื่องหนังสือ</p>
<p>ประการแรกต้องขอโทษก่อนเลย เรื่องที่หลอกล่อชาวบ้านไว้ว่าจะปล่อยหนังสือ ไม่ได้โกหกนะคะ ตอนนั้นจะปล่อยแล้วจริงๆ แต่คราวนี้มันมีปัญหาแบบฉุกเฉินมา เลยต้องพับไว้ก่อน รอไว้ให้พร้อมกว่านี้ค่อยทำ เพราะต้องมานั่งคิดด้วยว่า&#8230;เฮ๊ย เราทำหนังสือไปเนี่ย มันจะกระทบหลายฝ่ายเกินไปมั๊ย เพื่อนรู้จะโดนกระทึบมั๊ย ( ตอนนี้ก็ยังไม่โดน เพราะมันไม่รู้ วะ ฮ่าๆ  )</p>
<p>ที่อยากทำหนังสือขึ้นมา เพราะว่าอยากให้ใครหลายคนได้อ่าน เผื่อมุมมองเรื่องไปอยู่เมืองนอกจะเปลี่ยนไป ว่ามันไม่ได้สวยหรู แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายเหมือนที่เราคิด คิดว่าน่าจะพอเป็นประโยชน์กับชาวบ้านเค้าได้บ้าง</p>
<p>แต่คราวนี้ก็มีเรื่องเข้ามาเยอะค่ะ กลัวเรื่องลิขสิทธิ์เหมือนกัน ถ้าไม่พิมพ์ก็กลัวคนจะก๊อบ แต่ถ้าจะพิมพ์ทั้งทีก็อยากจะทำให้มันดี เป็นที่ระลึกของเรา เพราะหนังสือ สิบปี ร้อยปีมันยังคงอยู่ ไม่อยากทำเพราะว่ามันเป็นการค้า แต่อยากให้เป็นเกล็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ หรือสร้างรอยยิ้มให้คนอื่น ในเมื่อเราจะทำทั้งทีก็ควรจะทำให้มันดีที่สุด จริงมั๊ยคะ</p>
<p>แต่ก่อนก็ติดต่อเรื่องตีพิมพ์เหมือนกันค่ะ แต่ก็ยุ่งๆเรื่องงาน เรื่องพ่อ ก็เลยเงียบๆไป คราวนี้คิดว่าจะทำมันเป็นรูปเป็นร่างสักทีค่ะ และอยากให้ออกมาดีที่สุด เพราะอยากทำไว้เป็นที่ระลึกถึงพ่อด้วย ถ้าไม่ได้คุณพ่อส่งเสียไปเรียนที่ญี่ปุ่น ก็คงไม่มีเรื่องราวต่างๆมาเล่าให้ทุกคนฟัง </p>
<p>ขอถามความเห็นพี่ๆหรือผู้รู้หน่อยว่า &#8230;.ถ้าคิดจะทำหนังสือเอง ออกแบบเอง ขอลิทสิทธิ์เอง จะยากไปมั๊ย คืออยากทำให้เป็นตัวเองมากที่สุดค่ะ อยากให้มันเป็นที่ระลึก (ทำเอามันส์ว่างั้น) เอ๊ะหรือว่าไม่ทำเป็นหนังสือเลยดี เพราะป่านนี้คงไม่มีใครอยากอ่านแล้วล่ะมั๊ง</p>
<p>ยังไงแวะเวียนมารบกวนเสนอความเห็นด้วยนะคะ ช่วงนี้พอมีเวลาบ้างแล้วจะลุยเรื่องหนังสืออีกสักตั้งตค่ะ</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/267/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/267/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/267/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/267/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/267/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/267/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/267/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/267/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/267/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/267/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=267&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/10/26/restart-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สิบนาที&#8230;หน้านี้เพื่อพ่อ</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/10/26/10mins/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/10/26/10mins/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Oct 2008 09:32:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/?p=264</guid>
		<description><![CDATA[เนื้อหาที่กำลังจะเขียนต่อไปนี้ ไม่ได้หวังว่าคนจะให้ความสำคัญอะไรมากมาย แต่ขอให้หน้ากระดาษที่จะเขียนต่อไปนี้ ทำให้ใครหลายคนที่แวะเวียนเข้ามาผ่าน ได้สติหรือให้ความสำคัญของการใช้ชีวิตมากขึ้น &#8230;
หายจากหน้าบลอกนี้ไปประมาณครึ่งไปได้ ไม่ได้ลืมใครเลย เพียงแต่สถานการณ์ไม่พร้อมและมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นมากมาย สมาธิไม่นิ่ง เลยคิดว่าหากวันนึงสมาธินิ่งแล้วเข้ามาเขียนดีกว่า &#8230;และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่จิตใจสงบนิ่ง และพร้อมจะตีแผ่เรื่องราวตัวเองเผื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจใครหลายคน หรือเผื่อใครที่เจอปัญหาเดียวๆกันแล้วแวะเวียนมาอ่านแล้วจะรุ้สึกดีขึ้นบ้าง&#8230;.
หนูเป็นเด็กกำพร้าพ่อมาได้สัปดาห์นึงแล้วค่ะ ถ้าใครที่อ่านเรื่องปลายปีที่แล้วตอนคริสมาส ที่หนูฮาขอของขวัญวันคริสมาสเป็นชีวิตพ่อ รอบนี้อยากจะบอกว่า ปาฏิหารย์ไม่มีรอบที่สองค่ะ ชีวิตคนเรามันไม่ได้โชคดีหรือดวงดีไปตลอด ท่านเสียจริงๆแล้วค่ะ
หกเดือนที่ผ่านมา สังขารตัวเองก็ใช่จะดี เข้าโรงพยาบาลหลายรอบมาก คุณพ่อก็อาการทรุดลง ถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่ออยู่ที่บ้านไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แล้วยังต้องเข้าโรงพยาบาลให้เลือดเป็นพักๆ เรียกได้ว่าชีวิตมีแต่งานกับโรงพยาบาลเลยก็ว่าได้ ขับรถไปกลับที่ทำงานวันละเกือบสองร้อยโลทุกวัน ทำแบบนั้นอยู่ประมาณเดือนกว่า เสาร์อาทิตย์ขับรถพาพ่อไปโรงพยาบาล ถ้าตัวเองอาการแย่ ต้องไปหาหมอก็ต้องโกหกท่านว่าไปหาไม่ได้ เพราะติดงาน เพราะไม่อยากให้คุณพ่อไม่สบายใจ มีบ้างบางครั้งที่เหนื่อยมาก ถามตัวเองว่าทำไมชีวิตเราไม่ไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบบ้างเลยสักครั้งนะ คุณพ่ออาการทรุดลงเรื่อยๆ ตับเริ่มจะเสียหมดแล้ว สังขารตัวเองก็ใช่ดี งานก็เหนื่อย &#8230;อืมเอาวะ พ่อป่วยหนักกว่าเราอีก ตอนเราเรียนพ่อคงลำบากกว่าเราอีกท่านยังทำให้เราได้ แค่นี้เราก็ต้องทนได้เพื่อพ่อ
ต้นเดือนที่ผ่านมาเข้าโรงพยาบาลเพราะปวดท้องหนักมาก ปวดจนกรี๊ดๆๆเหมือนคนจะคลอด จำได้ว่าไปทำไงนแล้วปวดท้องรุนแรงเหมือนไส้จะหลุดออกมาให้ได้แล้วล้มฟุบไป พี่ๆที่ออฟฟิศแบกส่งโรงพยาบาลกันให้วุ่น ในขณะเดียวกันแม่ก็โทรมาบอกว่าคุณพ่ออาการหนักอยู่โรงพยาบาลเหมือนกัน เลยตัดสินใจให้พี่สาวไปดูแลคุณพ่อแทน แล้วให้พี่เก็บความลับอย่าบอกพ่อเพราะเดี๋ยวท่านจะทรุด เข้าโรงพยาบาลอยู่อาทิตย์นึง เป็นคนไข้อนาถาไม่คนเฝ้า ต้องเดินเรื่องเองทุกอย่าง&#8230;แม้กระทั่งเซนต์เอกสารยินยอมให้หมอทำการรักษายังต้องเซนต์เอง &#8230;เป็นหนึ่งสัปดาห์ที่เจ็บปวดทางจิตใจอยู่เหมือนกัน เพราะคุณพ่อหลังจากท่านดีขึ้นแล้วท่านโทรหาทุกวันแล้วถามว่าเมื่อไรจะมาหาท่าน จะมาดูแลท่าน จะทำงานไปถึงไหน ไม่เป็นห่วงครอบครัวบ้างเลยหรอ&#8230;.เนี่ยมีแต่พี่สาวที่มาดูแลพ่อตลอด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=264&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>เนื้อหาที่กำลังจะเขียนต่อไปนี้ ไม่ได้หวังว่าคนจะให้ความสำคัญอะไรมากมาย แต่ขอให้หน้ากระดาษที่จะเขียนต่อไปนี้ ทำให้ใครหลายคนที่แวะเวียนเข้ามาผ่าน ได้สติหรือให้ความสำคัญของการใช้ชีวิตมากขึ้น &#8230;</p>
<p>หายจากหน้าบลอกนี้ไปประมาณครึ่งไปได้ ไม่ได้ลืมใครเลย เพียงแต่สถานการณ์ไม่พร้อมและมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นมากมาย สมาธิไม่นิ่ง เลยคิดว่าหากวันนึงสมาธินิ่งแล้วเข้ามาเขียนดีกว่า &#8230;และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่จิตใจสงบนิ่ง และพร้อมจะตีแผ่เรื่องราวตัวเองเผื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจใครหลายคน หรือเผื่อใครที่เจอปัญหาเดียวๆกันแล้วแวะเวียนมาอ่านแล้วจะรุ้สึกดีขึ้นบ้าง&#8230;.</p>
<p>หนูเป็นเด็กกำพร้าพ่อมาได้สัปดาห์นึงแล้วค่ะ ถ้าใครที่อ่านเรื่องปลายปีที่แล้วตอนคริสมาส ที่หนูฮาขอของขวัญวันคริสมาสเป็นชีวิตพ่อ รอบนี้อยากจะบอกว่า ปาฏิหารย์ไม่มีรอบที่สองค่ะ ชีวิตคนเรามันไม่ได้โชคดีหรือดวงดีไปตลอด ท่านเสียจริงๆแล้วค่ะ</p>
<p>หกเดือนที่ผ่านมา สังขารตัวเองก็ใช่จะดี เข้าโรงพยาบาลหลายรอบมาก คุณพ่อก็อาการทรุดลง ถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่ออยู่ที่บ้านไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แล้วยังต้องเข้าโรงพยาบาลให้เลือดเป็นพักๆ เรียกได้ว่าชีวิตมีแต่งานกับโรงพยาบาลเลยก็ว่าได้ ขับรถไปกลับที่ทำงานวันละเกือบสองร้อยโลทุกวัน ทำแบบนั้นอยู่ประมาณเดือนกว่า เสาร์อาทิตย์ขับรถพาพ่อไปโรงพยาบาล ถ้าตัวเองอาการแย่ ต้องไปหาหมอก็ต้องโกหกท่านว่าไปหาไม่ได้ เพราะติดงาน เพราะไม่อยากให้คุณพ่อไม่สบายใจ มีบ้างบางครั้งที่เหนื่อยมาก ถามตัวเองว่าทำไมชีวิตเราไม่ไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบบ้างเลยสักครั้งนะ คุณพ่ออาการทรุดลงเรื่อยๆ ตับเริ่มจะเสียหมดแล้ว สังขารตัวเองก็ใช่ดี งานก็เหนื่อย &#8230;อืมเอาวะ พ่อป่วยหนักกว่าเราอีก ตอนเราเรียนพ่อคงลำบากกว่าเราอีกท่านยังทำให้เราได้ แค่นี้เราก็ต้องทนได้เพื่อพ่อ</p>
<p>ต้นเดือนที่ผ่านมาเข้าโรงพยาบาลเพราะปวดท้องหนักมาก ปวดจนกรี๊ดๆๆเหมือนคนจะคลอด จำได้ว่าไปทำไงนแล้วปวดท้องรุนแรงเหมือนไส้จะหลุดออกมาให้ได้แล้วล้มฟุบไป พี่ๆที่ออฟฟิศแบกส่งโรงพยาบาลกันให้วุ่น ในขณะเดียวกันแม่ก็โทรมาบอกว่าคุณพ่ออาการหนักอยู่โรงพยาบาลเหมือนกัน เลยตัดสินใจให้พี่สาวไปดูแลคุณพ่อแทน แล้วให้พี่เก็บความลับอย่าบอกพ่อเพราะเดี๋ยวท่านจะทรุด เข้าโรงพยาบาลอยู่อาทิตย์นึง เป็นคนไข้อนาถาไม่คนเฝ้า ต้องเดินเรื่องเองทุกอย่าง&#8230;แม้กระทั่งเซนต์เอกสารยินยอมให้หมอทำการรักษายังต้องเซนต์เอง &#8230;เป็นหนึ่งสัปดาห์ที่เจ็บปวดทางจิตใจอยู่เหมือนกัน เพราะคุณพ่อหลังจากท่านดีขึ้นแล้วท่านโทรหาทุกวันแล้วถามว่าเมื่อไรจะมาหาท่าน จะมาดูแลท่าน จะทำงานไปถึงไหน ไม่เป็นห่วงครอบครัวบ้างเลยหรอ&#8230;.เนี่ยมีแต่พี่สาวที่มาดูแลพ่อตลอด เราน่ะหายไปไหนเมื่อไรจะมา&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.</p>
<p>อยากจะบอกว่าเจ็บปวดมาก รู้สึกน้อยใจเมื่อได้ฟัง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรบอกแค่ว่าเดี๋ยวจะไปหา ทำงานเสร็จแล้วจะไป ยอมให้พ่อแม่ประนามไปพักใหญ่ว่าไม่ดูแลครอบครัว &#8230;ทำแต่งานสนแต่เรื่องส่วนตัว</p>
<p>เกือบสัปดาห์ที่นอนทรมานอยู่โรงพยาบาลคนเดียวที่โรงพยาบาล จนวันสุดท้ายแม่โทรมาบอกว่าให้รีบกลับบ้านเถอะเพราะดูแล้วพ่อน่าจะอยู่ได้ไม่นานเ พราะหมอไม่รับรักษาแล้ว ให้กลับไปพักที่บ้านดีกว่า&#8230;.ตัดสินใจขอคุณหมอกลับบ้านวันนั้น แต่คุณหมอก็เป็นห่วงเพราะว่าอาการปวดท้องยังมีอยู่มาก แล้วถ้าเวลาปวดมากๆไม่ได้ยาฉีดภายในสามสิบนาที จะทรมานแล้วไม่ได้สติหรือไม่ก็หายใจเองไม่ได้ เพราะโรคหัวใจ(ที่เคยเป็น)จะแวะเวียนเข้ามาเป็นระลอกๆ คุณหมอบอกว่าขอเวลาสักคืนได้มั๊ย ขอลองยาเม็ดแก้ปวดท้องตัวใหม่ เพราะถ้าปล่อยออกไปแล้วปวดท้อง ก็ต้องหาหมอแล้วฉีดยาอยู่ดี ถ้ายาตัวนี้ได้ผล ทุเลาไปได้บ้างก็จะปล่อยกลับ&#8230;.โชคดีที่ยาได้ผลบ้าง &#8230;เป็นยาที่แรงสะใจ กินปุ๊บคอแห้ง ตาพร่า แล้วจะหลับ แต่ก็พอทุเลาปวดได้บ้างถ้ากินทัน&#8230;</p>
<p>ตัดสินใจกลับบ้านไปดูคุณพ่อ แต่ก็ยังไม่ได้บอกท่านอยู่ดีเรื่องเข้าโรงพยาบาล จนกระทั่งท่านเห็นแผลรอยเข็มตามแขน แล้วโดนซักถึงยอมรับ&#8230;แต่ท่านก็ไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากบอกให้ดูแลตัวเองดีๆ</p>
<p>วันแต่ละวันผ่านไปอย่างกดดันมาก คุณพ่อทรุดลง แต่ท่านกำลังใจดีมาก ท่านอยู่ด้วยความหวังจริงๆ ความหวังว่าจะมีชีวิตยาวนานขึ้นแม้แต่วินาทีเดียวยังดี ความหวังที่อยากมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝา ท่านทำทุกอย่างที่คุณหมอแนะนำ&#8230;หมอให้ทานไข่วันละไม่ต่ำกว่าสิบฟอง ท่านก็ทำด้วยความเต็มใจ ยาเป็นกำมือท่านก็ทำได้ แม้แต่การผ่าตัดเปลี่ยนตับคุณพ่อท่านก็มีความหวังว่าเมื่อท่านผ่าตัดเปลี่ยนตับแล้วท่านต้องดีขึ้นแน่ๆ แต่ตัวหนูฮาและแม่ไม่เห็นด้วยที่ให้ผ่าตัดหรอก เพราะมีความรู้สึกว่า ผ่าแล้วก็เสี่ยงไม่รู้ว่าตับใหม่เก่าจะรับกันได้มั๊ย ไหนจะการเสียเลือดอีก</p>
<p>แต่พ่อให้เหตุผลว่า&#8230;.พ่อศรัทธาในตัวหมอ และศรัทธาในตัวเองว่า พ่อพร้อมจะผ่าตัดแล้วพร้อมจะทำทุกอย่างที่เป็นทางเลือกที่จะทำให้พ่อมีอายุยาวนานขึ้นเพื่ออยู่กับครอบครัว&#8230;พ่อศรัทธากับการมีกำลังใจจะอยู่มีชีวิตต่อไป&#8230;.</p>
<p>ฟังแล้วรู้สึกว่า ความศรัทธาของคนเรานี่มันยิ่งใหญ่จริงๆ เหมือนเค้าอยู่ได้ด้วยความศรัทธาว่าเค้าจะอยู่ต่อไปอีกได้ แต่โดยส่วนตัวแล้ว อยากให้พ่ออยู่กับโลกความเป็นจริงมากกว่า อยากให้พ่อปลงๆกับเรื่องสังขารแล้วใชชีวิตสงบร่มเย็นกับครอบครัว</p>
<p>สองสัปดาห์ที่ดูแลพ่อที่บ้านนั้น เครียดมาก เพราะตัวเองก็ไม่แข็งแรง แล้วหมอห้ามเข้าใกล้คนไข้ด้วยกันเพราะห่วงเรื่องการติดเชื้อ เรื่องอาหารการกินหรืออากาศต้องระวังไปหมด เพราะติดเชื้อเร็วมาก ในขณะเดียวกันคุณพ่อก็อยากให้ไปหาท่าน เข้าใกล้ท่าน นอนกับท่าน ซึ่งก็ทำไม่ได้ เพราะกลัวท่านจะติดเชื้อกับเรา แล้วเราก็จะติดจากท่าน &#8230;.ถ้าเราป่วยหรือทรุดลง ยิ่งจะไปกันใหญ่&#8230;แต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงให้ท่านเข้าใจ บางทีท่านก็น้อยใจ อาการก็ทรุด ครอบครัวก็เครียด เราก็จำเป็นต้องเข้าไปหาพ่อใกล้ๆนอนเล่นกับท่าน แล้วพอออกมาก็จะปวดท้องหรือมีไข้ เพราะติดจากพ่อแล้วจะทรมานมาก กว่ายาจะออกฤทธิ์&#8230;แล้วแม่กับพี่ก็จะเครียดเพราะมีคนไข้สองคนพร้อมกัน&#8230;ตอนนั้นสุขภาพจิตทุกคนแย่มาก เพราะมีคนไข้สองคนพร้อมกัน แล้วรู้สึกเซ็งตัวเองมากที่เป็นภาระคนอื่น แม่กับพี่จะย้ำเสมอว่า ทำอะไรก็ทำไปเถอะ ขอแค่ตัวเองอย่าเป็นภาระคนอื่นเค้าก็พอ &#8230;ได้ยินแล้วรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกันที่ร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนคนอื่นเค้า เข้าใกล้พ่อก็ไม่ได้ ดูแลท่านก็ไม่ได้เต็มที่ ไหนจะเป็นภาระคนอื่นอีก แต่คิดมองอีกที&#8230;.คิดไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ตอนนี้คนที่ต้องดูแลไม่ใช่เราแต่เป็นพ่อ ถ้าจะมัวมาคิดเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ทุกคนจะแย่ไปหมด&#8230;เราควรจะใจเย็นที่สุดเพื่อที่จะเป็นหลักให้คนอื่นได้ ร่างกายเราอาจสู้ไม่ไหว แต่อย่างน้อยการที่คนอื่นๆ เช่นแม่ พี่ หรือพ่อ เค้าได้มาระบายความทุกข์ใจอะไรบ้างกับเรา นั่นก็ทำให้เค้ารู้สึกดีขึ้น แม้คำพูดบางอย่างมันจะปวดใจ แต่นั่นก็ถือว่าน่าจะชดเชยกับส่วนที่เราดูแลหรือช่วยเหลือคนอื่นๆไม่ได้ &#8230;</p>
<p>นานมากแล้วที่บ้านไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากันสี่คน วันนั้นคุณพ่อคุยเรื่องเปลี่ยนตับจริงจัง ท่านบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงท่านหรอก ท่านพร้อมจะผ่า พวกเราสามคนแม่ลูกมองหน้าพ่อไม่ติดนัก เพราะดูจากสภาพท่านแล้ว&#8230;ไม่รู้ว่าท่านจะมีชีวิตอยู่ถึงวันผ่าตัดตับมั๊ย เพราะตัวท่านเริ่มบวม ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีดำ(ขอย้ำว่าดำจริงๆ) ตัวผอมแต่ท้องบวม &#8230;และคุณหมอก็บอกว่าเนี่ยมันคือขั้นสุดท้ายแล้ว &#8230;ทุกวันจะมีหน้าที่พยายามทำตัวร่าเริงและเอนเตอเทนทุกคนในบ้าน เพราะไม่อยากให้บรรยากาศมันเครียด เพราะการที่เราอยู่กับคนที่เรารักแล้วเรารู้ว่าเค้าพร้อมจะจากเราไปได้ทุกเมื่อนั้นมันเจ็บปวดและทรมานใจมาก ทุกครั้งที่พ่อนอนหลับจะแอบดูว่าท่านหายใจอยู่มั๊ย เหมือนกลัวว่าจะไม่ได้อยู่กับท่านจนนาทีสุดท้าย&#8230;.</p>
<p>วันนั้นเหมือนเป็นวันสุดท้ายที่เราเห้นท่านแข็งแรง คุณพ่อชวนทุกคนไปทานข้าวนอกบ้าน บรรยากาศคึกครื้นมาก แต่ถ้าพูดจริงๆแล้วคือแววตาของพ่อแปลกไป  เหมือนแววตาไม่ใช่พ่อคนเดิม แต่ก็ไม่ได้คิดไรมาก จนกระทั่งกลับบ้านแยกย้ายกันนอน&#8230;.แล้วแม่ก็กรีดเสียงร้องบอกให้ช่วยพาพ่อไปโรงพยาบาลที พ่อหมดสติ &#8230;ตัดสินใจคว้ากระเป๋าแล้วเอกสารทุกอย่างที่จำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพ่อไป &#8230;..พ่อตื่นขึ้นมา ได้สติ คุยได้ดีทุกอย่าง เพียงแต่บ่นว่าเหนื่อย  หันไปเบาะหลังเห็นพ่อนอนหนุนตักแม่แล้วแม่น้ำตาไหลพรากๆ เริ่มใจหายอย่างบอกไม่ถูก พ่อได้แต่บอกว่าไม่ต้องห่วงพ่อ พ่อยังโอเค ดีใจจังได้เดินทางพร้อมกันพ่อแม่ลูกอีก&#8230;.แล้วพ่อก็ยิ้มๆ</p>
<p>พ่อถึงมือหมอ ตัวพ่อร้อนมาก ต้องคอยเช็ดตัวให้ท่านตลอด เลือดออกจากช่องท้องเยอะมาก จนต้องให้เลือด แต่พ่อยังได้สติดีทุกอย่าง&#8230;..แล้วอาการเดิมก็ตามมา&#8230;ถ่ายเป็นเลือด&#8230;อาเจียนเป็นเลือด&#8230;.ตัวร้อนสูง&#8230;ท้องบวม&#8230;  คุณหมอให้พ่อแยกมาอยู่ห้องที่อยู่ในความใกล้ชิดของแพทย์และพยาบาล&#8230; คืนนั้นจำได้ว่าต้องเปลี่ยนแพมเพิร์สให้พ่อตลอด เพราะท่านมีอาการถ่ายเป็นเลือดตลอดเวลา..จนกระทั่งพ่อเรียกให้ไปหา&#8230;หลังจากที่แม่กับพี่ไปซื้อของมาเพิ่มให้พ่อ&#8230;.พ่อบอกว่าพ่อยากอาเจียนแล้วเหนื่อยมากช่วยหาถังขยะให้หน่อย&#8230;แต่หาให้ไม่ทัน คุณพ่ออาเจียนออกมาเป็นเลือดเยอะมากลงบนพื้น พร้อมทั้งกระเด็นใส่เสื้อเราเอง สีแดงเถือกไปหมด&#8230;ตอนนนั้นใจหายเลย รู้สึกว่าเฮ๊ย&#8230;ไม่ธรรมดาแล้วนะเนี่ย เพราะเลือดออกจากร่างกายเยอะมาก  พ่อเรียกไปหา ได้แต่กอดพ่อไว้แล้วแหกปากเรียกคุณหมอให้ช่วย พ่อสติยังดีอยู่มาก พ่อพยายามบอกให้อธิบายอาการของพ่อให้หมอฟังให้ดี แล้วบอกว่าพ่อฉีดยาตัวไหนได้ไม่ได้ยังไงบ้าง คุณหมอเห็นแล้วบอกว่าต้องส่งไปอีกที่เพราะไอซียูเต็มแล้ว แล้วหมอก็กันออกมาจากคนไข้ เพราะหมอต้องเตรียมคนไข้ให้พร้อมเพือขึ้นรถพยาบาลไปอีกที่&#8230;ก่อนจะไปหมอยังบอกอีกว่า&#8230;</p>
<p>ทำใจไว้ให้ดีนะ คุณพ่อหนูอาการหนักมาก แต่ท่านก้มีโอกาสรอดถ้าท่านพ้นคืนนี้ไปได้&#8230;หนูทำใจได้ใช่มั๊ยเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย&#8230;.</p>
<p>ค่ะ&#8230;.หนูจำเป็นต้องทำใจให้ได้</p>
<p>คุณพ่อถูกส่งขึ้นรถพยาบาล พร้อมแม่และพี่สาว ส่วนตัวเองขอขับรถตามไป เพราะของและเอกสาร ยาคุณพ่อทุกอย่างอยู่ในรถ &#8230;จริงๆพยายามจะทำใจดีสู้เสือขึ้นรถพยาบาลไปด้วย ไอ้เรื่องเกิด แก่ เจ็บตาย หรือเลือดไรน่ะไม่กลัวหรอก แต่บังเอิญตอนเด็กๆฝังใจ ตอนห้าขวบวันเกิด คุณพ่อคุณแม่พาไปเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาลแล้วบอกว่าจะพาไปฉลองวันเกิดต่อ แต่พอไปถึงคุณยายที่เป็นญาติอาการทรุด ต้องส่งไปอีกที่ แต่ญาติคุณยายยังไม่กลับมา คุณพ่อคุณแม่ไปตามญาติ คุณหมอเลยจับยัดไปกับรถพยาบาล แล้วเห็นคุณพยาบาลพยายามปั๊มหัวใจท่าน เห็นทุกอย่างวุ่นวายไปหมด แล้วรู้สึกว่าทำไมวันเกิดเราต้องมีคนทุกข์คนจะตายในวันเกิดเราด้วย หลังจากนั้นเลยรู้สึกกลัวรถพยาบาล รู้สึกว่าใครขึ้นแล้วต้องมีการสูญเสีย แล้วรู้สึกใจเสียมากที่เห็นคุณพ่อขึ้นรถพยาบาล</p>
<p>รถพยาบาลขับนำหน้า ไฟกระพริบปริบๆ พร้อมเสียงหว๋อ รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว  ง่วงก็ง่วงเพราะทานยาเข้าไป แต่ก็ต้องสู้กับฤทธิ์ยา ขับรถตามพ่อไป&#8230;พอมีรถอีกคันแทรกมา เห็นรถพยาบาลนำไปไกลแล้ว คราวนี้เหลือตัวเองอยู่เงียบๆในรถ</p>
<p>รู้สึกได้ชัดเจนมาก รอบนี้เราจะไม่ได้พ่อคืนกลับมา ปาฏิหารย์ไม่มีรอบที่สองแน่ๆ แค่รอบที่แล้วสวรรค์ให้พ่อฟื้นขึ้นมาให้พวกเรามีโอกาสดูแลท่านอีกรอบ ให้เวลาเตรียมใจเกือบปี นี้ก็ดีนักหนาแล้ว รู้สึกว่าตัวเองเย็นลง สงบลง แล้วตั้งจิตอธิษฐานขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ถ้ามันถึงคราวที่ท่านจะไปจริงๆแล้ว ก็ขออย่าให้ท่านได้เจ็บปวดทรมานใดๆเลย ขอให้ท่านไปอย่างสงบด้วยเทอญ&#8230;</p>
<p>แต่ชีวิตไม่ใช่สิ่งที่เรากำหนดได้เสมอไป คุณพ่อมีอาการเลือดออกเยอะมาก คุณหมอจำเป็นต้องใส่บอลลูนเข้าไปข้างใน ให้เลือด ให้ยาฆ่าเชื้อ แล้วสายอะไรอีกมากมายเต็มไปหมด&#8230; คุณพ่อพูดอย่างเดียว ว่าท่านทรมานมาก เจ็บ และหิวน้ำ (เพราะเลือดออกจากร่างกายเยอะ) เลือดที่คลังเลือดก็มาช้า เพราะว่าคนต้องใช้เลือดเยอะ จำเป็นที่ต้องหาคนไปบริจาคคืนให้คลังเลือด เพื่อจะขอเอาเลือดมาให้พ่อได้ ถ้าทำได้คงให้หมอเจาะเลือดตัวเองให้พ่อไปแล้ว แต่น้ำหนักไม่ถึงพร้อมทั้งไม่ได้นอน ทำไม่ได้อยู่ดี&#8230;</p>
<p>คุณพ่อทรมานมากๆ ร้องโอดโอยตลอดเวลา เห็นแล้วทรมานใจมากๆ &#8230;ต้องเปลี่ยนแพมเพิร์ดทุกๆสิบนาที เพราะมีการขับภ่ายเลือดตลอดเวลา ทั้งอาเจียน &#8230;แล้วคุณพ่อก็เรียกให้มาใกล้แล้วบอกว่า</p>
<p>&#8230;ลูกขอพ่อไปเถอะนะ ช่วยบอกคุณหมอที ทำไงก็ได้ ให้พ่อไม่ทรมาน พ่ออยากจะไปแล้ว พ่อทรมานเหลือเกิน</p>
<p>&#8230;พ่อจะไปได้ยังไง พ่อยังไม่ได้ไปงานแต่งงานลูกสักคนเลย&#8230;.อดทนเข้าไว้ มันทรมานแบบนี้แต่สักพักพ่อจะผ่านมันได้ พ่อต้องอดทน พ่ออยากอยู่เปลี่ยนตับไม่ใช่หรอ&#8230;.</p>
<p>&#8230;พ่อไม่ไหวแล้วลูก พ่อเหนื่อยมากจริงๆ พ่อทรมาน&#8230;&#8230;&#8230;.พูดจบท่านก็ร้องไห้เหมือนเด็กๆ เห็นแล้วสะเทือนใจมาก</p>
<p>&#8230;ดูแลแม่กับพี่ดีๆนะ เป็นหลักให้แม่กับพี่ด้วย สองคนนั้นเค้าไม่เข้มแข็งเหมือนเรา หนูอย่าทิ้งแม่นะลูก แล้วก็ดูแลตัวเองดีๆด้วย&#8230;พ่อพูดทั้งน้ำตาไหล แล้วร้องไห้</p>
<p>..พ่อไม่ต้องห่วงหรอก หนูเข้มแข็งพ่อก็รู้ พ่อนอนเถอะ พ่อเหนื่อยมากแล้ว พยายามนอนซะนะ หนูรักพ่อนะ &#8230;..</p>
<p>พ่อนอนหลับไปทั้งน้ำตา</p>
<p>ทำให้รู้สึกว่า เหมือนมันเป็นคำอำลาถาวรยังไงก็ไม่รู้ ตอนนี้เหมือนมันตอกย้ำจริงๆแล้วว่า เราจะไม่มีพ่อเหลืออีกต่อไปแล้ว คิดได้มันก็หดหู่นะ แต่เกิด แก่ เจ็บตาย เป็นของธรรมดา ยังไงสักวันเราก็เป็นแบบนี้ จะช้าจะเร็วแค่นั้นเอง มองไปข้างนอกเห็นแม่กับพี่แล้ว ต้องบอกตัวเองให้เข้มแข็งเพื่อจะได้ดูแลแม่ คนไปน่ะไปไปแล้วก็สบาย ไม่รับรู้อะไร แต่คนที่อยู่นี่สิเราจะดูแลเค้ายังไงให้เค้าหายจากความโศกเศร้าและอยากที่จะมีชีวืตอยู่ คิดได้แบบนี้แล้วรู้สึกมีพลังและพร้อมที่จะปล่อยให้พ่อไปตามทางของท่าน ขอเพียงอย่างเดียวอย่าให้ท่านเจ็บปวดทรมาน&#8230;.จิตใจหนูพร้อมแล้วค่ะพ่อ</p>
<p>พ่อตื่นขึ้นมา แล้วบอกว่าเหนื่อยมากไม่ไหวแล้วให้เรียกหมอ&#8230;.หลังจากนั้นทุกอย่างอลวนมาก หมอกันให้พวกเรายืนที่อื่น แล้วช่วยเหลือพ่อ พ่อหยุดหายใจ&#8230;ภาพที่เห็นคือ หมอและพยาบาลเยอะมากพยายามปั๊มหัวใจพ่อ ให้เลือด ทำทุกสิ่งทุกอย่าง&#8230;มองไปเห็นพ่อขยับตัวตามแรงปั๊มหัวใจของหมอ&#8230;.ประมาณสิบกว่านาทีได้ ที่หัวใจคุณพ่อกลับมาเต้นอีกครั้ง &#8230;</p>
<p>มองไปอีกทางเห็นแม่ ร้องไห้เหมือนจะขาดใจ &#8230;.นี่แหละน๊า ความรักความผูกพัน ชีวิตคนสองคนเกิดมาเพื่อเป็นคู่กันและกัน เมื่อคนใดคนนึงขาดไป อีกข้างก็อยู่ไม่สมบูรณ์หว่าเหว่ แต่มนุษย์เราเกิดมาคนเดียว เรียนรู้ที่จะอยู่เป็นกลุ่มเป็นคู่ก็จริง แต่ท้ายที่สุดเราก็ต้องอยู่คนเดียวจากไปคนเดียว..มนุษย์ทุกคนหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดเช่นนี้ไม่ได้</p>
<p>คุณหมอเดินมาหา แล้วอธิบายถึงอาการคุณพ่อว่าเป็นไงบ้าง&#8230;จำได้อย่างเดียวว่า..หมอบอกว่า ตอนนี้คุณพ่อหายใจได้ก็จริง แต่ท่านจะหยุดหายใจอีกภายในสิบนาที ญาติต้องการจะให้ปั๊มหัวใจอีกรอบมั๊ยภ้าคนไข้หยุดหายใจ แต่ตอนนี้คนไข้ไม่ได้สติแล้ว และอวัยวะภายในบอบช้ำหมดแล้ว ถ้าปั๊มหัวใจอีกครั้งหมอก็รับปากไม่ได้ว่าจะกลับมาอีกได้มั๊ยเหมือนกัน&#8230;</p>
<p>ตัดสินใจเซนต์ใบยินยอมไม่ต้องปั๊มหัวใจอีก ตอนเซนต์คุณหมอถามว่าทำใจได้มั๊ย&#8230;ทำใจให้ได้นะ คุณพ่อท่านอาการหนัก หมอพยายามเต็มที่แล้ว แต่ก็ทำได้แค่นี้เพราะอาการของโรค&#8230;</p>
<p>เข้าใจค่ะ&#8230;.</p>
<p>จำได้ว่าตอนเซนต์เอกสารนั้น มึนๆชาๆบอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่ก็คิดว่ามันดีที่สุดแล้ว พ่อจะได้ไม่ทรมานอีกต่อไป ขอให้พ่อไปดีด้วยเถอะ อย่าทรมานหรือห่วงอะไรเลย</p>
<p>สิบนาทีสุดท้ายที่เราจะได้อยู่กับพ่อ&#8230;.พ่อไม่ได้สติแล้ว ท่านลืมตา แต่สายตาเหม่อลอย ตาเปลี่ยนเป็นสีเหลือง&#8230;เราไม่รู้ว่าท่านได้สติหรือไม่ได้สติยังไง แต่สิบนาทีนี้ขอให้ได้ส่งพ่อและพูดคุยกับพ่อหน่อยเถอะ &#8230;</p>
<p>พ่อไม่ต้องห่วงอะไรนะ หนูโตแล้ว หนูเข้มแข็งพอที่จะรับผิดชอบครอบครัวได้แล้ว หนูดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกพ่อ พ่อลำบากมาเพื่อหนูเยอะ แต่หนูอยากจะบอกพ่อว่าพ่อไม่เสียแรงเปล่าหรอก หนูเป็นเด็กดี และรู้ดีว่าพ่อทำอะไรเพื่อหนูและครอบครัวบ้าง พ่อไม่มีอะไรจะต้องห่วงนะ อยากให้พ่อไปสบาย ไปในที่ๆดีๆ ที่พ่ออยากไป หนูรู้ว่าอีกใจพ่อก็อดเสียดายชีวิตไม่ได้ พ่อยังอยากเห็นหนูกับพี่โตขึ้นกว่านี้ พ่อยังอยากเห็นพวกเราแต่งงาน พ่ออยากอุ้มหลาน.. แต่คนเรากำหนดชะตาตัวเองไม่ได้ ขอให้พ่อออย่าห่วงอะไร ชาติหน้ามีจริงๆขอให้เราได้เกิดเป็นพ่อลูกกันอีก สิ่งไหนที่หนูทำไม่ดีกับพ่อ ขอให้พ่ออโหสิกรรมให้หนูด้วย หนูสัญญาจะดูแลแม่เอง หนูรักพ่อ&#8230;.</p>
<p>พูดจบกอดพ่อแล้วกราบลงที่อกท่าน เราไม่รู้ว่าท่านได้ยินหรือไม่ได้ยิน แต่น้ำตาไหลออกมาจากตาพ่อ แล้วเปลือกตาท่านก็ค่อยๆปิดลง เครื่องวัดการเต้นหัวใจ คลื่นหัวใจพ่อ เบนลง จนกระทั่งเป็นเส้นตรงในที่สุด&#8230;..</p>
<p>พ่อจากเราไปแล้วจริงๆ ไม่มีน้ำตาไหลออกมาจากตาแม้แต่หยดเดียว แต่ข้างในจิตใจเจ็บปวดมาก ที่เห็นคนที่เราจากเราไปต่อหน้าต่อตา มันเป็นสิบนาทีที่เจ็บปวดและทรมานมาก เหมือนที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ คนเรารู้สึกสุขเมื่อรู้ว่ามีหรือได้สิ่งที่เรารักอยู่กับตัว รู้สึกทุกข์เมื่อเราเสียของรักไป..</p>
<p>แม้ว่าพ่อจะจากไปจากเราแล้ว แต่ไม่ได้รู้สึกกลัวกับร่างกายของพ่อที่เหลืออยู่เลย เพราะรู้สึกว่าพ่อก็ยังเป็นพ่อของเรา ตัวพ่อก็ยังอุ่นๆ เนื้อก็ยังนิ่มๆอยู่เหมือนเดิม คุณหมอให้ติดต่อทำศพ อาบน้ำศพ รับศพกลับบ้าน ต้องไปรับที่ห้องดับจิต แต่ไม่ได้รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย ถ้าเป็นแต่ก่อนคงไม่กล้าเดินผ่าน แต่วันนั้น นาทีนั้น รู้สึกแค่ว่า เราจะรับพ่อกลับบ้าน กลับไปในรถเรานี่แหละ พ่อจะต้องกลับบ้านกับเรา &#8230;ตลอดทางนั่งกอดศพพ่อจนกระทั่งถึงบ้าน รู้ว่าสังขารท่านก็ไม่ได้ต่างอะไรจากมนุษย์ปกติ สักวันนึงเราก็ต้องเป็นแบบนี้   รู้สึกปลงได้เยอะ</p>
<p>ตลอดระยะเวลาที่จัดงานศพพ่อ นอนไม่หลับ เพราะรู้สึกว่าภาพมันติดตา ภาพที่เห็นคุณหมอพยายามปั๊มหัวใจช่วยพ่อ มันติดตา ภาพที่พ่อค่อยหลับตาลงแล้วหยุดหายใจมันยังตามหลอกหลอนจิตใจเราอยู่ แต่เมื่อถึงวันเผาพ่อ</p>
<p>รู้สึกใจนิ่งลง รู้สึกว่าพ่อจากเราไปจริงๆ ตอนที่เห็นควันจากปล่องไฟและเถ้าถ่านของพ่อ .. ไม่มีแม้แต่สังขารหรือร่างกายพ่อหลงเหลืออยู่ จะเหลือก็แค่สิ่งดีๆความทรงจำดีๆที่ยังระลึกถึงพ่ออยู่ พ่อยังอยู่ในใจเราเสมอไม่เคยจากเราไปไหน</p>
<p>รู้สึกแย่เหมือนกันที่เดินผ่านแล้วได้ยินคนพูดว่า อืมที่พ่อป่วยเป็นเพราะพ่อทำงานหนักเพื่อเรา แล้วทำไมเราไม่ร้องไห้ เลยไม่เสียใจเลยหรอที่พ่อลำบากแล้วตายเพื่อตัวเองขนาดนี้&#8230;.ไม่ก็&#8230;.บางทีพ่ออาจไม่ตายก็ได้ถ้าให้หมอช่วยอีกรอบ ไม่ใช่ไปเซนต์ใบให้หมอ ไม่ปั๊มหัวใจอีกรอบแบบนี้&#8230;..และอื่นๆอีกมากมายที่ได้ยินแล้วรู้สึกแย่</p>
<p>แต่ไม่คิดจะตอบโต้อะไร เพราะคิดว่าทุกอย่างที่ทำๆ ทำดีที่สุดแล้ว และคิดว่าพ่อเข้าใจ และมั่นใจว่าเราทำหน้าที่ลูกดีที่สุดแล้วในวาระสุดท้าย จะดีสำหรับคนอื่นหรือไม่เราไม่รู้ แต่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว อย่างน้อยเราก็โชคดีกว่าใครอีกหลายคน ที่เรายังมัเวลาดูแลพ่อ ได้บอกว่ารักพ่อ ได้ทำให้พ่อยิ้ม และมีเวลาร่ำลาพ่อในวาระสุดท้าย &#8230;.แต่ต่อจากนี้ไป เรามีอย่างอื่นที่ต้องรับผิดชอบมากกว่าเอาเวลามานั่งโศกเศร้าว่าพ่อเสียไป  เรายังมีแม่ที่ต้องดูแล ต้องประคับประคองจิตใจท่าน ต้องเลี่ยงดูท่าน เรายังมีพี่ที่ต้องให้กำลังใจ และเข้มแข็งเป็นหลักให้ทุกคนพึ่งพาเราได้เหมือนที่พ่อฝากฝังไว้  คนที่จากไปก็คือจบไป คนที่เหลืออยู่ก็ต้องสู้กับชีวิตต่อไป</p>
<p>มาถึงวันนี้ พ่อเสียไปได้เป็นสัปดาห์แล้ว แต่สิ่งที่พ่อทำให้เรา และความรู้สึกดีๆ ไม่เคยจากเราไปไหน พ่อยังอยุ่ในใจเราเสมอ และเราก็เชื่อมั่นว่าพ่อจะเป็นกำลังใจให้เราเข้มแข็งดูแลครอบครัว บางครั้งรู้สึกเหนื่อยกับสุขภาพตัวเองเหมือนกัน ที่ไม่แข็งแรงสักที แต่พอนึกถึงคนที่อยู่รอบข้างเราแล้ว เค้าอ่อนแอกว่าเรา เค้ายังต้องการที่พึ่งพาและกำลังใจจากเรา เราจะอ่อนแอไม่ได้ สังขารเป็นสิ่งที่พ่อแม่ให้มาด้วยความยากลำบาก เราไม่ควรมานั่งน้อยเนื้อต่ำใจว่า เราไม่แข็งแรง ไม่สบายเราก็ต้องรักษา กายเราอาจจะช่วยเหลือใครได้ไม่มาก ก็ขอช่วยเหลือทางด้านจิตใจแทนละกัน แม้ตอนนี้โรคภัยไข้เจ็บจะเบียดเบียนเยอะมาก เป็นโรคที่หาสาเหตุไม่เจอ แต่ไม่คิดท้อ ยังคิดจะเข้มแข็งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และสู้กับมันต่อไป พ่อทำให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า การมีชีวิตอยู่แต่ละนาทีมันสำคัญและมีค่าแค่ไหน และพ่อก็ทำให้เห็นว่า ความรักที่บริสุทธิ์มันเป็นยังไง คำว่าคู่ชีวิตมันเป็นยังไง</p>
<p>&#8230;.สองสามวันก่อน เปิดเจอจดหมายพ่อโดยบังเอิญ&#8230;.พ่อเขียนถึงแม่ไว้ว่า</p>
<p> </p>
<p>&#8230;ฉันรักเธอเสมอและรักที่สุด เธอไม่เคยรังเกียจฉันเลย เธอดูแลฉันดีมาตลอดไม่เคยทอดทิ้งฉัน&#8230;ฉันรักเธอตลอดไป&#8230;</p>
<p> </p>
<p>แม่เห็นจดหมายนี้แล้วยิ้มทั้งน้ำตา&#8230;คาดว่าจดหมายฉบับนี้พ่อเขียนตอนพ่อป่วยหนักไม่นานนี้ เพราะว่าลายมือเริ่มจะหวัดๆแล้ว หลายคนอาจคิดว่าประโยคมันดูจะเฉยๆ เรียบๆ แต่ถ้าคุณเห็นสิ่งที่แม่และพ่อของฉันได้ทำเพื่อกันและกันแล้ว จะรู้เลยว่า คำว่าคู่ชีวิตมันเป็นยังไง</p>
<p>บทความนี้อาจจะยาว ไม่น่าอ่านเพราะไม่ใช่เรื่องสดใสอะไร แต่หากคุณใช้สติอ่านมันให้ดี และมองโลกในแง่ที่ดีและแง่ที่มันเป็นไป คุณจะเข้าใจความผูกพันของครอบครัวมากขึ้น หวังว่าอ่านแล้วคงได้อะไรบ้าง อย่างน้อย..ขอให้คุณกล้าที่จะบอกรักคนที่คุณรัก ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ หรือคนรัก เพราะท้ายสุดของชีวิต คุณอาจไม่โชคดีเหมือนหนูฮา ที่ยังมีสิบนาทีสุดท้าย ที่ได้ร่ำลาพ่อและย้ำกับพ่อก่อนการเดินทางอันแสนไกลของท่าน ว่าเรารักท่านแค่ไหน&#8230;.</p>
<p> </p>
<p>ท้ายสุดนี้ ต้องขอโทษกับทุกคนมาก ที่ไม่มีเวลาเข้ามา หลังจากนี้จะหาเวลาเข้ามาเรื่อยๆนะคะ ขอบคุณมากที่ยังแวะเวียนเข้ามา</p>
<p>ยังจำทุกคนได้ค่ะ ไว้เดี๋ยวเคลียร์เรื่องพ่อเสร็จจะแวะมาคุยด้วยเรื่องสดใสๆนะคะ ต่อไปนี้ เราใช้ระบบอีเมลคุยกันด้วยดีมั๊ย..เผื่อไม่ได้แวะเข้ามานานๆ คิดถึงทุกคนค่ะ</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/264/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/264/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/264/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/264/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/264/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/264/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/264/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/264/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/264/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/264/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=264&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/10/26/10mins/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>พี่เอ๊ะ</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/31/e/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/31/e/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 31 Mar 2008 10:11:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/31/e/</guid>
		<description><![CDATA[

      แหม&#8230;.ได้ทีเชียวนะ ให้หลบเจ้านายแอบอัพบลอก เจ้านายไม่เห็นน่ะมันไม่เป็นไรแน่นอนค่ะพี่ขา แต่ประเด็นคือว่าเจ้านายหนูมีแปดคน ศิริรวมจำนวนตาแท้ ตาเทียม คอนแทคเลนส์แล้ว ก็คงจะราวๆสามสิบตาได้มั๊งนั่น  จริงๆเค้าก็ไม่ได้นั่งใกล้ทั้งหมดหรอกค่ะ ก็มีอยู่คนเดียวนี่แหละค่ะที่นั่งเยื้องกัน ทำยังไงเค้าก็เห็นอ่า เล่นจ้องหน้าจอหนูขนาดนั้น &#8230;เอาเป็นว่าถ้าหนูมีเวลาจะหาทางแอ๊บมาเมาท์แล้วกันค่ะ 
 
จริงๆกะจะหลีกเลี่ยงอะไรที่มันเกี่ยวกับบริษัทหรือเจ้านายแล้วนะคะ แต่มันทนไม่ไหวจริงๆค่ะ ขอนิดนึงน๊า&#8230;&#8230;
 
วันเกิดเจ้านายค่ะ หนึ่งในแปดน่ะแหละ แล้วเค้าอายุสามสิบกลางๆ เค้าเลยไม่ได้ทำตัวเหมือนเป็นเจ้านายมากนัก ส่วนใหญ่ออกแนวเพื่อนร่วมงานมากกว่า จะไม่เจ้ายศเจ้าอย่างแยกชนชั้นวรรณะว่านี่ชั้นเป็นเจ้านายเธอนะจะมาปล่อยมุขหรือทำหน้าระรื่นกับฉันได้ไง ไม่ค่ะไม่  ขออนุญาติเรียกเจ้านายคนนี้ว่าพี่เอ๊ะละกันค่ะ เพราะเค้าชอบพูดเอ๊ะ &#8230;.
 
ก่อนอื่นขอพร่ำพรรณนาถึงหน้าตาบุคลิกของพี่เอ๊ะก่อนค่ะ จะเชื่อมั๊ยว่าเจอเพนกวินตัวที่สามอีกแล้ว &#8230;เตี้ยหุ่นแบบมะขาม คือขากับเอวเท่ากัน ชอบเดินส่ายก้นเหมือนเพนกวิน คิดล่ะสิว่าไอ้เด็กคนนี้ทะลึ่งแอบมองก้นเจ้านาย&#8230;..ต้องเห็นค่ะต้องเห็นจะรู้ว่าเหมือนเพนกวินเหมือนมีอ่า เดินส่ายก้น แล้วขาถ่างๆนิดหน่อย กลัวจริงๆกลัวไปเดินตามผับแล้วจะโดนจิ๊กโก๋เค้าตีหัว ท่าเดินพี่เอ๊ะกร่างเหลือเกิน  พี่เอ๊ะเป็นผู้ชายที่เกิดมาเพอร์เฟคท์มาก คือองค์ประกอบทุกอย่างดี แต่รวมกันแล้วห่วย&#8230;ฮ่าๆ ก็คิดดูสิ ขนตางอนๆ ตาสีน้ำตาลโต ปากเล็กๆชมพูๆ(แม้จะสูบบุหรี่บ่อยกว่ากินน้ำ) คิ้วก็หนาพอสมควร จมูกโด่ง ผมเส้นใหญ่ๆดำมันเงา (เค้าบอกว่าเค้าดื่มเบียร์บ่อยผมเลยสวย ใครอยากทำตามเชิญค่ะ)  ฟังแล้วส่วนประกอบดูดีหมดใช่มั๊ย แต่รวมกันแล้วเหมือนชินจัง จริงๆไม่ได้โกหก เหมือนชินจังจริงๆ แต่ที่สำคัญคือภาษาไทยแตกฉานมาก  ตอนแรกเจอพี่เอ๊ะนึกว่าพี่เอ๊ะไปอยู่ภาคเหนือมาก่อน &#8230;.พี่เอ๊ะเล่นลงท้ายทุกคำด้วยคำว่า ก๊ะ&#8230;ก๋า&#8230;..ทำให้เป็นที่โจทย์ขานกันในออฟฟิศว่าพี่เอ๊ะต้องแอบมีกิ๊กเป็นสาวเหนือแน่ๆ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=263&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';"></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';"></span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';"><span>      </span>แหม&#8230;.ได้ทีเชียวนะ ให้หลบเจ้านายแอบอัพบลอก เจ้านายไม่เห็นน่ะมันไม่เป็นไรแน่นอนค่ะพี่ขา แต่ประเด็นคือว่าเจ้านายหนูมีแปดคน ศิริรวมจำนวนตาแท้ ตาเทียม คอนแทคเลนส์แล้ว ก็คงจะราวๆสามสิบตาได้มั๊งนั่น<span>  </span>จริงๆเค้าก็ไม่ได้นั่งใกล้ทั้งหมดหรอกค่ะ ก็มีอยู่คนเดียวนี่แหละค่ะที่นั่งเยื้องกัน ทำยังไงเค้าก็เห็นอ่า เล่นจ้องหน้าจอหนูขนาดนั้น &#8230;เอาเป็นว่าถ้าหนูมีเวลาจะหาทางแอ๊บมาเมาท์แล้วกันค่ะ </span></p>
<p><font size="3" face="Calibri"> </font></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">จริงๆกะจะหลีกเลี่ยงอะไรที่มันเกี่ยวกับบริษัทหรือเจ้านายแล้วนะคะ แต่มันทนไม่ไหวจริงๆค่ะ ขอนิดนึงน๊า&#8230;&#8230;</span></p>
<p><font size="3" face="Calibri"> </font></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">วันเกิดเจ้านายค่ะ หนึ่งในแปดน่ะแหละ แล้วเค้าอายุสามสิบกลางๆ เค้าเลยไม่ได้ทำตัวเหมือนเป็นเจ้านายมากนัก ส่วนใหญ่ออกแนวเพื่อนร่วมงานมากกว่า จะไม่เจ้ายศเจ้าอย่างแยกชนชั้นวรรณะว่านี่ชั้นเป็นเจ้านายเธอนะจะมาปล่อยมุขหรือทำหน้าระรื่นกับฉันได้ไง ไม่ค่ะไม่<span>  </span>ขออนุญาติเรียกเจ้านายคนนี้ว่าพี่เอ๊ะละกันค่ะ เพราะเค้าชอบพูดเอ๊ะ &#8230;.</span></p>
<p><font size="3" face="Calibri"> </font></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">ก่อนอื่นขอพร่ำพรรณนาถึงหน้าตาบุคลิกของพี่เอ๊ะก่อนค่ะ จะเชื่อมั๊ยว่าเจอเพนกวินตัวที่สามอีกแล้ว &#8230;เตี้ยหุ่นแบบมะขาม คือขากับเอวเท่ากัน ชอบเดินส่ายก้นเหมือนเพนกวิน คิดล่ะสิว่าไอ้เด็กคนนี้ทะลึ่งแอบมองก้นเจ้านาย&#8230;..ต้องเห็นค่ะต้องเห็นจะรู้ว่าเหมือนเพนกวินเหมือนมีอ่า เดินส่ายก้น แล้วขาถ่างๆนิดหน่อย กลัวจริงๆกลัวไปเดินตามผับแล้วจะโดนจิ๊กโก๋เค้าตีหัว ท่าเดินพี่เอ๊ะกร่างเหลือเกิน<span>  </span>พี่เอ๊ะเป็นผู้ชายที่เกิดมาเพอร์เฟคท์มาก คือองค์ประกอบทุกอย่างดี แต่รวมกันแล้วห่วย&#8230;ฮ่าๆ ก็คิดดูสิ ขนตางอนๆ ตาสีน้ำตาลโต ปากเล็กๆชมพูๆ(แม้จะสูบบุหรี่บ่อยกว่ากินน้ำ) คิ้วก็หนาพอสมควร จมูกโด่ง ผมเส้นใหญ่ๆดำมันเงา (เค้าบอกว่าเค้าดื่มเบียร์บ่อยผมเลยสวย ใครอยากทำตามเชิญค่ะ)<span>  </span>ฟังแล้วส่วนประกอบดูดีหมดใช่มั๊ย แต่รวมกันแล้วเหมือนชินจัง จริงๆไม่ได้โกหก เหมือนชินจังจริงๆ แต่ที่สำคัญคือภาษาไทยแตกฉานมาก<span>  </span>ตอนแรกเจอพี่เอ๊ะนึกว่าพี่เอ๊ะไปอยู่ภาคเหนือมาก่อน &#8230;.พี่เอ๊ะเล่นลงท้ายทุกคำด้วยคำว่า ก๊ะ&#8230;ก๋า&#8230;..ทำให้เป็นที่โจทย์ขานกันในออฟฟิศว่าพี่เอ๊ะต้องแอบมีกิ๊กเป็นสาวเหนือแน่ๆ ไม่ก็ไปอยู่เหนือมาก่อน &#8230;.พี่เอ๊ะเค้าไปอยู่เหนือมาก่อนจริงๆค่ะ &#8230;.เหนือขอนแก่น &#8230;</span></p>
<p><font size="3" face="Calibri"> </font></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">ก่อนอื่นมาดูกันก่อนดีกว่าว่าดีกรีภาษาไทยของพี่เอ๊ะเป็นไง แล้วที่หนูฮาบอกว่าภาษาไทยหนูหดหายเพราะอะไร มาดูกัน</span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">&#8230;&#8230;เวลาพี่เอ๊ะต้องการจะถามพนักงานว่า งานอันนี้เสร็จเมื่อไร พี่เอ๊ะจะพูดว่า&#8230;..อันนี้เสร็จแล้วเมื่อไหร่&#8230;&#8230;.ไม่ก็&#8230;โคเรเสร็จแล้วก๋า&#8230;.(งานอันนี้ทำเสร็จแล้วหรอ)</span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">&#8230;&#8230;.ช่วยทำอันนี้ให้หน่อยได้มั๊ย&#8230;&#8230;&#8230;.โคเร(เอามือชี้ๆกระดาษที่อยากให้ทำ)ทำให้ได้ก๋า&#8230;แล้วทำหน้าเหมือนชินจังประกอบ</span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">&#8230;..จะมีประโยคนึงที่พูดชัดมากเวลาโทรศัพท์&#8230;&#8230;.</span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';"><span>    </span>&#8230;สวัสดีครับ เอ๊ะพูดคับ&#8230;ขอสายคุณ&#8230;..ครับ&#8230;&#8230;&#8230;แล้วพอคนนั้นมารับเท่านั้นล่ะ&#8230;&#8230;&#8230;สักครู่นะครับ แล้วพี่เอ๊ะก็จะดึงเสื้อใครสักคนแถวนั้นที่ฟังภาษาญี่ปุ่นรู้เรื่องแล้วจะอธิบายๆให้ฟังแล้วให้คุยกับปลายสายให้&#8230;..</span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะโทรเองทำม๊ายยยยย ชัดอยู่ประโยคเดียว&#8230;.พอพูดจบปุ๊บโยนสายประจำ </span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">&#8230;..แล้วอีกประโยคที่ได้ยินบ่อยพักหลังๆ&#8230;&#8230;.ปันห๊า ว่า เยอะๆ &#8230;เหนื่อยๆ ไม่เอาแหล่ว&#8230;..แปลให้ก็ได้ ปัญหาเยอะ เหนื่อยมาก ไม่เอาแล้ว อยากพัก&#8230;&#8230;.</span></p>
<p><font size="3" face="Calibri"> </font></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">นี่ยังเบสิคนะไว้มีเวลาจะเมาท์เรื่องนี้แยกตอน ตอนนี้ขอเล่าเรื่องวันเกิดพี่เอ๊ะก่อน </span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">วันเกิดพี่เอ๊ะ รวมกันกับคนญี่ปุ่นอีกสองคน ซื้อตุ๊กตาคิตตี้เมอร์เม็ดให้พี่เอ๊ะ เพราะจากการที่ทำงานร่วมกัน พบว่าพี่เอ๊ะจะมีหมอนหนุนติดรถ แต่มันเก่าแล้วเลยจะซื้อให้ใหม่ บังเอิญไปพบคิตตี้แล้วมันน่ารัก เป็นนางเงือกแล้วขนาดพอดีกอด หัวคิตตี้จะมารองรับช่วงคอพอดีก็เลยซื้อ แล้วให้เค้าห่อให้มิดชิด จริงๆไม่ได้จะให้พี่เอ๊ะหรอกค่ะ แต่แผนสูงให้แค่ในนาม เพราะคิดว่าพี่เอ๊ะไม่ใช้หรอก<span>  </span>พอพี่เอ๊ะไม่ใช้ก็จะเอามาใช้เอง พอคิดแผนชั่วได้ก็จัดการคว้ากล่องของขวัญบึ่งรถไปหาพี่เอ๊ะกันค่ะ เรียกคนมาเยอะๆเอาเค้กให้เป่าทำให้พี่เอ๊ะดีใจเล่น พี่เอ๊ะน้ำตาแทบซึมเพราะเค้าบอกว่าไม่เคยมีใครทำแบบนี้ให้ ทำงานมาก็อยู่แต่กับผู้ชายแล้วความละเอียดอ่อนมันไม่มี ก็จะไม่มีใครมานั่งจำกันว่าใครเกิดวันไหน อย่างมากตอนเย็นก็แค่ออกไปกินเบียร์ พี่เอ๊ะเลยซึ้ง แต่ซึ้งหนักกว่าเดิมเมื่อแบกกล่องของขวัญน้องคิตตี้ให้&#8230;..แล้วบังคับให้พี่เอ๊ะเปิดต่อหน้าทุกคน&#8230;&#8230;เท่านั้นล่ะค่ะแกะออกมาเป็นคิตตี้เมอร์เมด&#8230;..คิดดูนะคะ ชายหนุ่มวัยกลางคนที่วางมาดวิศวกรหรือนักธุรกิจหนุ่ม&#8230;.แกะกล่องของขวัญออกมาเป็นคิตตี้ต่อ หน้า ธารกำนัล ทั้งออฟฟิศ&#8230;&#8230;..พี่เอ๊ะพูดไม่ออก&#8230;&#8230;แต่ช้าแล้วค่ะจัดการถ่ายรูปเรียบร้อยทำพิธีส่งมอบตุ๊กตา แล้วบอกว่าเนี่ยมีปัญหาหรอ ไม่เอาหรออุตส่าซื้อให้นะเนี่ย ถ้าไม่เอาจะเอาเอง&#8230;.เท่านั้นพี่เอ๊ะหัวเราะแล้วบอกว่าเอาดิ ไม่เอาได้ไงอุตส่าห์ให้&#8230;&#8230;เชื่อมั๊ยคะว่าหลังจากนั้นทุกคนต่อแถวมาขอถ่ายรูปกับพี่เอ๊ะกับน้องคิตตี้&#8230;..มีหลายคนแอบเมาท์ว่าเดี๋ยวนังคิตตี้เนี่ยจะเปรียบเสมือน กิ๊กหรือเมียน้อยพี่เอ๊ะ เพราะมันจะตามพี่เอ๊ะไปทุกที่ นี่ล่ะค่ะตุ๊กตาหน้ารถของจริง <span> </span>แม้จะแกล้วพี่เอ๊ะสนุกขนาดนี้แต่เค้าก็น่ารักนะคะ เค้าเอามันไปใช้จริงๆ มองไปในรถจะเห็นคิตตี้สีชมพูนั่งอยู่เบาะหลังแล้วจะมีหมวกกันน๊อกขาวใส่ให้คิตตี้ นั่นแสดงว่าเจ้าของคิตตี้อยู่ที่ไหนสักที่ละแวกนั้น พี่คนขับบอกว่าพี่เอ๊ะบอกพี่เค้าว่าไม่ต้องเอาตุ๊กตาลง ให้เอาไว้ในรถตลอด เค้าจะใช้ตลอด เพื่อนซื้อให้&#8230;..แล้วพี่คนขับยังแอบเมาท์ด้วยว่าพี่เอ๊ะบอกว่าอายก็จริงที่ต้องเล่นตุ๊กตา แต่ว่าในเมื่อทุกคนอุตส่าหามาให้ แล้วมันกอดได้พอดีขนาดนี้ ก็จะเอามันไปด้วยทุกที่เหมือนทุกคนอยากให้เอามันไปด้วยนี่ล่ะ งานนี้พี่เอ๊ะได้ใจพนักงานไปเพียบค่ะ<span>  </span>เพราะทุกคนไม่คิดว่าเค้าจะกล้าเอาไปใช้ เค้าบอกว่าเกิดมาไม่มีใครมาเซอร์ไพรส์หรือทำอะไรดีๆให้แบบนี้ แล้วเค้ามาอยู่ได้ไม่นานทุกคนดีกับเค้าแบบนี้ เค้าเลยประทับใจ ไม่น่าเชื่อว่าเค้าจะได้รับสิ่งดีๆ<span>            </span>เหล่านี้ตอนที่เค้าอยู่ต่างบ้านต่างเมือง แต่มีวันนี้ค่ะ ฮามาก</span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">ก็ไปประชุมกับพี่เอ๊ะนี่แหละค่ะ ขึ้นรถไปเห็นคิตตี้นั่งคอพับคออ่อน หมวกยังครอบหัวอยู่เลย เห็นแล้วตลกดี คนอื่นเห็นคงเสียภาพลักษณ์แย่ ยังไม่ทันขาดคำค่ะ เจ้านายเดินมากับลูกค้า ลูกค้าจะไปพร้อมกัน โดยมิได้นัดหมาย เท่านั้นล่ะค่ะ ลูกค้าอึ้งเห็นตุ๊กตาในรถสีชมพูแปร๊ด&#8230;&#8230;&#8230;เอาล่ะสิ เสียภาพลักษณ์แน่ คนต้องเอาไปขำแน่ๆ แต่พี่เอ๊ะไวค่ะ รีบเอามือปัดๆตุ๊กตามาทางหนูฮาแล้วบอกว่า เนี่ยวันเกิดหนูฮาเลยซื้อให้เป็นของขวัญ เลยต้องเอาขึ้นรถมาด้วย &#8230;&#8230;เห็นว่าติดตุ๊กตาเลยให้เอาขึ้นรถมาด้วย &#8230;ลูกค้าก็เออออใหญ่เลย แฮปปี้เบิร์ดเดย์ใหญ่เลย แล้วพี่เอ๊ะยังเนียนนะบอกให้เขยิบไปดิแล้วอุ้มคิตตี้ไปด้วยเด็ยวนั่งกันไม่พอ&#8230;&#8230;.หนูฮาเลยต้องไหลตามน้ำค่ะ เอาวะตุ๊กตาวันเกิดก็วันเกิดวะ &#8230;..ลูกค้าชมเปราะเชียวว่าได้เจ้านายใจดี เอ็นดูเหมือนน้องสาว ยอมให้เอาตุ๊กตาขึ้นรถแล้วพาไปส่งบ้าน เจ้านายก็ประเสริฐค่ะเล่นต่อ บอกว่าเอ็นดูเหมือนน้องแหละ ไปประชุมด้วยกันบ่อย ไปไหนก็ไปกันสองคน รถก็เหมือนบ้าน กินข้าวนอนก็บนรถ เลยมีทรัพย์สมบัติของแต่ละคนเยอะหน่อยเพราะต้องเดินทางไกล อย่างของผมก็จะมีขวดน้ำกับหนังสือพิมพ์ติดตัวตลอด บางทีก็เอาเสื้อมาหนุน(ตอแหล จริงๆนอนหนุนคิตตี้) แต่ของหนูฮาจะเป็นคิตตี้&#8230;.ลูกค้าก็หัวเราะเอ็นดูค่ะ&#8230;&#8230;..เนียนโคตรให้ตายเหอะ&#8230;..แต่พอลูกค้าก้าวขาลงจากรถเท่านั้นล่ะค่ะ &#8230;&#8230;เจ้านายหันมามองหน้าบอกว่า ตอนเย็นเอาคิตตี้คืนด้วย วันนี้ให้ยืมเฉยๆ &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..</span></p>
<p><font size="3" face="Calibri"> </font><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">แม้ว่าการทำงานจะแทบไม่ได้เจอผู้หญิงเลยต้องอยู่ในดงผู้ชายตลอด เค้าไปไหนไปด้วย เค้าทำอะไรก็ทำตาม เค้าทานข้าวเที่ยงตอนบ่ายสาม ก็บ่ายสามด้วยกัน ยางรถรั่วจะไปประชุมไม่ทัน ก็ต้องช่วยกันเปลี่ยน ไม่มีแยกว่าหญิงหรือชาย อันไหนที่ทำให้งานไปได้เร็วช่วยกันได้ก็สมควรทำ ฝุ่น โคลน แดด ก็ต้องลุยด้วยกัน<span>  </span>ก็เลยกลายเป็นคู่หูกันไป สามารถคุยกันได้เหมือนเพื่อน นอนน้ำลายไหลบนรถได้ เป็นตัวของตัวเองกันได้เต็มที่ เพราะเดินทางด้วยกันตลอด ถ้าเก๊กคงได้เก๊กทั้งวัน เหนื่อยบ้างบางทีเพราะผู้หญิงยังไงก็แพ้ผู้ชาย แต่ก็โอเคค่ะ ได้ประสบการณ์เยอะดี ทำงานกับผู้ชายไม่วุ่นวายไม่จุกจิก พูดกันแล้วจบเดี๋ยวนั้น<span>  </span>เข้าประเด็นตรงๆไม่ต้องมีน้ำ ให้วุ่นวาย<span>  </span>&#8230;&#8230;..แต่ข้อเสียก็คือว่าผู้ชายจะไม่มีความละเอียดอ่อน จะจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆไม่ได้ อันนี้ก็เป็นหน้าที่ละค่ะ คอยเติมเต็มส่วนนี้ให้เต็ม <span> </span>ถ้าเหนื่อยมากก็บอกตัวเองอย่างเดียวว่า นี่คือประสบการณ์ ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ไม่ได้เพื่อใครแต่เพื่อเราเองเพื่อประสบการณ์ เราเกิดมาเพื่อเรียนรู้ก็ต้องเรียนรู้ให้มันมากที่สุด จะงานผู้หญิงผู้ชายถ้าเรารู้ทั้งงานผู้หญิงผู้ชาย ยังไงวันนึงเราก็ต้องได้ใช้ คิดแค่นี้ก็หายเหนื่อยแล้วค่ะ </span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"> </p>
<p></span></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/liveinjapan.wordpress.com/263/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/liveinjapan.wordpress.com/263/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/263/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/263/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/263/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/263/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/263/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/263/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/263/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/263/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/263/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/263/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=263&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/31/e/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>379</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจยาม</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/29/guard/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/29/guard/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 29 Mar 2008 06:16:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/29/guard/</guid>
		<description><![CDATA[อยู่ไว้ใจทาง อย่าวางใจยาม&#8230;
     ยามดีเป็นศรียามเรายาก แต่ถ้ายามทำให้เราลำบากจงลากยามออกไปให้ไกล&#8230;..
 
วันนี้ออกแนวภาษาไทยถ่องแท้ค่ะ  เพิ่งก่อวีระกรรมกับยามมาสดๆซิงๆ ทำให้สุภาษิตนี้มันจี๊ดขึ้นมาในเส้นหยักสมองของหนูฮาค่ะ 
รู้กันอยู่แล้วใช่มั๊ยคะว่าตอนนี้อากาศมันร้อนขนาดไหน ร้อนจนตับแล่บพุงแหกม้ามจะระเบิดอยู่รอมร่อ &#8230;.ในเมื่อมันร้อนขนาดนี้มนุษย์เงินเดือนหรือมนุษย์แอร์คอน(Air Con) อย่างพวกเราได้รับผลกระทบแน่ๆถ้ามีเหตุให้ต้องยืนตากแดดกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
บังเอิญต้องขับรถไปประชุมแทนเจ้านาย(หนึ่งในแปดคนน่ะแหละ) ที่ฮาเร็มละแวกออฟฟิศน่ะแหละค่ะ จัดการคว้ากระเป๋าแบกแฟ้มอีกล้านแปดไหนจะหมวกกันน๊อค แล้วไหนจะต้องแบกความซุ่มซ่ามประจำตัวไปที่หนักอึ้งไปอีก เหนื่อยค่ะเหนื่อย ดีหน่อยค่ะวันนี้แต่งตัวปกติมนุษย์ไม่ได้กระแดะอยากจะสวยอะไร เสื้อเชิ๊ตกางเกงแสล๊ครองเท้าหนัง  จริงๆว่าจะแอบงามกระแดะใส่บูทที่ซื้อจากญี่ปุ่นสักหน่อยเพราะที่ฮาเร็มมีโคลนดินเยอะ แต่คิดดูอีกที อย่าเลย สวยทีไรทรมานชีวิตทุกที อยู่อย่างชาวบ้านเค้านี่แหละดีแระ &#8230;.
 
ขับรถจอดหน้าฮาเร็มปุ๊บรอให้ยามเปิดประตูให้ ยามไม่เปิดค่ะ ต้องลงจากรถไปถามว่าเปิดประตูให้หน่อยสิเอารถเข้าไม่ได้ พี่ยามก็น่ารักค่ะบอกว่าไม่ได้ คุณเป็นคนนอกเอารถเข้าไม่ได้ &#8230;..เลยบอกเค้าไปว่าไม่ใช่คนนอก เป็นพวกบริษัทเดียวกันนี่แหละ สามสี่วันก่อนยังมาอยู่เลยจำไม่ได้หรอ เค้าบอกว่าไม่เคยเห็นหน้า &#8230;.ก็เลยบอกเค้าไปว่าที่ตามคนญี่ปุ่นมาบ่อยๆไงจำไม่ได้หรอ เท่านั้นล่ะค่ะ พี่ยามขึ้นเลยค่ะ &#8230;
&#8230;นี่คุณ คุณอย่ามาแอบอ้างหน่อยเลยว่าคุณเป็นคุณที่ตามนายญี่ปุ่น  ผมจำได้ว่าคุณที่ตามนายญี่ปุ่นน่ะ ต้องมากับคนขับรถสิ นั่งเบาะหลังกับเจ้านายด้วย&#8230;&#8230;&#8230;.(ความจำดีเชียวพี่ยาม)
&#8230;ก็วันนี้เจ้านายไม่ว่างค่ะต้องมาประชุมแทน แล้วเนี่ยมันจะถึงเวลาประชุมแล้ว ช่วยเปิดให้หน่อยเถอะค่ะ จะเข้าประชุมไม่ทันแล้ว ของก็เยอะจอดไว้ข้างนอกกว่าจะขนเข้าขนออกอีก&#8230;&#8230;
&#8230;พี่ยามทำหน้าตาเหยียดหยามค่ะ แล้วพูดว่า&#8230;.
 
&#8230;นี่คุ๊น ใครเค้าก็อ้างได้ทั้งนั้นแหละว่าเป็นคนตามนายญี่ปุ่น ผมเจอมาเยอะแล้วพวกชอบแอบอ้างว่ารู้จักคนนั้นคนนี้ ถ้าคุณรีบก็รีบมากรอกเอกสารตรงนี้เหอะแล้วจอดรถไว้ข้างนอกด้วย ก่อนที่ผมจะโทรไปฟ้องเจ้านายข้างในว่ามีคนมาแอบอ้างว่าเป็นคนตามนายญี่ปุ่น&#8230;&#8230;&#8230;.พี่ยามทำหน้าเหยียดสุดๆ มองหนูฮาตั้งแต่หัวจรดเท้า&#8230;
 
ขี้เกียจเถียงกับยามค่ะ ก็เลยเดินไปจะไปกรอกเอกสาร&#8230;..แต่เห็นเอกสารแล้วไหนจะรอคิวกรอกเอกสารอีกเพราะช่วงนั้นมีคนส่งของเยอะ แล้วเค้ารอคิวกรอกใบผ่านประตูกัน ถ้ากรอกนี่เข้าประชุมไม่ทันแน่&#8230;เลยวางของที่พะรุงพะรังลงแล้วหยิบมือถือโทรเข้าไปหาคนในฮาเร็มบอกให้มาเปิดประตูให้หน่อย แต่เดชะกรรมค่ะไม่มีคนรับโทรศัพท์ หนูฮาเลยต้องสู้ 
 
&#8230;บอกพี่ยามว่าโอเคเดี๋ยวจอดรถข้างนอกแระ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=261&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">อยู่ไว้ใจทาง อย่าวางใจยาม&#8230;</span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';"><span>     </span>ยามดีเป็นศรียามเรายาก แต่ถ้ายามทำให้เราลำบากจงลากยามออกไปให้ไกล&#8230;..</span></p>
<p><font face="Calibri"> </font></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">วันนี้ออกแนวภาษาไทยถ่องแท้ค่ะ<span>  </span>เพิ่งก่อวีระกรรมกับยามมาสดๆซิงๆ ทำให้สุภาษิตนี้มันจี๊ดขึ้นมาในเส้นหยักสมองของหนูฮาค่ะ </span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">รู้กันอยู่แล้วใช่มั๊ยคะว่าตอนนี้อากาศมันร้อนขนาดไหน ร้อนจนตับแล่บพุงแหกม้ามจะระเบิดอยู่รอมร่อ &#8230;.ในเมื่อมันร้อนขนาดนี้มนุษย์เงินเดือนหรือมนุษย์แอร์คอน</span><font face="Calibri">(Air Con</font><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">) อย่างพวกเราได้รับผลกระทบแน่ๆถ้ามีเหตุให้ต้องยืนตากแดดกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง</span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">บังเอิญต้องขับรถไปประชุมแทนเจ้านาย(หนึ่งในแปดคนน่ะแหละ) ที่ฮาเร็มละแวกออฟฟิศน่ะแหละค่ะ จัดการคว้ากระเป๋าแบกแฟ้มอีกล้านแปดไหนจะหมวกกันน๊อค แล้วไหนจะต้องแบกความซุ่มซ่ามประจำตัวไปที่หนักอึ้งไปอีก เหนื่อยค่ะเหนื่อย ดีหน่อยค่ะวันนี้แต่งตัวปกติมนุษย์ไม่ได้กระแดะอยากจะสวยอะไร เสื้อเชิ๊ตกางเกงแสล๊ครองเท้าหนัง<span>  </span>จริงๆว่าจะแอบงามกระแดะใส่บูทที่ซื้อจากญี่ปุ่นสักหน่อยเพราะที่ฮาเร็มมีโคลนดินเยอะ แต่คิดดูอีกที อย่าเลย สวยทีไรทรมานชีวิตทุกที อยู่อย่างชาวบ้านเค้านี่แหละดีแระ &#8230;.</span></p>
<p><font face="Calibri"> </font></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">ขับรถจอดหน้าฮาเร็มปุ๊บรอให้ยามเปิดประตูให้ ยามไม่เปิดค่ะ ต้องลงจากรถไปถามว่าเปิดประตูให้หน่อยสิเอารถเข้าไม่ได้ พี่ยามก็น่ารักค่ะบอกว่าไม่ได้ คุณเป็นคนนอกเอารถเข้าไม่ได้ &#8230;..เลยบอกเค้าไปว่าไม่ใช่คนนอก เป็นพวกบริษัทเดียวกันนี่แหละ สามสี่วันก่อนยังมาอยู่เลยจำไม่ได้หรอ เค้าบอกว่าไม่เคยเห็นหน้า &#8230;.ก็เลยบอกเค้าไปว่าที่ตามคนญี่ปุ่นมาบ่อยๆไงจำไม่ได้หรอ เท่านั้นล่ะค่ะ พี่ยามขึ้นเลยค่ะ &#8230;</span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">&#8230;นี่คุณ คุณอย่ามาแอบอ้างหน่อยเลยว่าคุณเป็นคุณที่ตามนายญี่ปุ่น<span>  </span>ผมจำได้ว่าคุณที่ตามนายญี่ปุ่นน่ะ ต้องมากับคนขับรถสิ นั่งเบาะหลังกับเจ้านายด้วย&#8230;&#8230;&#8230;.(ความจำดีเชียวพี่ยาม)</span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">&#8230;ก็วันนี้เจ้านายไม่ว่างค่ะต้องมาประชุมแทน แล้วเนี่ยมันจะถึงเวลาประชุมแล้ว ช่วยเปิดให้หน่อยเถอะค่ะ จะเข้าประชุมไม่ทันแล้ว ของก็เยอะจอดไว้ข้างนอกกว่าจะขนเข้าขนออกอีก&#8230;&#8230;</span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">&#8230;พี่ยามทำหน้าตาเหยียดหยามค่ะ แล้วพูดว่า&#8230;.</span></p>
<p><font face="Calibri"> </font></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">&#8230;นี่คุ๊น ใครเค้าก็อ้างได้ทั้งนั้นแหละว่าเป็นคนตามนายญี่ปุ่น ผมเจอมาเยอะแล้วพวกชอบแอบอ้างว่ารู้จักคนนั้นคนนี้ ถ้าคุณรีบก็รีบมากรอกเอกสารตรงนี้เหอะแล้วจอดรถไว้ข้างนอกด้วย ก่อนที่ผมจะโทรไปฟ้องเจ้านายข้างในว่ามีคนมาแอบอ้างว่าเป็นคนตามนายญี่ปุ่น&#8230;&#8230;&#8230;.พี่ยามทำหน้าเหยียดสุดๆ มองหนูฮาตั้งแต่หัวจรดเท้า&#8230;</span></p>
<p><font face="Calibri"> </font></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">ขี้เกียจเถียงกับยามค่ะ ก็เลยเดินไปจะไปกรอกเอกสาร&#8230;..แต่เห็นเอกสารแล้วไหนจะรอคิวกรอกเอกสารอีกเพราะช่วงนั้นมีคนส่งของเยอะ แล้วเค้ารอคิวกรอกใบผ่านประตูกัน ถ้ากรอกนี่เข้าประชุมไม่ทันแน่&#8230;เลยวางของที่พะรุงพะรังลงแล้วหยิบมือถือโทรเข้าไปหาคนในฮาเร็มบอกให้มาเปิดประตูให้หน่อย แต่เดชะกรรมค่ะไม่มีคนรับโทรศัพท์ หนูฮาเลยต้องสู้ </span></p>
<p><font face="Calibri"> </font></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">&#8230;บอกพี่ยามว่าโอเคเดี๋ยวจอดรถข้างนอกแระ แต่ขอเข้าไปหน่อยจะไม่ทันประชุมจริงๆ เค้าบอกว่าเข้าไม่ได้ต้องกรอกก่อน ถ้าไม่กรอกเค้าบอกว่าเค้าจะโทรไปแจ้งคนที่ตามเจ้านายญี่ปุ่นว่ามีคนแอบอ้าง(เค้าหมายถึงหนูฮาน่ะแหละค่ะ) &#8230;..ทำไงดีหว่าบัตรพนักงานก็ยังไม่มีเพราะเพิ่งมาทำงาน<span>  </span>ก็เลยตัดสินใจเปิดรถหอบหมวกกันน๊อคขาวที่มีสัญลักษณ์บริษัทแล้วก็หยิบนามบัตร ให้&#8230;ว่าหนูนี่แหละเป็นคนที่จะมาประชุมแทนคนญี่ปุ่น เป็นคนที่ตามนายที่เค้าเข้าใจ แต่พี่ยามตอบน่ารักมากว่าไม่เชื่อ เพราะเนี่ยแค่นามบัตรใครเค้าก็พิมพ์ได้ หมวกขาวนี้ก็เหมือนกันใครพกก็ได้ให้ยืมก็ได้(มันก็จริงของพี่ยาม) </span></p>
<p><font face="Calibri"> </font></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">ก็เลยงัดไม้ตายเอาบัตรประชาชนมาเทียบชื่อกับนามบัตรแล้วก็รูปให้พี่ยามดูว่าหนูนี่แหละคนที่ตามคนญี่ปุ่นอะไรของเค้า..เท่านั้นล่ะค่ะเค้ารีบเปิดประตูให้ แล้วยังหันมาบ่นด้วยนะว่า&#8230;.บอกแต่แรกว่าเป็นพวกเดียวกันก็สิ้นเรื่อง&#8230;&#8230;&#8230;..</span></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">กว่าจะได้เข้าฮาเร็มแทบบ้าค่ะ ร้อนก็ร้อนแฟ้มเอกสารก็หนัก วางลงรื้อหานั่นนี่อยู่ล้านรอบกว่าพี่ยามจะให้เข้า ซือสัตย์ต่อหน้าที่เหลือเกิ๊น <span> </span>กวาจะได้เข้าฮาเร็มเล่นเอาหนูฮาแทบเป็นลม ยังกังขาจนถึงตอนนี้ว่า หน้าตาหนูฮาถ้าไม่มีคนญี่ปุ่นมายืนประดับเนี่ย มันแลดูไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้นเลยหรอ ต่อไปจะไปไหนต้องพกเจ้านายไปด้วยตลอดละ เอาไว้ประดับบารมี ไม่งั้นชาวบ้านเค้าจะไม่เชื่อถือ<span>  </span>&#8230;เข้าฮาเร็มได้เท่านั้นล่ะค่ะ คนที่นั่นถามว่าทำไมมาช้า ก็เลยบอกเค้าว่าทะเลาะกับยามมายามไม่ให้เข้า ทุกคนขำก๊าก เค้าบอกว่าเมื่อวานพี่ยามก็ก่อวีรกรรม<span>  </span>มีคนมาขอพบ </span><font face="Calibri">Project Manager </font><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">แต่พี่ยามไม่รู้ฟังยังไง วิ่งเข้าฮาเร็มมาแล้วถามคนชื่อโปเจ๊ค ว่าอยู่ไหน มีคนมาขอเข้าพบ&#8230;&#8230;.ฮากระจาย พอได้ยินแบบนี้แล้วจะไม่แปลกใจเลยค่ะว่าทำไมเค้าไม่เชื่อว่าหนูฮาเคยมาที่นี่แล้ว<span>  </span>ปวดหัวกับยามจริงๆ มันก็ดีแหละค่ะว่าเค้าทำตามหน้าที่ ไอ้เราก็ผิดเองที่ไม่มีบัตรพนักงาน แต่ก็นะเอานามบัตร ให้ดูยังหาว่าลอกเลียนเนียไม่รู้จะพูดยังไงละ<span>  </span>แล้วยามที่นี่เค้าน่ารักนะคะ วันๆเค้าจะคอยโบกรถแข็งขันมาก&#8230;.ตอนรถว่างไม่โบกหรอกค่ะ แต่เมื่อไรที่สิบล้อจ่อมาใกล้ๆนี่พี่ยามจะเป่าปี๊ดให้เราถอยรถเพื่อที่จะออกไปปะทะกับสิบล้อ<span>  </span>&#8230;.กลุ้มใจจริงๆค่ะเรื่องพี่ยาม<span>  </span></span><span><span><font face="Calibri"> </font></span></span><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">วันนั้นประชุมเสร็จหนูฮาจัดการปรินท์รูปแล้วก็จดทะเบียนรถแนบนามบัตร กับบัตรประชาชนไปให้ยามค่ะ เหมือนลงทะเบียนไว้ว่าเจอคนนี้แล้วให้ผ่านเข้าฮาเร็มได้</span></p>
<p><font face="Calibri"> </font></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">ช่วงนี้งานเยอะค่ะ(แต่ยังแอบหาเวลานั่งแฉตัวเองให้ชาวบ้านฟัง) ไปฮาเร็มทุกวันเลย เลยไม่มีเวลาแอบมาคุย วันนี้เจ้านายเข้าช้าเลยแอบปั่นต้นฉบับค่ะ ไว้หาเวลาได้มากกว่านี้จะเมาท์ให้ฟัง </span></p>
<p><font face="Calibri"> </font></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">ส่วนเรื่องคุณพ่อขอบคุณมากนะคะสำหรับคำแนะนำ ตอนนี้ก็อยู่ในช่วง ต่อรองค่ะ ว่าจะครึ่งควบลูกดีมั๊ย เอ๊ยไม่ใช่นั่นมันพนันบอลละ ต่อรองพบกันครึ่งทางว่าไปใกล้ๆได้มั๊ย ส่วนสงกรานต์ดูท่าทางหนูฮาจะได้หยุดน้อยกว่าเพื่อน เพราะมีงานเข้า </span></p>
<p><font face="Calibri"> </font></p>
<p style="margin:0 0 10pt;" class="MsoNormal"><span style="font-size:14pt;line-height:115%;font-family:'Cordia New','sans-serif';">ท้ายสุด จริงๆตั้งใจจะเมาท์มากกว่านี้แต่ว่าเห็นเจ้านายแว่บๆ คงต้องหยุดไว้แค่นี้ขอบคุณมากนะคะที่มาเยี่ยมเยียน ตอนนี้หนูฮาสบายดีค่ะ แม้จะเหนื่อยหน่อยแต่ก็โอเคแหละค่ะ ขอบคุณที่จำวันเกิดหนูฮาได้นะคะ (ถ้าไม่อ่านคอมเมนท์ก็คงลืมสนิท ยุ่งจัด) <span> </span></span></p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/liveinjapan.wordpress.com/261/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/liveinjapan.wordpress.com/261/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/261/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/261/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/261/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/261/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/261/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/261/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/261/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/261/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/261/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/261/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=261&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/29/guard/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ทางเลือก</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/24/cdr/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/24/cdr/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Mar 2008 04:12:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/24/cdr/</guid>
		<description><![CDATA[ทางเลือก&#8230;
 เห็นพ่อตัวเองป่วยแล้วรู้สึกปลงกับชีวิตมนุษย์ยังไงไม่รู้ค่ะ เหมือนจะทำใจได้แต่ก็ยังมีบางจุดที่ยังปรับตัวปรับใจรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ อาการของพ่อเปลี่ยนอาทิตย์ต่ออาทิตย์เลยก็ว่าได้ค่ะ คือทุกอาทิตย์เค้าต้องฉีดยาหนึ่งเข็มเป็นยารักษาตับ ยานี้ต้องฉีดติดกันหกเดือน ตอนแรกเอฟเฟคไม่มีอะไรมากนอกจากเป็นไข้แล้วจะซึม แต่หลังจากพ่อเข้าไอซียูรอบนี้แล้ว มันไม่ใช่มีแค่อาการไข้ หรืออ่อนเพลีย แต่มันเหมือนมีผลกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ตอนแรกคิดว่าที่เค้าไม่แข็งแรงแขนขาอ่อนแรงผอมแล้วพูดช้านั้นเป็นเพราะว่าผลจากการที่เข้าไอซียูแล้วหมดสติไปนาน แต่พักหลังๆรู้สึกว่ามันไม่น่าจะใช่ คุณพ่อแขนขาอ่อนแรงมาก เหมือนเด็กๆ หยิบจับอะไรจะช้า ทำตก หล่น สังเกตง่ายๆวันนั้นเค้าลองขับรถ กล้ามเนื้อเท้ากับขาจะเหยียบคันเร่งได้ไม่เกินยี่สิบ แอบดีใจเอาวะอย่างน้อยพ่อก็ขับรถช้าไม่เป็นอะไร แต่เวลาเหยียบเบรคก็จะได้แค่นิดเดียวด้วยเช่นกันนี่สิ แน่นอนค่ะเกิดเหตุ พ่อเลี้ยวรถแล้วกะระยะไม่ได้ แล้วเค้าพยายามเหยียบเบรคแต่ด้วยความที่กล้ามเนื้อขามีนิดเดียวเลยทำให้รถมันเบรคได้นิดเดียวแล้วรถไหลไปชนกับรั้วบ้านตัวเอง ใจจริงแล้วไม่อยากให้เค้าขับรถเลย แต่พ่อให้เหตุผลว่าเค้ารักการขับรถเป็นชีวิตจิตใจ แล้วไม่ได้ขับไปไหนไกล แค่จากบ้านไปตลาด ไปร้านล้างรถ ระยะทางไม่เกินหนึ่งกิโล แล้วพ่อยังยื่นข้อเสนอมาซะน่ารักอีกว่าเค้ารู้ว่าตอนนี้เค้าแข็งแรงขึ้นบ้างแล้วขับได้ ถ้าเค้าไม่แข็งแรงเต็มที่เค้าก็ไม่ขับ&#8230;ผลเป็นไงรู้มั๊ยคะ หนูฮากลับบ้านเจอรถทีไร รอยไม่ซ้ำค่ะ เคยเอากุญแจรถไปซ่อนเพราะไม่อยากให้เค้าขับ แต่ก็เกิดเรื่องเพราะวันนั้นพ่ออยู่บ้านคนเดียวแล้วป่วยอ้วกเป็นเลือด ขับรถไปหาหมอไม่ได้ &#8230;ผลสรุปก็คือต้องทิ้งกุญแจรถไว้ให้อยู่ดีเพราะไม่งั้นเวลาเกิดอะไรขึ้นมาเค้าไปหาหมอไม่ได้ แม่จะขับให้ก็ไม่ยอม จะขับเอง ปวดหัวจริงๆค่ะ กลัวเค้าจะเลี้ยวรถช่วงยูเทิร์นแล้วรถจะมาชน ก็เลยต้องหาข้อตกลงพบกันครึ่งทาง ให้ขับได้แต่ห้ามขับไปไหนไกล &#8230;.เราพบกันครึ่งทางจริงๆค่ะ น้ำมันรถเต็มถังขับกันเป็นเดือน รัศมีไม่เกินกิโลเมตรต่อวัน แต่รอยที่รถนี่สิ&#8230;.แม่เจ้า เดี๋ยวชนเสา เดี๋ยวถอยชนกระถาง ประเด็นคือรถหนูฮานี่สิ&#8230;.เข้าใจหัวอกคนที่เห็นรถตัวเองเป็นรอยที่ตัวเองไม่ได้ทำมั๊ยคะ (ฮือ) แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พ่อตัวเองเอารถเราไปชนนิดๆหน่อยๆ แต่เรื่องมันไม่จบแค่นั้นค่ะ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=259&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ทางเลือก&#8230;</p>
<p> เห็นพ่อตัวเองป่วยแล้วรู้สึกปลงกับชีวิตมนุษย์ยังไงไม่รู้ค่ะ เหมือนจะทำใจได้แต่ก็ยังมีบางจุดที่ยังปรับตัวปรับใจรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ อาการของพ่อเปลี่ยนอาทิตย์ต่ออาทิตย์เลยก็ว่าได้ค่ะ คือทุกอาทิตย์เค้าต้องฉีดยาหนึ่งเข็มเป็นยารักษาตับ ยานี้ต้องฉีดติดกันหกเดือน ตอนแรกเอฟเฟคไม่มีอะไรมากนอกจากเป็นไข้แล้วจะซึม แต่หลังจากพ่อเข้าไอซียูรอบนี้แล้ว มันไม่ใช่มีแค่อาการไข้ หรืออ่อนเพลีย แต่มันเหมือนมีผลกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ตอนแรกคิดว่าที่เค้าไม่แข็งแรงแขนขาอ่อนแรงผอมแล้วพูดช้านั้นเป็นเพราะว่าผลจากการที่เข้าไอซียูแล้วหมดสติไปนาน แต่พักหลังๆรู้สึกว่ามันไม่น่าจะใช่ คุณพ่อแขนขาอ่อนแรงมาก เหมือนเด็กๆ หยิบจับอะไรจะช้า ทำตก หล่น สังเกตง่ายๆวันนั้นเค้าลองขับรถ กล้ามเนื้อเท้ากับขาจะเหยียบคันเร่งได้ไม่เกินยี่สิบ แอบดีใจเอาวะอย่างน้อยพ่อก็ขับรถช้าไม่เป็นอะไร แต่เวลาเหยียบเบรคก็จะได้แค่นิดเดียวด้วยเช่นกันนี่สิ แน่นอนค่ะเกิดเหตุ พ่อเลี้ยวรถแล้วกะระยะไม่ได้ แล้วเค้าพยายามเหยียบเบรคแต่ด้วยความที่กล้ามเนื้อขามีนิดเดียวเลยทำให้รถมันเบรคได้นิดเดียวแล้วรถไหลไปชนกับรั้วบ้านตัวเอง ใจจริงแล้วไม่อยากให้เค้าขับรถเลย แต่พ่อให้เหตุผลว่าเค้ารักการขับรถเป็นชีวิตจิตใจ แล้วไม่ได้ขับไปไหนไกล แค่จากบ้านไปตลาด ไปร้านล้างรถ ระยะทางไม่เกินหนึ่งกิโล แล้วพ่อยังยื่นข้อเสนอมาซะน่ารักอีกว่าเค้ารู้ว่าตอนนี้เค้าแข็งแรงขึ้นบ้างแล้วขับได้ ถ้าเค้าไม่แข็งแรงเต็มที่เค้าก็ไม่ขับ&#8230;ผลเป็นไงรู้มั๊ยคะ หนูฮากลับบ้านเจอรถทีไร รอยไม่ซ้ำค่ะ เคยเอากุญแจรถไปซ่อนเพราะไม่อยากให้เค้าขับ แต่ก็เกิดเรื่องเพราะวันนั้นพ่ออยู่บ้านคนเดียวแล้วป่วยอ้วกเป็นเลือด ขับรถไปหาหมอไม่ได้ &#8230;ผลสรุปก็คือต้องทิ้งกุญแจรถไว้ให้อยู่ดีเพราะไม่งั้นเวลาเกิดอะไรขึ้นมาเค้าไปหาหมอไม่ได้ แม่จะขับให้ก็ไม่ยอม จะขับเอง ปวดหัวจริงๆค่ะ กลัวเค้าจะเลี้ยวรถช่วงยูเทิร์นแล้วรถจะมาชน ก็เลยต้องหาข้อตกลงพบกันครึ่งทาง ให้ขับได้แต่ห้ามขับไปไหนไกล &#8230;.เราพบกันครึ่งทางจริงๆค่ะ น้ำมันรถเต็มถังขับกันเป็นเดือน รัศมีไม่เกินกิโลเมตรต่อวัน แต่รอยที่รถนี่สิ&#8230;.แม่เจ้า เดี๋ยวชนเสา เดี๋ยวถอยชนกระถาง ประเด็นคือรถหนูฮานี่สิ&#8230;.เข้าใจหัวอกคนที่เห็นรถตัวเองเป็นรอยที่ตัวเองไม่ได้ทำมั๊ยคะ (ฮือ) แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พ่อตัวเองเอารถเราไปชนนิดๆหน่อยๆ แต่เรื่องมันไม่จบแค่นั้นค่ะ นอกจากจะห้ามขับรถไม่ได้แล้ว อาการแต่ละอาทิตย์หลังฉีดยาจะไม่เหมือนกัน เช่น อาทิตย์นี้เค้าจะหงุดหงิด บ่น ดุไปซะหมด คุณแม่แทบจะร้องไห้ทุกวัน อีกอาทิตย์ต่อมา เค้าจะเหมือนเด็กเล่นอะไรเหมือนเด็ก เช่น หาโมบายหรืออะไรไม่รู้แขวนรอบบ้านเลย แปะกระดาษที่เขียนชื่อตัวเอง หรือชื่อคนรู้จักรอบบ้าน ถ้าคนสุขภาพดีปกติก็จะมองงานแบบนี้ว่าทำแป๊บเดียวเสร็จ แต่พ่อทำทั้งวัน ใช้เวลาวันข้ามวัน เห็นแล้วปวดใจจริงๆค่ะ เห็นพ่อตัวเองมานั่งทำอะไรเหมือนเด็กๆ บางอาทิตย์ก็จะมีอาการเซื่องซึม บางอาทิตย์จะมีอาการโมโหร้าย&#8230;..บางอาทิตย์ซ่อมสายไฟต่อสายไฟทั้งวัน ตัดทิ้ง ต่อใหม่ จนต้องขอร้องให้เลิกทำเพราะกลัวไฟช๊อตเค้าก็ไม่ยอม โดนไฟช๊อตจริงๆคัตเตอร์บาดมือเพราะเหลาสายไฟเค้าถึงหยุด ตอนแรกทุกคนในบ้านเข้าใจว่านี่คงเป็นเพราะพ่อทนรับสภาพตัวเองที่ป่วยยังไม่ได้ แต่มานั่งคิดอีกทีไม่รู้ว่าเป็นเพราะตัวยาหรือเปล่าหรือยังไง เคยคุยกับคุณหมอที่ต้องพาพ่อไปหาเค้าทุกเสาร์อาทิตย์ คุณหมอบอกว่าจะบอกว่ายามีส่วนมั๊ยมันก็ไม่ทั้งหมด ต้องขึ้นกับคนไข้ด้วย แต่ยังไงก็ตามต้องห้ามไม่ให้คนไข้เครียดหรือคิดมาก เพราะจะทำให้เส้นเลือดในท้องแตกได้ แล้วพ่อเกล็ดเลือดต่ำถ้าเลือดไหลแล้วจะไหลไม่หยุด อันตรายมากๆ แต่ตอนนี้มีปัญหาใหญ่กว่าเดิมบังเกิดค่ะ หนูฮาเครียดถึงขั้นนอนไม่หลับ เลยเมื่อคืน พ่อเค้าอยากเดินทางไกล อยากขับรถพาครอบครัวเดินทางไปไกลๆ &#8230;.ฟังแบบนี้แล้วทางเลือกก็ง่ายๆใช่มั๊ย หนึ่งไม่ขับรถพาพ่อไป สองก็ห้ามพ่อสิแล้วบอกไปพ่อเดินทางไกลไม่ได้ &#8230;.แต่มันไม่แค่นั้นน่ะสิคะ เคยบอกพ่อแล้วว่าพ่อเดินทางไกลไม่ได้นะ เพราะว่าไม่สบาย แล้วมันเสี่ยง&#8230;.พ่อตอบกลับมาว่า การที่เค้ามีชีวิตอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะว่าเค้ารอคอยว่าวันนึงเค้าจะได้แข็งแรงฟื้นตัวดีขึ้น ค่อยๆขับรถ แล้วพาลูกพาครอบครัวไปเที่ยวไกลๆได้ ความสุขของคนป่วยใกล้ตายคือการที่ได้เดินทางกับคนที่เค้ารัก&#8230;&#8230;&#8230;..พ่อรู้ตัวว่าพ่ออยู่ได้อีกไม่นานหรอก เนี่ยเป็นความฝันสุดท้ายของพ่อพ่อบอก ถ้าเป็นคุณๆจะเลือกอะไร ระหว่าง&#8230;&#8230;. พาพ่อทำตามฝันสุดท้ายของพ่อทั้งที่รู้ว่าความเสี่ยงมันมากแค่ไหน การเดินทางแค่ห้าสิบกิโลเมตร พ่อก็เหนื่อยและทรุดต้องเข้าโรงพยาบาลไปเพื่อเปลี่ยนเลือดอยู่แล้ว นี่ไปภาคใต้&#8230;ไกลมั่กๆ ถ้าบอกว่านั่งเครื่อง พ่อเค้าก็ไม่ยอม อยากนั่งรถยนต์ ถึงนั่งเครื่องก็ห่วงเรื่องความดันความตื่นเต้นอยู่ดี ความดันบนเครื่องเยอะขนาดนั้นบวกกับความตื่นเต้นอยู่บนที่สูง มีผลกับคนไข้แน่ๆ เอาง่ายๆ ถ้าพาพ่อเดินทาง พ่อจะมีความสุขที่ได้ทำตามความฝันที่เค้าจะได้ไปกับครอบครัวของเค้า แต่หลังจากกลับจากเที่ยว &#8230;พ่อต้องเข้ารับการรักษาแน่นอนและนั่นความสุขที่พ่อที่ได้รับ กับอายุขัยของพ่ออาจจะมีค่าผกผัน&#8230;&#8230;.. อีกทางเลือก คือไม่พาพ่อไป &#8230;.แล้วพ่อมีอาการซึมเศร้าเพราะไม่ได้ทำตามความฝันสูงสุดของเค้า แลดูเป็นลูกอกตัญญู &#8230;&#8230;..พ่อไม่มีความสุข แต่ความเสี่ยงเรื่องสุขภาพจะน้อยลง ความสุขและความเสี่ยงของชีวิตพ่อมีค่าแปรผันตรง&#8230;.คือน้อยลงทั้งคู่ ถ้าเป็นคุณๆจะเลือกอะไรเพื่อพ่อ พ่อที่สู้มาทั้งชีวิตเพื่อคุณ พ่อที่ยอมเหนื่อยและเสียสละให้คุณได้รับโอกาสดีๆในชีวิต &#8230;.คุณจะเลือกเส้นความสุขของชีวิตพ่อกับความเสี่ยงที่มันเป็นเส้นขนานกันมานั้นให้มันแปรผันตรง หรือแปรผกผัน&#8230;.ความสุขล้นที่อยู่บนความเสี่ยงที่แน่นอน &#8230;&#8230;.. ตอนนี้คิดได้อย่างเดียวคือถ้าเดินทางจริงๆ คงต้องติดต่อโรงพยาบาลตามรายทางให้เตรียมการรักษาไว้ เตรียมเลือดให้พอ เพราะพ่อเข้าโรงพยาบาลแต่ละครั้งใช้เลือดแปดถุงขึ้นไป&#8230;.. &#8230;..ความสุขที่เอาชีวิตเป็นเดิมพัน&#8230;..</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/liveinjapan.wordpress.com/259/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/liveinjapan.wordpress.com/259/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/259/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/259/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/259/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/259/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/259/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/259/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/259/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/259/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/259/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/259/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=259&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/24/cdr/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>16</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ฮาเร็ม</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/17/harem/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/17/harem/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Mar 2008 07:16:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/?p=258</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีค่ะ เสาร์อาทิตย์เดิมๆค่ะ เสาร์ทำงาน อาทิตย์อยู่โรงพยาบาล วงจรชีวิตเดิมๆ ศุกร์เสาร์ที่ผ่านมาก็ดีค่ะ ออกตรวจฮาเร็มทุกวัน ปกติต้อง
ไปฮาเร็มวันไหนเค้าจะแจ้งตารางออกมา แต่วันเสาร์ที่แล้ว ต้องไปตรวจฮาเร็มโดยมิได้นัดหมาย ฮากระจายค่ะ
อุตส่าห์ตื่นมาแต่งตัวแต่งหน้าแต่เช้า เผ้าผม เริ่ด บังเอิญไปได้ชุดลูกคุณหนูมาชุดนึง(แต่ญาติโยมบอกว่าเหมือนนางพญามากกว่ามาดลูกคุณหนู) เป็นชุดกระโปรงยาวเลยเข่านิดหน่อยมีขาว คอตั้งๆ แล้วมีที่คาดเอวเป็นผ้าสีดำลายญี่ปุ่นๆที่หอบหิ้วกันข้ามทะเลจีนใต้เข้าแหลมฉบังมาเพื่อทำหน้าที่เพิ่มความงามให้เจ้านายของมันโดยเฉพาะ ต่างหูห่วงใหญ่ๆ แน่นอนค่ะต้องส้นสูง และต้องเป็นส้นเข็มเท่านั้น ฮ่าๆๆ แต่งตัวไปคิดในใจดังๆบอกตัวเองว่า&#8230;..วันนี้เรตติ้งดีชัวร์ๆ &#8230;.ฟีดแบกชุดลูกคุณหนูของเรา เอาวะนานทีอยู่ออฟฟิศ ขอสวยสักวันเห๊อะ
 เข้าออฟฟิศ โอ้โห&#8230;.แซวตั้งแต่ยามไล่มาจนถึงออฟฟิศ กระชุ่มกระชวยอย่างแรง แต่เหมือนสวรรค์แกล้ง เจ้านายอีกคนโทรมาให้ตามไปที่ฮาเร็มด่วน ขอย้ำว่าด่วนจริงๆ แล้วบังเอิ๊ญรถพ่วงจอดติดกันเป็นแพ ถ้าเอารถยนต์ไปไม่ทันแน่ มอไซต์รับจ้างแถวนั้นไม่มี ถ้าจะไปต้องโทรให้เค้ามารับ ช้ากว่าเดิมอีก ตัดสินใจยืมจักรยานพี่ยามปั่นไปค่ะ เพราะว่าฮาเร็มไม่ไกลจากที่นี่มาก มือนึงจะหอบหมวกกันน๊อคขาวแล้วปั่นมือเดียวก็ไม่ไหว คาดว่าอาจมีแหกโค้ง ไหนจะกระเป๋าสะบายสุดหรู  &#8230;ดีหน่อยว่าเป็นจักรยานเวอร์ชั่นชอปเปอร์คุณป้า ถ้าเป็นเมาท์เท่นไบต์คงชะตาขาดของจริง
คิดสภาพละกันค่ะแต่งตัวสวยโคตร แต่ต้องใส่หมวกกันน๊อคปั่นจักรยานกลางแดดเปรี้ยงๆ รถที่จอดติดขอโทษ ไม่มีใครไม่มองค่ะ  แค่ปกเสื้อนางพญาลูกคุณหนูก็เด่นเป็นสง่ามากพอแล้ว ไหนจะหมวกกันน๊อคสีขาวอีก ปั่นจักรยานหน้าดำคร่ำเครียดไต่สะพาน ไม่ไหวค่ะไม่ไหวถึงขั้นต้องจอดเขวี้ยงรองเท้าส้นเข็มสุดฮายใส่ตะแกรงหน้ารถแล้วปั่น  ปั่นไปก็มีเสียงแซวเป็นระยะๆจากคนขับรถสิบล้อ ไม่ก็พวกพวกรถพ่วงเปิดไฟกระพริบใส่ &#8230;..ตีตลาดแตกจริงๆค่ะพี่น้อง
ไปถึงเจ้านายเห็นสภาพแล้วถึงกับส่ายหน้า แต่ไม่มีเวลาจิกกัดหรอกค่ะ ต้องเข้าประชุมเลยทั้งที่สภาพแบบนั้น ดีนะแต่งหน้าไม่ดีเครื่องสำอางไม่เละ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=258&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>สวัสดีค่ะ เสาร์อาทิตย์เดิมๆค่ะ เสาร์ทำงาน อาทิตย์อยู่โรงพยาบาล วงจรชีวิตเดิมๆ ศุกร์เสาร์ที่ผ่านมาก็ดีค่ะ ออกตรวจฮาเร็มทุกวัน ปกติต้อง</p>
<p>ไปฮาเร็มวันไหนเค้าจะแจ้งตารางออกมา แต่วันเสาร์ที่แล้ว ต้องไปตรวจฮาเร็มโดยมิได้นัดหมาย ฮากระจายค่ะ</p>
<p>อุตส่าห์ตื่นมาแต่งตัวแต่งหน้าแต่เช้า เผ้าผม เริ่ด บังเอิญไปได้ชุดลูกคุณหนูมาชุดนึง(แต่ญาติโยมบอกว่าเหมือนนางพญามากกว่ามาดลูกคุณหนู) เป็นชุดกระโปรงยาวเลยเข่านิดหน่อยมีขาว คอตั้งๆ แล้วมีที่คาดเอวเป็นผ้าสีดำลายญี่ปุ่นๆที่หอบหิ้วกันข้ามทะเลจีนใต้เข้าแหลมฉบังมาเพื่อทำหน้าที่เพิ่มความงามให้เจ้านายของมันโดยเฉพาะ ต่างหูห่วงใหญ่ๆ แน่นอนค่ะต้องส้นสูง และต้องเป็นส้นเข็มเท่านั้น ฮ่าๆๆ แต่งตัวไปคิดในใจดังๆบอกตัวเองว่า&#8230;..วันนี้เรตติ้งดีชัวร์ๆ &#8230;.ฟีดแบกชุดลูกคุณหนูของเรา เอาวะนานทีอยู่ออฟฟิศ ขอสวยสักวันเห๊อะ</p>
<p> เข้าออฟฟิศ โอ้โห&#8230;.แซวตั้งแต่ยามไล่มาจนถึงออฟฟิศ กระชุ่มกระชวยอย่างแรง แต่เหมือนสวรรค์แกล้ง เจ้านายอีกคนโทรมาให้ตามไปที่ฮาเร็มด่วน ขอย้ำว่าด่วนจริงๆ แล้วบังเอิ๊ญรถพ่วงจอดติดกันเป็นแพ ถ้าเอารถยนต์ไปไม่ทันแน่ มอไซต์รับจ้างแถวนั้นไม่มี ถ้าจะไปต้องโทรให้เค้ามารับ ช้ากว่าเดิมอีก ตัดสินใจยืมจักรยานพี่ยามปั่นไปค่ะ เพราะว่าฮาเร็มไม่ไกลจากที่นี่มาก มือนึงจะหอบหมวกกันน๊อคขาวแล้วปั่นมือเดียวก็ไม่ไหว คาดว่าอาจมีแหกโค้ง ไหนจะกระเป๋าสะบายสุดหรู  &#8230;ดีหน่อยว่าเป็นจักรยานเวอร์ชั่นชอปเปอร์คุณป้า ถ้าเป็นเมาท์เท่นไบต์คงชะตาขาดของจริง</p>
<p>คิดสภาพละกันค่ะแต่งตัวสวยโคตร แต่ต้องใส่หมวกกันน๊อคปั่นจักรยานกลางแดดเปรี้ยงๆ รถที่จอดติดขอโทษ ไม่มีใครไม่มองค่ะ  แค่ปกเสื้อนางพญาลูกคุณหนูก็เด่นเป็นสง่ามากพอแล้ว ไหนจะหมวกกันน๊อคสีขาวอีก ปั่นจักรยานหน้าดำคร่ำเครียดไต่สะพาน ไม่ไหวค่ะไม่ไหวถึงขั้นต้องจอดเขวี้ยงรองเท้าส้นเข็มสุดฮายใส่ตะแกรงหน้ารถแล้วปั่น  ปั่นไปก็มีเสียงแซวเป็นระยะๆจากคนขับรถสิบล้อ ไม่ก็พวกพวกรถพ่วงเปิดไฟกระพริบใส่ &#8230;..ตีตลาดแตกจริงๆค่ะพี่น้อง</p>
<p>ไปถึงเจ้านายเห็นสภาพแล้วถึงกับส่ายหน้า แต่ไม่มีเวลาจิกกัดหรอกค่ะ ต้องเข้าประชุมเลยทั้งที่สภาพแบบนั้น ดีนะแต่งหน้าไม่ดีเครื่องสำอางไม่เละ ไม่งั้นคงอนาถ &#8230;.เค้าต้องตรวจฮาเร็มกันเป็นปรกติกลางแดด ว่าตรงไหนงานถึงไหน ตรงไหนต้องแก้ เจ้านายถามว่าไปไหวมั๊ย แต่ถ้าไหวก็จะดีมากเพราะไม่มีคนช่วย &#8230;.มาซะขนาดนี้ไม่ไหวก็กระไรแล้วค่ะ เพื่อสปิริต &#8230;.แต่บังเอิ๊น เคราะซ้ำกรรมซัด คุณเจ้านายมีโทรศัพท์จากลูกค้าเรียกให้ไปหาด่วน เลยต้องเป็นกรรมของหนูฮาที่ต้องอยู่ตรวจฮาเร็มแทนเค้า แต่เจ้านายน่ารักค่ะ สงสัยกลัวลูกน้องจะเป็นลมแดด อยู่ดีๆเห็นรถเค้าวิ่งออกจากฮาเร็ม แล้วก็มีพี่ยามปั่นจักรยานมา พร้อมร่มคันนึง &#8230;..</p>
<p>พี่ยามบอกว่าคุณเจ้านายกลัวเป็นลมเลยให้มากางร่มให้ แถ่น แถ่น&#8230;.แน่นอนค่เจ้านายจัดมา ลูกน้องจัดให้&#8230;.หนูฮาปั่นจักรยาน โดยมีพี่ยามซ้อนข้างหลังกางร่มให้  ก็จักรยานคุณป้าคันเดิมอ่าแหละค่ะ ตอนแรกจะให้พี่ยามปั่นแล้วตัวเองกางร่มก็กลัวจะตรวจงานไม่ถนัด จะไปคนเดียวปั่นคนเดียวก็กลัวจะแถลงข้างทาง ถนนขรุขระเกิน ปั่นไปดีไม่ดีตะปูทิ่มดอกยาง ทางที่ดี วิน วินกันสองฝ่าย ไปกับพี่ยามนี่ล่ะค่ะ แต่หมวกกันน็อคสีขาวคู่ใจไม่เคยถอดค่ะ เค้าห้ามถอดเพราะกลัวตะปูหรือเศษเหล็กหล่นกระแทกหัวเถิกของหนูฮา   จากชุดลูกคุณหนูนางพญา ตอนนี้แปลงร่างเป็นแรงงานพม่าค่ะ ปกเสื้อนางพญาตั้งเด่นเป็นสง่าชักไม่ไหว เหงื่อแตกซิก ไหนจะต้อง คอยหลบตะปู ไหนต้องตรวจงานไปด้วย จอดไปด้วยบางครั้ง แรกๆก็กะไม่เอาร่มหรอกกลัวเค้าหาว่ากระแดะ เพราะไม่คล่องตัวด้วย แต่เห็นพี่วิศวะเค้ายังกางร่มหาผ้าไรพันหน้าพันตา เอาวะชายไทยใจปลาซิว เอ๊ย ชายไทยใจกล้าเค้ายังกางร่ม หนูฮาก็เอาบ้างละกัน &#8230;เห็นสภาพแล้วเหมือนออกรอบค่ะ มีคนคอยกลางร่ม ถ้าถือเหล็กสักเส้นคงเหมือนไปตีกอล์ฟจริงๆ &#8230;.รองเท้าส้นเข็มน้องฮาทำหน้าที่เกาะพื้นผิวสัมผัสได้ดีจริงๆค่ะ เดินไปส้นเข็มเสียบดินไป เป็นรูๆ ดีนะฝนไม่ตก ไม่งั้นคงส้นเข็มคงติดหล่ม ปั่นจักรยานสวีตกับพี่ยามไป โอ้โห&#8230;..พี่ๆคนงานแซวกระจาย มีทั้งภาษาไทย ภาษาอีสาน ภาษาพม่า ภาษาเขมร &#8230;สวยนานาชาติจริงๆค่ะ งงใช่มั๊ยว่าทำไมรู้ว่าเค้าแซวเป็นภาษาอะไร คือที่ทำงานเป็นฮาเร็มอินเตอร์น่ะค่ะ แรงงานต่างด้าวบึม แต่อย่าไปแจ้งตำรวจล่ะ แรงงานถูกกฏหมายค่ะ แต่พูดกันไม่รู้เรื่องเลย เวลาไปสั่งข่าวตามฮาเร็ม ส่วนใหญ่แม่ค้ามีเชื้อสายต่างชาติ สั่งผัดกระเพราได้ผัดถั่วลันเตามาแล้ว เอิ๋ก</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/liveinjapan.wordpress.com/258/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/liveinjapan.wordpress.com/258/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/258/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/258/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/258/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/258/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/258/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/258/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/258/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/258/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/258/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/258/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=258&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/17/harem/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>16</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เด็กสร้างบ้าน</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/13/hfgsd/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/13/hfgsd/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 13 Mar 2008 06:03:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/13/hfgsd/</guid>
		<description><![CDATA[หาเวลาประจวบเหมาะแวะมาอัพให้ไม่ได้เลยค่ะต้องขอโทษจริงๆ ไม่ได้หนีหายไปไหนนะจริงๆ คือตอนนี้ทำงานไปด้วยค่ะเลยกระดิกไม่ได้ จริงๆจะแวะอัพหลายรอบละ แต่บรรยากาศไม่เอื้ออำนวย เจ้านายจับมานั่งข้างๆอย่าว่าแต่จะอัพบลอกเลยค่ะ จะเช๊คเมลส่วนตัวยังเกร็งเลย กดดัน ฮ่าๆ
 หายไปเกือบจะสองเดือนมั๊งเนี่ย วันธรรมดาทำงานค่ะ ต้องทำงานแล้วค่ะ ที่บ้านเสด็จพ่อเสด็จแม่พิมพ์ธนบัตรเองไม่ได้ เสาร์อาทิตย์ก็พาพ่อไปหาหมออยู่กับพ่อที่โรงพยาบาลค่ะ
จริงๆแอบคิดในใจ &#8230;.ทำงานนี่ล่ะว๊า จะมีโอกาสเล่นเน็ตอัพบลอกเมาท์กับชาวบ้านเค้า แต่จริงๆไม่ใช่เลยค่ะ เดินทางตลอด 
จากที่อยู่ญี่เป็นรับบทเป็นอิสตรีชาวจับกัง ตอนนี้ไม่ค่ะไม่ เราไม่ใช่จับกังแล้ว แต่เป็นกรรมกรก่อสร้างแทน  เรียกให้หรูหน่อยก็เด็กสร้างบ้านค่ะ นี่แหละมันจะเข้าค่ายสำนวนไทยที่ว่า คบเด็กสร้างบ้านก็ตอนนี้ล่ะค่ะ &#8230;ฮึๆ 
จะเล่าให้ฟังแบบเวอร์ชั่นรวดเร็วละกัน ในที่ทำงานมีผู้หญิงอยู่กันสามคน พี่สองคนอายุรุ่นราวสี่สิบ &#8230;ตัวกลมๆ ฮ่าๆ มั่นใจมากว่าสวยสุดในออฟฟิศ โฮะๆๆ แต่ช้าก่อนพ่อแม่พี่น้อง เชื่อมั๊ยว่าวันวาเลนไทน์มีหนูฮาคนเดียวที่ไม่ได้ดอกไม้ นอกนั้นพี่ๆเค้าได้ดอกไม้หมดเลย มีคนเอามาเซอร์ไพรส์&#8230;จริงๆไม่ได้คิดอะไร แต่ในเมื่อเพื่อนร่วมงานช่วยกันกดดันก็เลยอยู่ในสภาวะกดดันตามไปด้วยเรื่องไม่ได้ดอกไม้ 
งานสบายๆค่ะ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ยังเอ๋อๆอ๋าๆ ที่มีเจ้านายคนญี่ปุ่นพร้อมกัน 8 คนในเวลาเดียวกัน ญาติโยมภูมิใจในตัวหนูฮามาก ที่วันๆเจ้านายทั้งแปดคนต้องเปิดศึกช่วงชิงนาง ถึงขั้นมีการจองคิวเรียกตัวไปใช้งาน ตอนนี้อย่าว่าแต่กระพือปีกเลยค่ะ เติมอีกสิบปีกก็ทำงานไม่ทัน 8 ต่อหนึ่ง ซึ้งจริงๆค่ะ ลักษณะงานง่ายๆค่ะ วิศวะกรโยธาเค้าทำงานยังไง หนูฮาก็ทำงานร่วมกับเค้าแหละค่ะ เค้าจะตอกเสาเข็ม ขุดดิน ติดเสาไฟฟ้า ทาสี ปูกระเบื้อง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=257&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>หาเวลาประจวบเหมาะแวะมาอัพให้ไม่ได้เลยค่ะต้องขอโทษจริงๆ ไม่ได้หนีหายไปไหนนะจริงๆ คือตอนนี้ทำงานไปด้วยค่ะเลยกระดิกไม่ได้ จริงๆจะแวะอัพหลายรอบละ แต่บรรยากาศไม่เอื้ออำนวย เจ้านายจับมานั่งข้างๆอย่าว่าแต่จะอัพบลอกเลยค่ะ จะเช๊คเมลส่วนตัวยังเกร็งเลย กดดัน ฮ่าๆ</p>
<p> หายไปเกือบจะสองเดือนมั๊งเนี่ย วันธรรมดาทำงานค่ะ ต้องทำงานแล้วค่ะ ที่บ้านเสด็จพ่อเสด็จแม่พิมพ์ธนบัตรเองไม่ได้ เสาร์อาทิตย์ก็พาพ่อไปหาหมออยู่กับพ่อที่โรงพยาบาลค่ะ</p>
<p>จริงๆแอบคิดในใจ &#8230;.ทำงานนี่ล่ะว๊า จะมีโอกาสเล่นเน็ตอัพบลอกเมาท์กับชาวบ้านเค้า แต่จริงๆไม่ใช่เลยค่ะ เดินทางตลอด </p>
<p>จากที่อยู่ญี่เป็นรับบทเป็นอิสตรีชาวจับกัง ตอนนี้ไม่ค่ะไม่ เราไม่ใช่จับกังแล้ว แต่เป็นกรรมกรก่อสร้างแทน  เรียกให้หรูหน่อยก็เด็กสร้างบ้านค่ะ นี่แหละมันจะเข้าค่ายสำนวนไทยที่ว่า คบเด็กสร้างบ้านก็ตอนนี้ล่ะค่ะ &#8230;ฮึๆ </p>
<p>จะเล่าให้ฟังแบบเวอร์ชั่นรวดเร็วละกัน ในที่ทำงานมีผู้หญิงอยู่กันสามคน พี่สองคนอายุรุ่นราวสี่สิบ &#8230;ตัวกลมๆ ฮ่าๆ มั่นใจมากว่าสวยสุดในออฟฟิศ โฮะๆๆ แต่ช้าก่อนพ่อแม่พี่น้อง เชื่อมั๊ยว่าวันวาเลนไทน์มีหนูฮาคนเดียวที่ไม่ได้ดอกไม้ นอกนั้นพี่ๆเค้าได้ดอกไม้หมดเลย มีคนเอามาเซอร์ไพรส์&#8230;จริงๆไม่ได้คิดอะไร แต่ในเมื่อเพื่อนร่วมงานช่วยกันกดดันก็เลยอยู่ในสภาวะกดดันตามไปด้วยเรื่องไม่ได้ดอกไม้ </p>
<p>งานสบายๆค่ะ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ยังเอ๋อๆอ๋าๆ ที่มีเจ้านายคนญี่ปุ่นพร้อมกัน 8 คนในเวลาเดียวกัน ญาติโยมภูมิใจในตัวหนูฮามาก ที่วันๆเจ้านายทั้งแปดคนต้องเปิดศึกช่วงชิงนาง ถึงขั้นมีการจองคิวเรียกตัวไปใช้งาน ตอนนี้อย่าว่าแต่กระพือปีกเลยค่ะ เติมอีกสิบปีกก็ทำงานไม่ทัน 8 ต่อหนึ่ง ซึ้งจริงๆค่ะ ลักษณะงานง่ายๆค่ะ วิศวะกรโยธาเค้าทำงานยังไง หนูฮาก็ทำงานร่วมกับเค้าแหละค่ะ เค้าจะตอกเสาเข็ม ขุดดิน ติดเสาไฟฟ้า ทาสี ปูกระเบื้อง &#8230;.ก็ตามเค้าไปน่ะแหละค่ะ เค้าปีนหลังคาก็ต้องตามเค้าไป วันๆไม่ทำไรมีหน้าที่ตะเวนไปตามที่ๆเค้าก่อสร้าง ใส่หมวกกันน๊อคสีขาวตลอดเวลา นั่งทำหน้าปั้นจิ้มปั้นเจ๋อตามฮาเร็ม (จริงๆมันไม่ใช่ฮาเร็มหรอกเรียกให้หรูเฉยๆ ตู้คอนเทนเนอร์ติดแอร์ ไม่ก็นั่งร้านโครงเหล็ก เอาผ้าใบคลุม นั่งได้ไม่เกินสี่คน ไม่งั้นก็ออฟฟิศเอาท์ดอร์&#8230;.นั่งทำงานเหมือนกรรมการวอลเล่บอลชายหาด กางร่มอันใหญ่ๆ แล้วนั่งบนที่นั่งอันเล็กๆที่เค้าเอาไว้นั่งตอนล้างจาน แล้วก็หอบโน๊ตบุ๊คพิมงานต๊อกๆแต๊กๆใต้ร่มกรรมการวอลเลย์บอลเหงื่อแตกซิกๆน่ะแหละค่ะ&#8230;&#8230;.โดยรวมก็โอเคค่ะ แม้ต้องเดินทางตะเวนออกต่างจังหวัดตลอด กรำแดด คลุกดินคลุกฝุ่น แต่ก็ดีตรงที่บอกว่ารู้จักคนเยอะขึ้น หลากหลายอาชีพ แม้จะเหนื่อยหน่อยต้องกลับบ้านดึกบางที ต้องปรับตัวให้ลุยๆแมนๆ แต่มองอีกแง่ก็ดีค่ะ ฝึกความอดทน &#8230;&#8230;จากที่แต่ก่อนกินข้าวช้าเพราะอยู่แต่กับผู้หญิง แต่ตอนนี้ทำงานเป็นผู้หญิงคนเดียวในฝูงชาย ก็ต้องปรับตัวค่ะ กินข้าวไม่ถึงสิบนาที &#8230;.งานนี้วีรกรรมทำเพื่อเงินค่ะ ฮ่าๆๆ</p>
<p>ส่วนเรื่องพ่อ&#8230;อาการขึ้นๆลงๆค่ะ บางทีสองสามวันก็ต้องเข้าโรงพยาบาลไปเปลี่ยนเลือดเพราะว่าเลือดออกจากช่องท้องแล้วหมดสติ ก็เปลี่ยนเวรเฝ้ากับพี่สาวแล้วก็แม่ เสาร์อาทิตย์ก็ขับรถไปอยู่กับพ่อที่โรงพยาบาล จันทร์ถึงศุกร์ทำงาน อาทิตย์ที่แล้วเหนื่อยไม่ไหว&#8230;เดินทางตลอดแล้วพักผ่อนน้อย ต้องเข้าโรงพยาบาลไปวันสองวัน แต่ตอนนี้โอแคแล้วค่ะ สภาพเต็มร้อย ยังไหวอยู่ แต่จริงๆแค่นี้จะบอกว่าเหนื่อยหรือไม่ไหวก็ไม่ได้เนอะ เพราะพ่อกับแม่เค้าเหนื่อยเหมือนเราแบบนี้แต่ระยะยาวกว่านี้ เค้ายังไม่บ่นเลย เดี๋ยวต้องขอตัวกลับไปทำงานแล้วค่ะ ถ้ายังไงจะหาเวลาแว่บมาเมาท์อีกนะคะ มีเรื่องเมาท์เยอะจนเรียงไม่ถูก เอาเป็นว่าถ้าเห็นหายไปก็เข้าใจตรงกันนะคะ ว่าไปอยู่ฮาเร็มไม่ก็อยู่กับคุณพ่อที่โรงพยาบาล&#8230;.อากาศตอนนี้เปลี่ยนแปลงบ่อยยังไงรักษาสุขภาพด้วยนะคะ เป็นห่วงแล้วก็คิดถึงทุกคนค่ะ &#8230;.</p>
<p>ป.ล. ถ้าอ่านแล้วงงๆขอโทษด้วยนะคะ ตอนนี้รู้สึกภาษาไทยตัวเองงงๆมาก วันๆแทบไม่ได้ใช้ภาษาไทยเลย แล้วคนญี่ปุ่นที่นี่..ภาษาไทยเค้างงๆมาก กลายเป็นว่าอยู่ด้วยมากๆเริ่มติดภาษาไทยงงๆมาจากเค้าแล้วเนี่ยแหละค่ะ</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/liveinjapan.wordpress.com/257/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/liveinjapan.wordpress.com/257/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/257/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/257/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/257/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/257/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/257/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/257/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/257/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/257/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/257/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/257/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=257&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/03/13/hfgsd/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ขอบคุณ</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/02/02/thegang/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/02/02/thegang/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 02 Feb 2008 03:29:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/?p=254</guid>
		<description><![CDATA[กำลังจะปิดคอมไป เพราะทำงานด่วนเพิ่งเสร็จ เพลียมากไม่ได้นอน ไม่สบายหนัก&#8230;.แต่แอบเหลือบมาเห็นข้อความที่ทุกคนแวะเวียนมาให้กำลังใจแล้วปิดคอมไม่ลง น้ำตาซึม&#8230;..ไม่รู้จะพูดยังไงจริงๆค่ะ นอกจากคำว่าขอบคุณจากใจจริงๆ อบอุ่นใจเหมือนมีเพื่อนมีที่พึ่งเสมอ&#8230;.
แต่ก่อนเป็นตัวเอนเตอร์เทนท์ประจำบลอก จนได้ฉายา หนูฮา&#8230;.แต่ตอนนี้เหมือนมีแต่หอบหิ้วปัญหาและภาระมาระบาย งานเขียนเขียนไว้แปดล้านเรื่องแต่ไม่จบสักเรื่อง&#8230;.อนาถจริงๆ เจ้าของบลอกไม่มีจรรยาบรรณขนาดนี้ แต่พี่ๆน้องๆทุกคนยังแวะเวียนมาไม่ขาดสาย หวังว่าวันนึงข้างหน้าได้พบกัน&#8230;หนูฮาคงมีโอกาสได้ทำอะไรดีๆตอบแทนบ้าง&#8230; 
สถานการณ์ตอนนี้&#8230;.กดดันพอสมควรค่ะ&#8230;ไม่รู้ว่าพ่อหรือลูกใครจะน๊อคไปก่อนกัน &#8230;จริงๆก็ไม่อยากใช้คำว่า&#8230;.เหนื่อย&#8230;.เพราะแค่นี้เทียบกับที่พ่อเค้าเหนื่อยเพื่อเรามาทั้งชีวิต มันเทียบไม่ได้เลย &#8230;&#8230;แต่มันเหนื่อยจริงๆค่ะตอนนี้ สุขภาพกายไม่เท่าไร แต่ความกดดันทางจิตใจ ค่อนข้างเหนื่อยพอสมควร &#8230;.อาจเป็นเพราะว่าทุกคนในบ้านยังปรับตัวไม่ได้กับการที่อยู่ดีๆพ่อป่วย เพิ่งรู้ว่าคนที่หมดสติไปเพียงแค่ไม่กี่นาทีมันเปลี่ยนชีวิตคนๆนึงขนาดนี้  พ่อกลายเป็นคนพูดช้ามาก ย้ำคิดย้ำทำ คุยด้วยเรื่องเดิมพูดเรื่องอื่นไปอีกสองประโยค เค้าจะวกกลับมาถามเรื่องเดิมอีก ขี้หงุดหงิด เอาแต่ใจ แต่ก็เข้าใจแหล่ะค่ะว่าเพราะยา อาการไม่มีอะไรดีขึ้นนอกจากกำลังใจเค้าดี ก็รักษาเท่าที่ทำได้ ต้องไปโรงพยาบาลเรื่อยๆ ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ เพราะอาการท่านข้ามขั้นมาที่จุดสุดท้ายเลย อาศัยดวงและกำลังใจล้วนๆ ถ้าเกิดความเครียดหรือไม่สบายใจ&#8230;..ก็จบ    เลยจำเป็นต้องระวังเรื่องจิตใจสุดๆ  แต่คนที่น่าห่วงที่สุดคงเป็นคุณแม่ &#8230;.ท่านเริ่มมีอาการซึมเศร้าเข้ามาแทรก&#8230;ท่านกลัวคุณพ่อจากไปแบบไม่ทันตั้งตัว แม่กลัวว่าถ้าพ่อป่วยหนักแล้วอยู่กับแม่สองคนแล้วกลัวจะช่วยพ่อไม่ทัน กลัวไปทุกสิ่งทุกอย่าง &#8230;.แม่ร้องไห้ นั่งเหม่อ นั่งกัดนิ้วมือตัวสั่น เหมือนเด็ก แล้วก็ร้องไห้กอดหนู&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..เห็นแล้วใจหายวาบ
ไม่รู้จะพูดยังไงดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกว่ามันผ่านมาเดือนกว่าแล้วทุกอย่างน่าจะเข้าที่เข้าทาง น่าจะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม แต่ความจริงแล้ว เราจะมานั่งกะเกณอะไรไม่ได้เลยว่า เฮ๊ยเดือนนึงสองเดือน สามเดือนทุกอย่างจะดีขึ้น บางทีสิ่งที่เราคาดหวังมันอาจเป็นไปตามที่เราคาดหวัง หรือบางทีโชคชะตาเล่นตลก&#8230;ทุกอย่างมันก็แค่แย่ลง&#8230;.เท่านั้นเอง  ได้แต่คิดอยู่อย่างเดียวว่ายังมีคนอีกมากมายที่เค้าเจอหนักกว่าเรา เค้ายังอยู่ได้ ของเรามันแค่ปัญหาทางจิตใจ การฟื้นฟูสภาพจิตใจของคนใกล้ตัว แต่คนอีกหลายล้านคนเค้ามีปัญหาเรื่องปากท้องว่าอีกสองชั่วโมงข้างหน้าเค้าจะอดตายมั๊ย ถ้าเค้ายังหาอาหารทานไม่ได้ แต่อย่างน้อยเราก็รู้ว่าเรายังมีอาหารทาน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=254&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>กำลังจะปิดคอมไป เพราะทำงานด่วนเพิ่งเสร็จ เพลียมากไม่ได้นอน ไม่สบายหนัก&#8230;.แต่แอบเหลือบมาเห็นข้อความที่ทุกคนแวะเวียนมาให้กำลังใจแล้วปิดคอมไม่ลง น้ำตาซึม&#8230;..ไม่รู้จะพูดยังไงจริงๆค่ะ นอกจากคำว่าขอบคุณจากใจจริงๆ อบอุ่นใจเหมือนมีเพื่อนมีที่พึ่งเสมอ&#8230;.</p>
<p>แต่ก่อนเป็นตัวเอนเตอร์เทนท์ประจำบลอก จนได้ฉายา หนูฮา&#8230;.แต่ตอนนี้เหมือนมีแต่หอบหิ้วปัญหาและภาระมาระบาย งานเขียนเขียนไว้แปดล้านเรื่องแต่ไม่จบสักเรื่อง&#8230;.อนาถจริงๆ เจ้าของบลอกไม่มีจรรยาบรรณขนาดนี้ แต่พี่ๆน้องๆทุกคนยังแวะเวียนมาไม่ขาดสาย หวังว่าวันนึงข้างหน้าได้พบกัน&#8230;หนูฮาคงมีโอกาสได้ทำอะไรดีๆตอบแทนบ้าง&#8230; </p>
<p>สถานการณ์ตอนนี้&#8230;.กดดันพอสมควรค่ะ&#8230;ไม่รู้ว่าพ่อหรือลูกใครจะน๊อคไปก่อนกัน &#8230;จริงๆก็ไม่อยากใช้คำว่า&#8230;.เหนื่อย&#8230;.เพราะแค่นี้เทียบกับที่พ่อเค้าเหนื่อยเพื่อเรามาทั้งชีวิต มันเทียบไม่ได้เลย &#8230;&#8230;แต่มันเหนื่อยจริงๆค่ะตอนนี้ สุขภาพกายไม่เท่าไร แต่ความกดดันทางจิตใจ ค่อนข้างเหนื่อยพอสมควร &#8230;.อาจเป็นเพราะว่าทุกคนในบ้านยังปรับตัวไม่ได้กับการที่อยู่ดีๆพ่อป่วย เพิ่งรู้ว่าคนที่หมดสติไปเพียงแค่ไม่กี่นาทีมันเปลี่ยนชีวิตคนๆนึงขนาดนี้  พ่อกลายเป็นคนพูดช้ามาก ย้ำคิดย้ำทำ คุยด้วยเรื่องเดิมพูดเรื่องอื่นไปอีกสองประโยค เค้าจะวกกลับมาถามเรื่องเดิมอีก ขี้หงุดหงิด เอาแต่ใจ แต่ก็เข้าใจแหล่ะค่ะว่าเพราะยา อาการไม่มีอะไรดีขึ้นนอกจากกำลังใจเค้าดี ก็รักษาเท่าที่ทำได้ ต้องไปโรงพยาบาลเรื่อยๆ ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ เพราะอาการท่านข้ามขั้นมาที่จุดสุดท้ายเลย อาศัยดวงและกำลังใจล้วนๆ ถ้าเกิดความเครียดหรือไม่สบายใจ&#8230;..ก็จบ    เลยจำเป็นต้องระวังเรื่องจิตใจสุดๆ  แต่คนที่น่าห่วงที่สุดคงเป็นคุณแม่ &#8230;.ท่านเริ่มมีอาการซึมเศร้าเข้ามาแทรก&#8230;ท่านกลัวคุณพ่อจากไปแบบไม่ทันตั้งตัว แม่กลัวว่าถ้าพ่อป่วยหนักแล้วอยู่กับแม่สองคนแล้วกลัวจะช่วยพ่อไม่ทัน กลัวไปทุกสิ่งทุกอย่าง &#8230;.แม่ร้องไห้ นั่งเหม่อ นั่งกัดนิ้วมือตัวสั่น เหมือนเด็ก แล้วก็ร้องไห้กอดหนู&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..เห็นแล้วใจหายวาบ</p>
<p>ไม่รู้จะพูดยังไงดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกว่ามันผ่านมาเดือนกว่าแล้วทุกอย่างน่าจะเข้าที่เข้าทาง น่าจะกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม แต่ความจริงแล้ว เราจะมานั่งกะเกณอะไรไม่ได้เลยว่า เฮ๊ยเดือนนึงสองเดือน สามเดือนทุกอย่างจะดีขึ้น บางทีสิ่งที่เราคาดหวังมันอาจเป็นไปตามที่เราคาดหวัง หรือบางทีโชคชะตาเล่นตลก&#8230;ทุกอย่างมันก็แค่แย่ลง&#8230;.เท่านั้นเอง  ได้แต่คิดอยู่อย่างเดียวว่ายังมีคนอีกมากมายที่เค้าเจอหนักกว่าเรา เค้ายังอยู่ได้ ของเรามันแค่ปัญหาทางจิตใจ การฟื้นฟูสภาพจิตใจของคนใกล้ตัว แต่คนอีกหลายล้านคนเค้ามีปัญหาเรื่องปากท้องว่าอีกสองชั่วโมงข้างหน้าเค้าจะอดตายมั๊ย ถ้าเค้ายังหาอาหารทานไม่ได้ แต่อย่างน้อยเราก็รู้ว่าเรายังมีอาหารทาน มีลมหายใจอยู่ต่อ ขอแค่ใจพร้อมที่จะแก้ปัญหา</p>
<p>เพื่อนหลายคนถามว่า ช่วงนี้ทำไมชีวิตเหมือนมนุษย์วัยเบญจเพศจัง เจอปัญหาทุกอย่าง ไม่ใช่แค่เรื่องคุณพ่อคุณแม่ไม่สบาย แต่เหมือนมันเป็นลูกโซ่ เป็นเอฟเฟคท์ต่อๆกันมา ดีหน่อยว่ายังไม่อับโชคเรื่องงาน &#8230;..จริงๆก็อยากอยู่ดูแลพ่อจนถึงที่สุดแหละค่ะ แต่มองดูแล้วว่า คงจะดูแลกันแบบนั้นได้ไม่นาน ยังมีภาระหน้าที่อื่นที่ต้องให้เงินเข้ามามีเอี่ยว ตัวพ่อเองท่านก็บอกว่าอยากให้ทำงาน ท่านบอกว่าอยากเห็นลูกมั่นคงเรื่องงานถึงจะสบายใจ ก็เลยต้องสืบทอดบัลลังก์เสาหลักของบ้านต่อจากพ่อโดยปริยายค่ะ ชีวิตเต็มเหนี่ยวมั่กๆทั้งงานประจำและฟรีแลนซ์ แล้วก็ดูแลที่บ้านไปด้วย&#8230;เวลาหายใจแทบไม่มี เร้าใจมากๆค่ะๆ แต่ไม่ต้องห่วงนะค่ะ แค่นี้จิ๊บๆแค่บางทีเหนื่อยบ้างท้อบ้างแล้วไม่รู้จะพูดกับใคร เพราะพูดไรแล้วเดี๋ยวครอบครัวไม่สบายใจ ก็ได้แต่เก็บเงียบ บางทีก็คิดเหมือนกันนะว่า เฮ๊ย&#8230;.เราอ่อนแอเกินไปป่าวหว่า แค่นี้เหนื่อย&#8230;แค่นี้ท้อ&#8230;&#8230;..แต่บางทีมันกดดันหลายอย่างรับภาระมาหลายอย่างมันก็ไม่ไหวรู้สึกเหนื่อยอยากอยู่นิ่งๆจริงๆค่ะ</p>
<p>เออใช่เรื่องหนังสือ&#8230;..ขอเคลียร์ชีวิตลงตัวก่อนนะคะ กำลังติดต่อกับสำนักพิมพ์อยู่บ้างแหละค่ะ แต่ยังไม่ได้โดดเข้ามาเต็มตัว อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยค่ะ เน็ตแทบไม่ได้เล่น ถ้าเล่นก็แว่บมาหานี่แหละค่ะ เวลานอนยังหาไม่ค่อยจะได้ ก็มีเสนอไปบ้างแต่เค้ายังเงียบอยู่&#8230;.สงสัยพอร์ตเรื่องยังเร้าใจไม่พอ เลยยังไม่มีใครเค้าต้องการ ฮือๆๆ&#8230;..ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพิมพ์เองวาดภาพประกอบเอง ขายเอง ซื้อเอง &#8230;.(เจ๊งเองด้วยมั๊ยนะ&#8230;.ปากเสียๆ ตบปากสามทีไล่ซวย)</p>
<p>มีข่าววงในแอบมากระซิบบอก&#8230;.เผื่อยังมีใครยังจำ จิม และเหล่าอิสตรีชาวจับกังได้&#8230;&#8230;รู้สึกว่าวันนี้ เดอะ แก๊ง จะบินกลับมา&#8230;..ถ้าใครผ่านไปสนามบินแล้วเห็นเด็กนักเรียนไทย หน้าตาบ้านๆ โชว์ความเป็นจับกังมาแต่ไกล หอบหิ้วเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ๆ เดินกันเป็นกลุ่มเอะอะเสียงดังลงเครื่องมา นั่นแหละค่ะ&#8230;..พวกมันกลับมากันแล้ว&#8230;.จำนวนประชากรไม่ขอคอนเฟริ์ม แต่เท่าที่คุยรู้สึกกลับมาแปดสิบเปอร์เซนต์ของจำนวนประชากร  ใบ้ให้อีกนิดก็ได้&#8230;ว่าไฟล์ทหลังเที่ยงเป็นต้นไป&#8230;</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/liveinjapan.wordpress.com/254/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/liveinjapan.wordpress.com/254/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/254/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/254/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/254/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/254/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/254/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/254/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/254/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/254/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/254/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/254/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=254&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/02/02/thegang/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>142</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สวัสดีปีใหม่(ที่หมดไปแล้ว)</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/01/18/gfl/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/01/18/gfl/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Jan 2008 13:11:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/2008/01/18/gfl/</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่ะ &#8230;ฮ่าๆๆ จนจะตรุษจีนเข้าไปแระเพิ่งมีเวลาแว่บเข้ามา ขอโทษจริงๆค่ะห่างหาย ยุ่งมากๆ
ไม่ได้ไปเที่ยวไหนหรอกค่ะ ภารกิจเยอะเหลือเกิน หลังๆนี่พ่วงท้ายสมัครงานเข้าไปด้วย ออกบ้านแต่เช้ากลับมาก็ดึกแล้ว สาหัสจริงๆค่ะ ตอนนี้คุณพ่อก็&#8230;.เหมือนจะดีขึ้น(มั๊ย)&#8230; แต่ก่อนพ่อจะคิดว่าตัวเองจะหายแน่ๆ ทำไงก็หาย ไม่ได้เป็นไรเลย&#8230;พ่อไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วย เหมือนยอมรับความจริงแค่ด้านเดียวว่าตัวเองป่วย แต่ไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วยในสิ่งที่มันไม่หาย เพราะคุณหมอไม่ยอมบอกพ่อว่าอาการเค้าเป็นหนักแค่ไหน แต่ไปหาหมอรอบที่แล้วหมอตัดสินใจบอกตรงๆว่าอาการเป็นไง &#8230;&#8230;.พ่อก็ช๊อคไป&#8230;. ต้องมาฟื้นฟูสภาพจิตใจกันแหละค่ะช่วงนี้ แต่ดีหน่อยว่าเป็นคนไข้ค่อนข้างมีวินัย บอกให้ทานอะไรก็ทาน ให้ทำอะไรก็ทำ แค่ต้องให้กำลังใจแล้วทำให้เค้ายอมรับความจริงให้ได้ &#8230;จะว่าไปก็เข้าใจท่านเหมือนกัน อยู่ดีๆจะให้ยอมรับความจริงทั้งหมดว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน มันก็ทำใจลำบาก แต่ถ้าไม่เข้มแข็งแล้วยอมรับความจริงทั้งด้านบวกด้านลบ มันก็จะทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่ลงไป ไม่มีอะไรในโลกนี้จะสุขเท่ากับการยอมรับและพึงพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ตรงหน้า ตอนนี้หนูฮาเลยรับบทเหมือนเป็นกาวใจให้สมาชิกในครอบครัว คอยให้กำลังใจแล้วก็ฟื้นฟูสภาพจิตใจ  ไม่รู้ว่าไอ้ที่ตัวเองมันถูกมั๊ย แต่คิดว่าอย่าไปมองข้างหน้าให้มากมาย อย่าไปคิดว่าเค้าจะอยู่กับเราอีกกี่วัน ไม่ต้องไปนั่งนับถอยหลัง ไม่ต้องไปคิดว่าจะหายขาดมั๊ยหรือไม่หาย สู้อยู่ด้วยกันประคับประคองกันดูแลกันแต่ละวันให้ดีที่สุดจะดีกว่า การให้ความหวังมันก็ดีคือมีกำลังใจ แต่บางทีหวังมากไปก็ไม่กล้ารับความจริง&#8230;..เห็นหายไปไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูฮายังแฮปปี้ดีค่ะ หลังจากเพิ่งหนีออกจากบ้านไปเอายาโรคหัวใจมาใหม่ &#8230;ได้ทานยาแล้วสดชื่นค่ะสดชื่น ค่อยมีกำลังใจสู้รบปรบมือหน่อย ขาดยาไปพักนึง ใจสั่น เหนื่อยง่าย ขับรถแทบไม่ได้ค่ะ งงล่ะสิทำไมต้องหนี  ไม่อยากให้ที่บ้านรู้ค่ะ เดี๋ยวเค้าเป็นกังวล เหนื่อยแค่ไหน ไม่สบายยังไงก็ต้องยิ้มเรี่ยราดเข้าไว้เวลาเข้าบ้าน เพราะยังมีคนที่บ้านรอคอยรอยยิ้มให้กำลังใจจากเราอยู่ 
 อยากเมาท์เยอะแยะ โดนแทกซี่มอมยาด้วยค่ะแต่รอดมาได้ เดี๋ยวมาเล่าให้ฟัง แต่ต้องออกไปข้างนอกแล้วค่ะ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=253&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่ะ &#8230;ฮ่าๆๆ จนจะตรุษจีนเข้าไปแระเพิ่งมีเวลาแว่บเข้ามา ขอโทษจริงๆค่ะห่างหาย ยุ่งมากๆ</p>
<p>ไม่ได้ไปเที่ยวไหนหรอกค่ะ ภารกิจเยอะเหลือเกิน หลังๆนี่พ่วงท้ายสมัครงานเข้าไปด้วย ออกบ้านแต่เช้ากลับมาก็ดึกแล้ว สาหัสจริงๆค่ะ ตอนนี้คุณพ่อก็&#8230;.เหมือนจะดีขึ้น(มั๊ย)&#8230; แต่ก่อนพ่อจะคิดว่าตัวเองจะหายแน่ๆ ทำไงก็หาย ไม่ได้เป็นไรเลย&#8230;พ่อไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วย เหมือนยอมรับความจริงแค่ด้านเดียวว่าตัวเองป่วย แต่ไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วยในสิ่งที่มันไม่หาย เพราะคุณหมอไม่ยอมบอกพ่อว่าอาการเค้าเป็นหนักแค่ไหน แต่ไปหาหมอรอบที่แล้วหมอตัดสินใจบอกตรงๆว่าอาการเป็นไง &#8230;&#8230;.พ่อก็ช๊อคไป&#8230;. ต้องมาฟื้นฟูสภาพจิตใจกันแหละค่ะช่วงนี้ แต่ดีหน่อยว่าเป็นคนไข้ค่อนข้างมีวินัย บอกให้ทานอะไรก็ทาน ให้ทำอะไรก็ทำ แค่ต้องให้กำลังใจแล้วทำให้เค้ายอมรับความจริงให้ได้ &#8230;จะว่าไปก็เข้าใจท่านเหมือนกัน อยู่ดีๆจะให้ยอมรับความจริงทั้งหมดว่าตัวเองมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน มันก็ทำใจลำบาก แต่ถ้าไม่เข้มแข็งแล้วยอมรับความจริงทั้งด้านบวกด้านลบ มันก็จะทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่ลงไป ไม่มีอะไรในโลกนี้จะสุขเท่ากับการยอมรับและพึงพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ตรงหน้า ตอนนี้หนูฮาเลยรับบทเหมือนเป็นกาวใจให้สมาชิกในครอบครัว คอยให้กำลังใจแล้วก็ฟื้นฟูสภาพจิตใจ  ไม่รู้ว่าไอ้ที่ตัวเองมันถูกมั๊ย แต่คิดว่าอย่าไปมองข้างหน้าให้มากมาย อย่าไปคิดว่าเค้าจะอยู่กับเราอีกกี่วัน ไม่ต้องไปนั่งนับถอยหลัง ไม่ต้องไปคิดว่าจะหายขาดมั๊ยหรือไม่หาย สู้อยู่ด้วยกันประคับประคองกันดูแลกันแต่ละวันให้ดีที่สุดจะดีกว่า การให้ความหวังมันก็ดีคือมีกำลังใจ แต่บางทีหวังมากไปก็ไม่กล้ารับความจริง&#8230;..เห็นหายไปไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ หนูฮายังแฮปปี้ดีค่ะ หลังจากเพิ่งหนีออกจากบ้านไปเอายาโรคหัวใจมาใหม่ &#8230;ได้ทานยาแล้วสดชื่นค่ะสดชื่น ค่อยมีกำลังใจสู้รบปรบมือหน่อย ขาดยาไปพักนึง ใจสั่น เหนื่อยง่าย ขับรถแทบไม่ได้ค่ะ งงล่ะสิทำไมต้องหนี  ไม่อยากให้ที่บ้านรู้ค่ะ เดี๋ยวเค้าเป็นกังวล เหนื่อยแค่ไหน ไม่สบายยังไงก็ต้องยิ้มเรี่ยราดเข้าไว้เวลาเข้าบ้าน เพราะยังมีคนที่บ้านรอคอยรอยยิ้มให้กำลังใจจากเราอยู่ </p>
<p> อยากเมาท์เยอะแยะ โดนแทกซี่มอมยาด้วยค่ะแต่รอดมาได้ เดี๋ยวมาเล่าให้ฟัง แต่ต้องออกไปข้างนอกแล้วค่ะ โดนเรียกละ เดี๋ยวแวะมาเมาท์ๆ ยังไงปีใหม่ก็ขอให้โชคดี มีความสุขทุกคนนะคะ เดี๋ยวแวะมาค่ะ ขอแปะติดไว้ก่อน</p>
<img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/categories/liveinjapan.wordpress.com/253/" /> <img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/tags/liveinjapan.wordpress.com/253/" /> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/liveinjapan.wordpress.com/253/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/liveinjapan.wordpress.com/253/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/liveinjapan.wordpress.com/253/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/liveinjapan.wordpress.com/253/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/liveinjapan.wordpress.com/253/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/liveinjapan.wordpress.com/253/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/liveinjapan.wordpress.com/253/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/liveinjapan.wordpress.com/253/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/liveinjapan.wordpress.com/253/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/liveinjapan.wordpress.com/253/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=253&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://liveinjapan.wordpress.com/2008/01/18/gfl/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>45</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/3bba50b729917966d3ad276a83f6d78c?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">เรื่องฮาผ่านจอ</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ของขวัญเนื่องในวันปัจจุบัน</title>
		<link>http://liveinjapan.wordpress.com/2007/12/24/fdsgk/</link>
		<comments>http://liveinjapan.wordpress.com/2007/12/24/fdsgk/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Dec 2007 14:48:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>เรื่องฮาผ่านจอ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://liveinjapan.wordpress.com/2007/12/24/fdsgk/</guid>
		<description><![CDATA[หากใครหลายคนถามถึงของขวัญวันปีใหม่หรือคริสมาสถ้าเป็นผู้หญิงก็คงอยากได้เครื่องสำอาง ตุ๊กตาหมี ชอคโกแลต จะผิดมั๊ยถ้าหากฉันไม่ขอสิ่งเหล่านั้นเนื่องในโอกาสพิเศษเช่นนั้นเฉกเช่นเด็กผู้หญิงทั่วไป จะผิดมั๊ยหากฉันจะขอของขวัญเนื่องในปัจจุบันวันนี้วินาทีนี้ว่า &#8230;.ขอให้พ่อมีชีวิตอยู่อีกสักนาทีเถิด&#8230;. วันอังคารก่อน พ่อโทรมาบอกว่าเหมือนจะเป็นไข้ เพราะฉีดยารักษาตับไป แต่พ่อบอกว่าไม่ต้องคิดอะไรมากเพราะว่าผลข้างเคียงฉีดยารักษาตับเป็นแบบนี้อยู่แล้ว &#8230;..พ่อยังบอกให้โทรหาแม่ด้วยเพราะแม่ไม่อยู่บ้านไปเยี่ยมคุณยาย &#8230;..และยังบอกให้ดูแลตัวเองให้ดีเพราะอากาศเปลี่ยนกลัวจะเป็นไข้หวัดใหญ่อีก&#8230;&#8230;. เย็นวันนั้นแม่โทรมาบอกว่าพ่อต้องส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลด่วนเพราะว่าไข้ขึ้นสูงเป็นตะคริว แต่ไม่ต้องห่วงตอนนี้อยู่กับคุณหมอแล้วแล้วแม่ก็วางสายไป ทั้งที่ยังได้ยินเสียงหมอเสียงพยาบาลเพื่อเป็นการยืนยันคำพูดของแม่ว่าอยู่กับหมอจริงๆ&#8230;&#8230;&#8230;&#8230; รู้สึกว่าคืนนั้นจะข่มตานอนลำบากมาก เป็นห่วงพ่อตะหงิดๆเพราะว่าช่วงหกเดือนนี้เป็นช่วงที่พ่อต้องรักษาตับโดยการฉีดยาทุกสัปดาห์ ซึ่งห้ามมีอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจเป็นอันขาด เพราะไม่งั้นการรักษาจะไม่เป็นผล มันเป็นความรู้สึกบอกไม่ถูกรู้สึกเป็นห่วงพ่อยังไงก็ไม่รู้ อาจจะเพราะเข้าใจความรู้สึกของคนป่วยก็เป็นได้ &#8230;.. อีกครั้งที่แม่ยังโทรมาบอกว่าอาการพ่อหายจากเป็นตะคริวแล้วแต่มีอาการท้องเสียแทรกเข้ามา คงไม่เป็นอะไรมากหรอก &#8230;..แล้วแม่ก็บอกให้รีบนอนซะเดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะโทรมาหา จำได้แค่ว่านอนตาค้างไปสักพักแล้วก็ผลอยหลับไป  สายๆของวันพุธ พ่อโทรมาหาแล้วบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะแค่ท้องเสียเฉยๆ ให้ตั้งใจทำงาน &#8230;.รู้สึกพ่อจะพูดอะไรต่อแต่กลายเป็นเสียงแม่แทน &#8230;&#8230;ค่อยยังชั่วที่พ่อยังโอเค อย่างน้อยก็ยังคุยกับเราได้ ตั้งใจไว้แล้วว่าเย็นวันศุกร์กลับบ้านไปหาพ่อ &#8230;&#8230;. รู้สึกโล่งอกได้ไม่กี่ชั่วโมง ดึกของวันพุธแม่โทรมาบอกว่าพ่อถ่ายเป็นเลือดแล้วก็มีไข้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มาเยี่ยมพ่อเร็วๆ ฟังแล้วรู้สึกเครียด จนถึงขั้นน้ำตาไหล กลัวพ่อจะเป็นอะไรไป เพราะวันอาทิตย์นี้แล้วที่พ่อต้องกลับไปรักษาอาการของตับ แล้วถ้ามีโรคแทรกแบบนี้จะมีผลกระทบต่อการรักษาตับแน่นอน เครียดนอนไม่หลับคิดมากไปล้านแปดจินตนาการไปไกลมาก ตัดสินใจโทรหาพ่อ พ่อเสียงเบามากๆจับได้แค่ว่าอย่าลางานให้มากนักเดี๋ยวมันไม่ดี ไม่ต้องห่วงพ่อ &#8230;..ฟังเท่านั้นร้องไห้เลย รู้สึกตัวเองอ่อนแอมากร้องไห้ฟูมฟายบอกพ่อแค่ว่าอย่าเป็นอะไรนะหนูเป็นห่วง แม่ก็บอกว่าพ่อไม่เป็นอะไรมากหรอกสบายๆไปนอนซะ แล้วค่อยมาเยี่ยมพ่อตอนเคลียร์งานเสร็จ สรุปได้นอนแค่ชั่วโมงเดียวเพราะตาค้างคิดมากจนปวดหัว &#8230;.ตอนเช้าแม่โทรมาหาแต่เช้า&#8230;..เสียงแม่สั่นมากแล้วบอกว่า พ่ออาเจียนเป็นเลือดถ่ายเป็นเลือดด้วย &#8230;..ให้รีบเก็บของไปหาพี่แล้วขับรถกลับบ้านด่วนเลย&#8230;. หลังจากโทรจัดการธุระแล้วตระเตรียมการทุกอย่างเสร็จ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=liveinjapan.wordpress.com&blog=466905&post=252&subd=liveinjapan&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>หากใครหลายคนถามถึงของขวัญวันปีใหม่หรือคริสมาสถ้าเป็นผู้หญิงก็คงอยากได้เครื่องสำอาง ตุ๊กตาหมี ชอคโกแลต จะผิดมั๊ยถ้าหากฉันไม่ขอสิ่งเหล่านั้นเนื่องในโอกาสพิเศษเช่นนั้นเฉกเช่นเด็กผู้หญิงทั่วไป จะผิดมั๊ยหากฉันจะขอของขวัญเนื่องในปัจจุบันวันนี้วินาทีนี้ว่า &#8230;.ขอให้พ่อมีชีวิตอยู่อีกสักนาทีเถิด&#8230;. วันอังคารก่อน พ่อโทรมาบอกว่าเหมือนจะเป็นไข้ เพราะฉีดยารักษาตับไป แต่พ่อบอกว่าไม่ต้องคิดอะไรมากเพราะว่าผลข้างเคียงฉีดยารักษาตับเป็นแบบนี้อยู่แล้ว &#8230;..พ่อยังบอกให้โทรหาแม่ด้วยเพราะแม่ไม่อยู่บ้านไปเยี่ยมคุณยาย &#8230;..และยังบอกให้ดูแลตัวเองให้ดีเพราะอากาศเปลี่ยนกลัวจะเป็นไข้หวัดใหญ่อีก&#8230;&#8230;. เย็นวันนั้นแม่โทรมาบอกว่าพ่อต้องส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลด่วนเพราะว่าไข้ขึ้นสูงเป็นตะคริว แต่ไม่ต้องห่วงตอนนี้อยู่กับคุณหมอแล้วแล้วแม่ก็วางสายไป ทั้งที่ยังได้ยินเสียงหมอเสียงพยาบาลเพื่อเป็นการยืนยันคำพูดของแม่ว่าอยู่กับหมอจริงๆ&#8230;&#8230;&#8230;&#8230; รู้สึกว่าคืนนั้นจะข่มตานอนลำบากมาก เป็นห่วงพ่อตะหงิดๆเพราะว่าช่วงหกเดือนนี้เป็นช่วงที่พ่อต้องรักษาตับโดยการฉีดยาทุกสัปดาห์ ซึ่งห้ามมีอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจเป็นอันขาด เพราะไม่งั้นการรักษาจะไม่เป็นผล มันเป็นความรู้สึกบอกไม่ถูกรู้สึกเป็นห่วงพ่อยังไงก็ไม่รู้ อาจจะเพราะเข้าใจความรู้สึกของคนป่วยก็เป็นได้ &#8230;.. อีกครั้งที่แม่ยังโทรมาบอกว่าอาการพ่อหายจากเป็นตะคริวแล้วแต่มีอาการท้องเสียแทรกเข้ามา คงไม่เป็นอะไรมากหรอก &#8230;..แล้วแม่ก็บอกให้รีบนอนซะเดี๋ยวพรุ่งนี้แม่จะโทรมาหา จำได้แค่ว่านอนตาค้างไปสักพักแล้วก็ผลอยหลับไป  สายๆของวันพุธ พ่อโทรมาหาแล้วบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะแค่ท้องเสียเฉยๆ ให้ตั้งใจทำงาน &#8230;.รู้สึกพ่อจะพูดอะไรต่อแต่กลายเป็นเสียงแม่แทน &#8230;&#8230;ค่อยยังชั่วที่พ่อยังโอเค อย่างน้อยก็ยังคุยกับเราได้ ตั้งใจไว้แล้วว่าเย็นวันศุกร์กลับบ้านไปหาพ่อ &#8230;&#8230;. รู้สึกโล่งอกได้ไม่กี่ชั่วโมง ดึกของวันพุธแม่โทรมาบอกว่าพ่อถ่ายเป็นเลือดแล้วก็มีไข้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้มาเยี่ยมพ่อเร็วๆ ฟังแล้วรู้สึกเครียด จนถึงขั้นน้ำตาไหล กลัวพ่อจะเป็นอะไรไป เพราะวันอาทิตย์นี้แล้วที่พ่อต้องกลับไปรักษาอาการของตับ แล้วถ้ามีโรคแทรกแบบนี้จะมีผลกระทบต่อการรักษาตับแน่นอน เครียดนอนไม่หลับคิดมากไปล้านแปดจินตนาการไปไกลมาก ตัดสินใจโทรหาพ่อ พ่อเสียงเบามากๆจับได้แค่ว่าอย่าลางานให้มากนักเดี๋ยวมันไม่ดี ไม่ต้องห่วงพ่อ &#8230;..ฟังเท่านั้นร้องไห้เลย รู้สึกตัวเองอ่อนแอมากร้องไห้ฟูมฟายบอกพ่อแค่ว่าอย่าเป็นอะไรนะหนูเป็นห่วง แม่ก็บอกว่าพ่อไม่เป็นอะไรมากหรอกสบายๆไปนอนซะ แล้วค่อยมาเยี่ยมพ่อตอนเคลียร์งานเสร็จ สรุปได้นอนแค่ชั่วโมงเดียวเพราะตาค้างคิดมากจนปวดหัว &#8230;.ตอนเช้าแม่โทรมาหาแต่เช้า&#8230;..เสียงแม่สั่นมากแล้วบอกว่า พ่ออาเจียนเป็นเลือดถ่ายเป็นเลือดด้วย &#8230;..ให้รีบเก็บของไปหาพี่แล้วขับรถกลับบ้านด่วนเลย&#8230;. หลังจากโทรจัดการธุระแล้วตระเตรียมการทุกอย่างเสร็จ ยังไม่ทันได้เก็บสัมภาระดิบดี &#8230;.แม่ก็โทรมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีเสียงของแม่นอกจากเสียงร้องไห้ของแม่ &#8230;..แม่ตกใจมากพูดแต่คำว่าพ่อให้รีบมาหาพ่อเร็วๆลูก ..แล้วก็แม่ก็ร้องไห้เหมือนจะขาดใจ&#8230;&#8230;..วินาทีนั้นพี่มารับพอดีแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น &#8230;..จากสถานการณ์และน้ำเสียงของแม่แล้วกำลังจะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น&#8230;.แม่ก็ร้องไห้แล้วมีเสียงแทรกออกมาว่า&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.พ่อไปแล้วลูก&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;. วินาทีนั้นรู้สึกตัวเย็น แต่ก็ยังมีสติพอที่จะหันไปบอกพี่ที่ยืนรอคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้น&#8230;..เหตุการณ์งงๆมาก พี่สาวจะเป็นลมล้มพับจากสิ่งที่เพิ่งได้ยิน ในขณะที่เสียงแม่ในโทรศัพท์ก็ร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ &#8230;&#8230;..ตัวชาวาบ นี่เรากลับไปหาพ่อไม่ทันหรอ พ่อรออีกนิดเดียวไม่ได้หรอ ความรู้สึกเหมือนโดนก้อนหินทุบหัวไม่คิดว่าเค้าจะไปเร็วขนาดนี้แบบไม่ได้ตั้งหลัก&#8230;&#8230;.แต่มองอีกแง่ก็ดีเหมือนกันพ่อจะได้ไม่ทรมาน&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..ได้แต่บอกแม่ให้ตั้งสติอย่าตกใจกำลังจะไปหา อย่าร้องไห้ .แล้วหันไปประคองพี่สาวที่เซล้มไปเพราะรับกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้&#8230;&#8230; &#8230;ได้ยินเสียงแทรกเข้ามาในโทรศัพท์แม่ว่าคนไข้ฟื้นแล้ว&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.จับใจความได้ว่าป้ำหัวใจแล้วคืนกลับมาได้ &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;เอาวะโชคยังเป็นของเราบ้าง พ่อยังรอเราอยู่ จัดการบอกแม่ให้ดูแลพ่อแล้วตั้งสติให้ดี หนูกำลังจะไปหาเดี๋ยวนี้ ไปหาเร็วที่สุด ให้แม่โทรมารายงานอาการพ่อเป็นระยะๆ แล้วให้กำลังใจแม่ให้ใจเย็นๆ จากนั้นก็จัดการคว้าเสื้อผ้าชุดสองชุด แล้วจูงมือพี่สาวขึ้นรถขับกลับบ้าน&#8230;&#8230;ความรู้สึกตอนอยู่ในรถมันกดดันมาก เหมือนจะร้องไห้แต่ร้องไม่ออก ความรู้สึกมันเหมือนกับว่าอยากจะไปหาพ่อให้เร็วที่สุดหวังว่าเค้าคงยังทนรอเราได้เพราะตอนนี้รู้แล้วว่าอาการพ่อหนักมาก ทำได้อย่างเดียวแค่โทรไปให้กำลังใจแม่ตลอดให้แม่บอกพ่อว่าลูกๆกำลังจะไปหา ความรู้สึกมันทรมานจริงๆกับการเดินทางครั้งนี้ เมื่อไรจะถึงๆๆ รถจะติดอะไรกันวันนี้ ติดมันทุกที่ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ตัวอยู่ในรถแต่ใจมันลอยไปที่โรงพยาบาลแล้ว &#8230;&#8230;ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากสองพี่น้องที่ใจจดจ่อกับท้องถนนและปลายทางที่จะไป &#8230;&#8230;&#8230;จนกระทั่งถามพี่สาวว่าอยากแวะปั๊มเข้าห้องน้ำมั๊ย หรือจะดื่มน้ำมั๊ยเพราะน้ำในรถหมดแล้ว&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..แต่คำตอบเหมือนจะยิ่งบีบคั้นเสถานการณ์ให้ตึงเครียดขึ้นไปอีก&#8230;&#8230;&#8230;..ไม่อ่า ไม่เอา ไม่จอดที่ไหนทั้งนั้น พ่อรอเราอยู่ ต้องรีบไป &#8230;&#8230;..ได้แต่ปลอบใจกันเองสองพี่น้องว่าทำใจไว้บ้างต้องเข้มแข็งเพราะแม่ต้องการกำลังใจ&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;แม่โทรมารายงานเป็นระยะๆว่าอาการพ่อเป็นไงบ้าง ฟังๆแล้วเหมือนพ่อดีขึ้น แต่ไม่เชื่อหรอกรู้ว่าแม่พูดปลอบใจไปงั้นเพราะไม่อยากให้กังวลกลัวขับรภแล้วเกิดอุบัติเหตุ &#8230;&#8230;&#8230;พ่อจ๋ารอหนูด้วย&#8230;&#8230;&#8230;. ถึงโรงพยาบาล รถเครื่องน๊อค เครื่องดับแบบแน่นิ่งสนิท สตาร์ทยังไงก็ไม่ติด คงเพราะไม่ได้พักรถอีกทั้งเร่งเครื่องมาตลอดเลยเกิดอาการแฮงค์เอาตอนท้าย อีกทั้งยังจอดขวางทางชาวบ้านอยู่หน้าตึก ถ้าเป็นปกติคงหาทางเข็นรถออกไปจอดข้างทางตามนิสัยหน้าบางกลัวชาวบ้านด่า แต่ตอนนั้นไม่สนแล้ว เพราะเวลาทุกนาทีสำคัญมาก กลัวมากกลัวที่สุดที่พอไปถึงแล้วพอจะรอไม่ไหว &#8230;&#8230;. วิ่งไปหาพ่อตามทางที่แม่บอกไว้แต่พยาบาลบอกว่าเค้าย้ายพ่อไปอีกโรงพยาบาลแล้วเพราะพ่ออาการหนัก &#8230;&#8230;&#8230;..เอาล่ะสิรถก็เจ๊งบ๊ง พ่อก็ไปอีกโรงพยาบาล &#8230;&#8230;&#8230;.ตัดสินใจโทรติดต่อคุณแม่เพื่อนที่ทำงานที่โรงพยาบาลว่าพ่อเป็นไงบ้างอยู่ที่ไหน คุณแม่เพื่อนยอมรับว่าพ่ออาการหนักจริงแต่ยังไม่ได้ย้ายไปที่โรงพยาบาลประจำที่คุณพ่อรักษาตับ ยังอยู่ที่โรงพยาบาลเดิมแต่เปลี่ยนตึกเฉยๆเพื่อง่ายต่อการดูแลและเคลื่อนย้าย &#8230;&#8230;&#8230;. ไปถึงห้องที่พ่อรักษาตัวอยู่ เห็นคนยืนมุงเยอะมั่กๆ ใจเสียจริงๆ เมื่อเช้าก็รอบนึงละ หรือรอบนี้จะจริงเนี่ยว่าพ่อไปแล้วจริงๆ&#8230;..แต่ค่อยยังชั่ว พ่อยังไม่ได้ไปไหน คนเยอะเพราะเค้ามาเยี่ยมเฉยๆ &#8230;&#8230;.. เห็นสภาพพ่อแล้วบอกได้คำเดียวว่า&#8230;&#8230;&#8230;..ท่านอาการหนักมากแต่ท่านเข้มแข็ง&#8230;.เห็นแล้วรู้เลยว่าท่านคงเจ็บปวดแล้วทรมานกับสิ่งที่ท่านเผชิญอยู่ สายน้ำเกลือ สายวัดคลื่นหัวใจ สายอะไรเต็มไปหมด ตาบวม อีกทั้งยังต้องให้เลือดเพราะเสียเลือดมากๆ ไปถึงแล้วเห็นพ่อลืมตาขึ้นมาแล้วเอามือมาแตะมือตัวเองแล้วใจแป้ว&#8230;&#8230;&#8230;นี่พ่อป่วยมากขนาดนี้เลยหรอ ตอนนั้นหลายความรู้สึกมากในหัว &#8230;..เห็นสภาพพ่อแบบนั้นแล้วพูดได้คำเดียวว่าเสี่ยงมากว่าท่านจะจากไป &#8230;.ที่พ่อป่วยเราก็มีส่วนที่ทำให้ท่านเป็นแบบนี้ พ่อต้องทำงานหนักมากขึ้น ต้องเจออะไรหลายอย่าง ต้องเสียสละอะไรหลายอย่างเพื่อให้เราไปเรียนต่อไปเจออะไรดีๆมีอนาคตที่ดีที่เมืองนอก &#8230;.เพราะเราพ่อถึงต้องทำงานหนักถึงต้องป่วย&#8230;&#8230;&#8230;แต่เหมือนพ่อจะอ่านความคิดออกพ่อบีบมือแล้วพูดเบาๆส่ายหน้าไปมาว่า &#8230;.อย่าคิดมาก มันเป็นโรคประจำตัวพ่อ เพียงแค่ตรวจเจอตอนที่หนูไปอยู่ญี่ปุ่นแค่นั้นเอง&#8230;.พ่อไม่เป็นไรมากหรอก พ่อยังแข็งแรง หนูรักพ่อมากพ่อจำไว้&#8230;. คุณแม่เพื่อนและคุณหมอเรียกตัวออกไปคุยเป็นการส่วนตัว เกี่ยวกับอาการของพ่อ หมอบอกว่าพ่อมีเลือดออกจากช่องท้อง แล้วเสียเลือดมากต้องให้เลือดตลอดเวลา เพราะปกติพ่อมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำอยู่แล้ว จึงทำให้เวลาเกิดบาดแ ผลแล้วเลือดจะไหลไม่หยุด อาจต้องส่องกล้องตรวจดูว่าจะจัดการเย็บแผลในช่องท้องได้มั๊ย แต่ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้หรือแม้แต่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยเพราะว่าอาจตกเลือดได้ ช่วงวันนี้จะยังมีถ่ายเป็นเลือดแล้วก็อาเจียนเป็นเลือดอยู่บ้าง จนกว่าเลือดที่คั่งอยู่ในท้องจะหมดไป อาการนับว่าน่าเป็นห่วงเพราะว่าอาการของตับและไตเริ่มแสดงออกมาบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในเกณควบคุมได้ในระยะนี้ &#8230;..แต่ที่สำคัญที่สุดคือกำลังใจของคนป่วย ต้องพยายามสร้างบรรยากาศให้สดชื่น ร่าเริงเพื่อที่คนป่วยจะไม่วิตกกังวล&#8230;.. จริงอย่างที่หมอพูด ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่ากำลังใจของผู้ป่วย&#8230;&#8230;&#8230;. ค่ำวันนั้น ต้องอยู่ยามเฝ้าไข้พ่อ ต้องคอยเปลี่ยนผ้าอ้อม เช็ดตัวให้ตลอดเวลาเพราะตัวร้อนสูงมาก สรุปคือไม่ได้นอน จนกระทั่งเช้า แม้จะเหนื่อยมากเพราะไม่ได้พักแต่รู้สึกดีว่าอย่างน้อยก็ยังได้ทำอะไรเพื่อพ่อบ้าง ได้ปรนบัติพ่อในตอนที่พ่อป่วยตามที่หน้าที่ของลูกควรจะทำ พูดกันตามตรง แต่ก่อนเป็นเด็กหัวสูงมาก อะไรที่เกี่ยวกับ ปัสสาวะหรืออุจจาระ จะรู้สึกตะขิดตะขวางนิดหน่อย แต่ ณ วินาทีนั้น เห็นพ่อป่วยแล้วไม่มีความรู้สึกคุณหนูหัวสูงแบบนั้นแม้แต่น้อย รู้อยู่อย่างเดียวอย่างดูแลพ่อให้ดีที่สุด อยากให้เค้าสบายตัว เพราะรู้ว่าเป็นแบบนี้มันทรมานมาก เคยเป็นตอนอยู่ญี่ปุ่น ตอนแรกพ่อจะไม่ยอมให้ปรนบัติพ่อ เพราะพ่อกลัวลูกๆจะติดเชื้อจากท่าน แต่พวกเราไม่ได้นึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย เพราะยังไงนี่ก็พ่อตัวเอง อาการเจ็บไข้ได้ป่วย ปัสสาวะอุจจาระมันเรื่องธรรมดา พยาบาลเค้าไม่ได้เป็นญาติโยมอะไรกับพ่อเค้ายังทำได้ นี่ลูกของพ่อแท้ๆจะทำไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป  แล้วดูเหมือนพ่อจะมีความสุขมากๆที่ลูกๆมาคอยอยู่ใกล้ๆแล้วปรนบัติ เห็นแววตาแล้วรู้ว่าท่านมีความสุข ในขณะที่ต้องดูแลพ่อก็ต้องคอยดูแลแม่ไปด้วยเพราะแม่ช๊อคกับเหตุการณ์อะไรหลายอย่าง แม่บอกว่าพ่อหมดสติแล้วไม่หายใจตอนที่แม่กำลังเช็ดตัวให้ แม่เลยรู้สึกกลัวมาก เพราะตอนนั้นคิดว่าพ่อจากไปแล้วแน่ๆแต่โชคยังดีที่คุณหมอช่วยไว้ได้  แม้พ่อจะฟื้นกลับมาได้แต่บรรยากาศก็ยังไม่ได้น่าไว้วางใจนักเพราะเลือดยังไม่หยุดไหล อีกทั้งไข้สูงจนน่ากลัว แต่พ่อกำลังใจดี ยังบีบมือลูกๆ ได้ ยังพูดได้บ้าง จนกระทั่งพ่องีบหลับไป เลยฝากพ่อไว้กับญาติอีกคนขอตัวไปงีบสักชั่วโมงเพราะว่าไม่ได้พักมาทั้งคืนไม่ได้ทานอะไรเลย. แถมตอนกลางดึกเตียงข้างๆพ่อเค้าเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาตอนเดินไปทิ้งขยะให้พ่ออีกต่างหาก เกิดมาเพิ่งเคยเห็นคนหมดลมหายใจต่อหน้าต่อตาก็ตอนนี้แหละ หลอนจริงๆ &#8230;&#8230;.ล้มตัวลงนอนที่ระเบียงโรงพยาบาลได้ไม่ถึงสิบนาที มีคนมาเขย่าแขนให้ตื่นแล้วบอกว่าพ่อเป็นอะไรไม่รู้ตัวสั่นๆ &#8230;&#8230;.รู้ทันทีเลยว่าพ่อเป็นตะคริวแน่ๆ ไม่ต้องสงสัย วิ่งพรวดเดียวถึงเตียงพ่อ ใช่จริงๆด้วยพ่อเป็นตะคริว ตัวสั่น มือเย็น เท้าเย็น หน้าซีด . แม่กับพี่ตกใจมากที่พ่อเป็นแบบนี้รีบวิ่งไปตามหมอกับพยาบาล ทิ้งหนูอยู่กับญาติๆที่กำลังงงงวยและตกใจกับอาการของพ่อ &#8230;..หันไปมองมอนิเตอร์แล้วใจแป้ว ความดันพ่อขึ้นกระฉูดมากๆ ชีพจรแล้วก็อัตราการหายใจแปรปรวนมาก อีกทั้งพ่อกระสับกระส่ายมากๆ หมอก็ยังไม่มาถ้าปล่อยไว้แบบนี้แย่แน่ๆ ไม่หมดสติไปก่อนก็คงดึงสายเลือดสายน้ำเกลือทิ้งไปหมด ยุ่งแน่ๆ เลยบอกให้ญาติๆ ช่วยกันจับแขนขาพ่อไว้ แล้วให้ช่วยกันนวด ๆ ส่วนตัวเองวิ่งไปหาพยาบาลขอกระเป๋าน้ำร้อน ตอนนั้นรู้สึกโกรธพยาบาลมากๆที่เค้าไม่สนใจพ่อเลย ใจนึงก็เข้าใจว่าเค้างานยุ่งบอกให้เราปฐมพยาบาลคนไข้ไปก่อนเดี๋ยวเค้าจะวิ่งมาสมทบกับคุณหมอ เพราะเค้ามีอีกเตียงอาการแย่เหมือนกันแต่ไม่เข้าใจทำไมไปออกันที่เตียงนั้นหมดแล้วทิ้งนักศึกษาฝึกงานไว้ ซึ่งกว่าน้องเค้าจะค้นเจอว่าคนไข้มีอาการแบบนี้ต้องทำไง หนูฮาก็วิ่งไปหากระเป๋าน้ำร้อนมาประคบแล้วก็นวดมือนวดเท้าคนไข้เสร็จสรรพพร้อมทั้งหาผ้าห่มมาทับๆตัวคนไข้ให้ความอบอุ่นตามที่ตำราเค้าบอกเดะๆเรียบร้อยแล้ว &#8230;..ให้อภัยเห็นว่าเป็นเด็กฝึกงาน ยังดีหน่อยว่าเคยเป็นมาก่อนเลยปฐมพยาบาลได้บ้าง ถ้าเกิดไปบอกคนที่เค้าไม่รู้เรื่องให้ปฐมพยาบาลคนไข้รอระหว่างพยาบาลไม่อยู่แล้วเค้าทำไรไม่ได้หรือทำไม่ถูกวิธี คนไข้คงตาย เหอๆ หลังจากพ่อได้รับการปฐมพยาบาลนิดหน่อยหมอก็มาถึงแล้วเค้าก็บอกให้ญาติรอข้างนอก สัญชาติญาณรู้ได้ทันทีว่าพ่ออาการทรุดหนักแน่ๆ เพราะเมื่อกี๊เห็นชีพจรพ่อต่ำมาก ต่ำเหมือน&#8230;&#8230;..คนเมื่อคืนที่เค้ากำลังใกล้จะเสียชีวิต &#8230;&#8230;&#8230;..พอคิดได้แบบนี้แล้วก็ใจหายแต่ไม่ได้บอกใครว่าคิดอะไรอยู่ แม่กับพี่ร้องไห้เพราะตกใจที่จู่ๆเพราะก็กลับมาทรุดอีกทั้งที่ควรจะดีขึ้น สักพักหมอเรียกให้ไปเซนต์ชื่อยินยอมให้ทำการรักษาตามขั้นตอน &#8230;.. มองเข้าไปในห้องแล้วเห็นสภาพพ่อ&#8230;.ปวดใจมากๆ รู้สึกทุกอย่างมันห้าสิบห้าสิบ ทุกอย่างมันเร็วมาก  หมอวุ่นวายวิ่งกันให้วุ่น พยาบาลอีกล้านแปดที่ล้อมรอบเตียงพ่อ เห็นแล้วรู้อย่างเดียวว่าต้องทำใจ &#8230;.สักพักแม่เพื่อนกับคุณหมอออกมาคุยถึงอาการคุณพ่อ ท่านบอกว่า&#8230;&#8230;.อาการหนักมาก ต้องส่งเข้าไปอยู่ในไอซียู คนไข้ เสียเลือดมาก แล้วเลือดที่รับเข้าไปก็เป็นพิษ มีอาการของตับแข็ง การทำงานของไตผิดปกติ กรองของเสียไม่ได้ ทำให้มีน้ำในร่างกายเยอะเกินควร ส่งผลให้น้ำท่วมปอด ความดันสูงมากทำให้หลอดเลือดฝอยที่ตาแตก แล้วก็เส้นเลือดบางเส้นในกะเพราะอาหารแตก เกล็ดเลือดต่ำเลือดไหลไม่หยุด  มีภาวะหัวใจล้มเหลว &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;..ให้ญาติทำใจไว้  &#8230;&#8230;ฟังแล้วเหมือนหัวใจตัวเองจะหยุดเต้น ทำไมทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ทำไมมันประดังประเดมาหมดในเวลาเดียวกัน ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้กับตัวเอง เคยเห็นแค่ในละครที่เค้าบอกว่า ให้ญาติทำใจไว้หมอช่วยได้แค่นี้ แล้วบรรดาญาติๆก็ร้องไห้ บ้างเป็นลมบ้าง ตอนนี้เจอเองกับตัว&#8230;..แม่กับพี่สาวร้องไห้จนเป็นลม ญาติเดินมาตบไหล่แล้วร้องไห้กัน บ้าง บางคนหน้าตาซึมเศร้า&#8230;&#8230;เมื่อคืนเห็นญาติของเตียงข้างๆที่เค้าเสียชีวิตแล้วรู้สึกสงสารเค้า ญาติๆยืนกุมมือคนไข้สีหน้าแววตาเจ็บปวดที่รู้ว่าคนไข้กำลังจะจากไป ตั้งแต่วินาทีที่หมอบอกว่าหมอช่วยได้แค่นี้ที่เหลือขึ้นอยู่กับคนไข้ ลมหายใจคนไข้กำลังหมดไปทีละน้อยๆ เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของบรรดาญาติโยมดังเป็นระยะๆ สักพักคนไข้ก็แน่นิ่งไปจนกระทั่งเส้นชีพจรเป็นเส้นตรง&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;. นี่เราต้องเผชิญชะตากรรมแบบนั้นหรอ ร้องไห้โศกเศร้าเจ็บปวดกับการรอคอยการสูญเสียคนที่เรารักไป&#8230;&#8230;&#8230;.รู้ทั้งรู้ว่าเค้าจะต้องจากเราไป แต่ก็ต้องอยู่รอส่งเค้าจนวินาทีสุดท้าย&#8230;.จริงอย่างที่เค้าว่ากันไว้ ไม่มีอะไรทรมานเท่าการรอคอย&#8230;.ไม่มีอะไรทรมานที่สุดเท่ากับการรอคอยเวลาที่ไม่อยากรอ เวลาที่ต้องพลัดพรากจากคนที่เป็นที่รัก มองเห็นเค้าค่อยๆจากเราไป&#8230;&#8230;&#8230;.  &#8230;&#8230;&#8230;อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด &#8230;.. อย่าคาดหวังอะไรหรือจินตนาการสิ่งที่ยังไม่เกิดแม้เราจะรู้ทั้งรู้ๆว่ามันจะเกิดอะไร ทุกวินาทีมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ ขึ้นอยู่กับว่ามนุษย์เราพร้อมและยอมรับสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้หรือไม่ &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.. &#8230;&#8230;&#8230;..ถึงเวลาที่พ่อจำเป็นต้องจากเราไป นั่นก็จากไปแค่เพียงร่างกาย&#8230;..แต่พ่อจะไม่เคยจากไปจากใจของเรา &#8230;..ถ้าเรายึดติดกับร่างกายพ่อนั่นก็หมายความว่าถ้าร่างกายพ่อมอดม้วยไปความเป็นพ่อลูก ความผูกพันจบสิ้น แต่ถ้าเรายิดติดที่ใจ&#8230;.ต่อให้พ่อจากไปยังไงๆทุกสิ่งทุกอย่างของพ่อก็จะอยู่ในใจเรา&#8230;&#8230;..  รถเข็นพ่อออกมาจากห้อง พร้อมที่จะย้ายเข้าไอซียู มองเห็นสภาพพ่อแล้ว พูดอะไรไม่ออกจริงๆ&#8230;.หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้ ผู้ชายคนนี้ยังยิ้มยังบีบมือเราได้ เค้าแค่ป่วย หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้เค้ายังพาเราไปเที่ยว ไปเยี่ยมเราที่หอพักคอยรับส่งเราเป็นเจ้าหญิงน้อยๆของพ่อ แต่หนึ่งนาทีต่อจากนี้&#8230;&#8230;..ไม่รู้ว่าชีวิตผู้ชายคนนี้จะยังอยู่กับเราอยู่อีกมั๊ย&#8230;&#8230;&#8230; พ่อตาโบ๋มาก มีสายอะไรระโยงระยางไปหมด ไม่ได้สติ นอนหลับสนิทแต่น้ำตาไหลตลอด คงเพราะเจ็บ ไม่แปลกอะไรที่สายอะไรจะมากมายขนาดนี้ เพราะอาการของพ่อที่หมอบอกนั้นก็สมควรที่มันจะเป็น&#8230;&#8230;&#8230;วินาทีที่แม่เห็นพ่อจะเข้าไอซียู แม่ร้องไห้ปิ่มจะขาดใจ &#8230;..เห็นแล้วรู้สึกสะท้อนใจ กลัวการแต่งงานขึ้นมายังไงพิกล กลัวว่าวันนึงคนที่เรารักจะจากไปแล้วจะต้องร้องไห้ปิ่มจะขาดใจเหมือนอย่างที่แม่กำลังเป็น&#8230;&#8230;  ส่งพ่อที่ห้องไอซียูแล้ว&#8230;นั่งรอที่หน้าห้องไอซียู หมอเดินมาบอกว่าคนไข้อาการโคม่ามากๆ ต้องขึ้นกับสภาพจิตใจของคนไข้อย่างเดียวว่าจะทนไปได้นานแค่ไหน หมอไม่สามารถบอกอะไรได้เพราะอาการของพ่อต้องดูกันนาทีต่อนาที เพราะเค้าอาจจะทรุดลงไปตอนไหนก็ได้  บรรยากาศตอนนั้นตึงเครียดและโศกเศร้ามาก แม่และคุณลุงตัดสินใจไปคุยกันถึงเรื่องจัดงานให้พ่อ ว่าควรจะเตรียมๆไว้บ้างเผื่อเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมาจะได้ไม่ฉุกละหุก&#8230;&#8230;&#8230;..ความรู้สึกตอนนั้นเคว้งมาก&#8230;..มองไปทางไหนก็มีแต่คนโศกเศร้า นี่เราจะต้องกลับมางานศพจริงๆหรอ &#8230;&#8230;&#8230;ความรู้สึกมันเจ็บปวดมาก ที่เห็นพ่อนอนอยู่ในห้องไอซียูโดยที่ไม่รู้เลยว่าเค้าจะจากไปตอนไหน หมอบอกว่าโอกาสรอดน้อยมาก มันเหมือนกับว่า&#8230;.การที่มานั่งรอเฝ้าพ่อที่ไอซียูนี้มันไม่ใช่การนั่งรอให้คนไข้ฟื้นไข้แล้วพากลับบ้านไปพักฟื้น&#8230;..แต่มันเหมือนการที่เรามานั่งรอสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นโดยที่เรารู้คำตอบอยู่แล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพียงแต่ไม่รู้ว่ามันจะเกิดตอนไหน&#8230;&#8230;&#8230;.ความรู้สึกจากใจ&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.เรามารอส่งพ่อไปในที่ไกลแสนไกล  พยาบาลเรียกตัวให้เข้าไปเยี่ยมคนไข้ตอนกลางดึก พ่อลืมตาได้บ้าง แต่ตาบวมมา ตาไม่ใช่สีขาวดำ แต่กลายเป็นแดงดำ เพราะเส้นเลือดฝอยในตาที่แตก มีสายโยงเต็มไปหมด พ่อพูดไม่ได้แต่กระดิกนิ้ว ลมหายใจแผ่วเบามากแม้จะมีเครื่องช่วยก็ตามทีแต่ดูแล้วน่าใจหายจริงๆ เห็นพ่อวูบแรกบอกตัวเองได้คำเดียวว่าพ่อคงจะไปในอีกไม่นาน แน่ๆ พ่อจับมือแล้วพยายามใช้นิ้วจิ้มเขียนที่ฝ่ามือของลูก บอกว่าอย่าเข้าใกล้พ่อมากเดี๋ยวจะติดเชื้อ ให้พักผ่อนด้วยเดี๋ยวใม่สบาย หลังจากนั้นพ่อก็หลับไป &#8230;&#8230;. พยาบาลเข้ามาคุยด้วยบอกว่า ผู้ป่วยอยู่ในขั้นวิกฤติ เลยขอคุณพยาบาลนั่งเฝ้าพ่ออยู่หน้าห้องได้มั๊ย แค่มองกระจกเข้าไปเห็นพ่อก็พอแล้ว ไม่อยากให้พ่ออยู่คนเดียว ซึ่งเค้าก็ใจดีอนุญาติให้นั่งเฝ้าหน้าห้องได้&#8230;&#8230;.. ค่ำคืนนั้น &#8230;..รู้สึกเหงามากๆ นั่งมองพ่อในสภาพที่ไม่เคยมาก่อน จากคนที่เคยเข้มแข็งรับส่งลูกตลอด คอยเป็นกำลังใจให้ลูกเวลาเจ็บป่วย ไม่เคยปริปากบ่นว่าเหนื่อยสักคำ ตอนนี้ฮีโร่คนนี้นอนหมดสติบนเตียงน้ำตาไหลซึม มองแล้วเหมือนพ่อเป็นเด็กตัวเล็กๆที่ป่วยแล้วช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ &#8230;&#8230;..เห็นแล้วพี่กับแม่อดไม่ได้ที่จะร้องไห้กับการเปลี่ยนแปลงของผู้ชายที่เป็นเสาหลักของบ้านมาตลอด&#8230;. ตลอดทั้งคืนทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการนั่งจ้องมอนิเตอร์บอกชีพจรแล้วก็การเต้นของหัวใจ ของพ่อ &#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.ถ้าพ่อถึงคราวที่จะต้องจากไป ก็ขอให้พ่อไปอย่างสงบอย่าได้มีความเจ็บปวดทรมานใดๆ แต่ถ้าพ่อยังไม่ถึงวาระที่จะต้องไปก็ขอให้ท่านหายอย่าทรมานหน่วงเหนี่ยวท่านด้วยความเจ็บปวดจากอาการของโรคภัยไข้เจ็บเลย&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;.. หลายต่อหลายคนขอพรให้พ่อฟื้นขึ้นมาเป็นปกติ แต่ตามความคิดตัวเองนั้น&#8230;.คิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะยื้อท่านไว้ถ้าถึงเวลาที่ท่านจะต้องไปเมื่อสังขารของท่านเสื่อมลงขนาดนี้ ยังมีความเชื่อเรื่องการไปสบายของคน ถ้ามีห่วงหรือกังวลจะทำให้คนที่ไปนั้นไปอย่างไม่สงบ จริงๆก็อยากให้พ่อฟื้นกลับมาแข็งแรงให้ทุกอย่างเป็นดังเดิม แต่นั่นคงจะเป็นการขอที่เอาเปรีย