Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

อย่าเพิ่งบ่นว่าทำไมไม่เอารูปวินเซอร์มาขึ้นตามสัญญา ต้องรอหลังวันที่หนึ่งค่ะ ไม่มี

ที่ใส่รูปทำลิงค์แล้ว วันนี้ขอเมาท์แบบไม่มีรูปละกัน

หายไปหลายวันเพราะเป็นไข้หวัดใหญ่ นอนสลบไปหลายวัน แต่คริสมาสก็ยังหอบสัง

ขารเน่าๆไปกินไก่งวงกับเค้า ฮ่าๆ กินไก่งวงติดกันมาไม่รู้กี่วันละ ปีกจะงอก เหนียง

แบบไก่งวงจะถามหาละ เฮ้อ

เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะ วันนี้ไปเที่ยวมา กะไปดูของขวัญให้คุณมารดา มีคนแนะนำว่า

ไหนๆก็มาละ ไปลองเดิน Harrods สิ สวยดีนะ หรูดี ของเซลล์ด้วยตอนนี้ ก็เอาวะไปก็

ไป ไปชุบตัวกัน…..ด้วยความที่วันนี้เป็นวันที่สอง ของมหกรรมเซลล์ประจำปีของ

อิงแลนด์แดนแขกนั้น แม่เจ้าเว๊ย…..คนเยอะมากถึงมากที่สุดค่ะ เห็นถือถุงกระดาษ

กันเบริ่มตั้งแต่ในรถใต้ดิน  แต่ก็นะ ไม่รู้เป็นไรขึ้นรถใต้ดินเมืองผู้ดีทีไร มีเรื่องทุกที

รอบนี้ สายเก่าเจ้าเดิม Circle Line (ก็อีสายเดิมรอบที่แล้ว ที่เข้าใจว่าแผ่นดินไหว

เพราะรถมันโยกอะแหละ) ….ก็โหนไปดีๆนี่แหละค่ะ แล้วอยู่ดีๆมันดับกลางคันซะงั้น

ก็ชินแล้วล่ะ เพราะขึ้นทีไรมันต้องมีอะไรสักอย่างตลอด แต่ที่สำคัญ ตอนเครื่องมันชิ่ง

ดับเจ๊งบ๊งกลางคันนั้น มันไม่ได้จอดตรงสถานี มันเป็นอุโมงค์ แล้วมีท่อน้ำเยอะๆ และ

ด้วยความทีกระจกรถชิดผนังมากนั่นเอง ทำให้พวกเรา เหล่าผุ้โดยสาร เหลือบมอง

ไปเห็น หนูตัวเบอเร่อ บนอีท่อน้ำ ไม่ใช่ตัวเดียวนะคะ แต่มันเป็นหนูครอบครัว มากัน

สามตัวพ่อแม่ลูก พนูมันไต่ๆบนท่อ แล้วคิดดูสิด้วยความที่ตัวมันใหญ่มาก บวกกับรถ

ดับใกล้ๆกำแพง แม่เจ้า เหมือนลำตัวหนูมันแอบสีข้างๆกับกระจกรถใต้ดินเลยว่ะค่ะ

แล้วมันไม่ได้กลัวคนเลยนะ มันไต่กันสนุกมาก กระโดดดึ๊งไปมาก็มี แล้วหน้าตาน่า

เกลียดมาก อี๊ยยย…แต่ที่เด็ดกว่านั้น ผู้หญิงหลายคนที่ยืนด้วยกันมองเห็นหนูแล้ว

กรี๊ดกันขบวนรถไฟแทบแตกค่ะ ถุงกระดาษของเซลล์ตกกันระนาว แต่ที่เด็ดสุดคง

เป็นคนที่นั่งหันหลังให้กระจก พอเค้าเห็นคนกรี๊ด เค้าเลยหันหลังมองกระจก แม่เจ้า

หนูตัวเบอเร่อไต่มาตรงนั้นพอดี ชีกรี๊ดๆแล้วทิ้งกระเป๋า ผ้าพันคอไรให้วุ่น หนูสามตัว

พ่อแม่ลูกนี้ รู้สึกว่ามันค่อนข้างประสบความสำเร็จกับการปรากฎตัวครั้งแรกให้

สาธารณชนได้ยลโฉม เผลอๆอาจไต่ขึ้นชาร็ทเร็วกว่า Take That หรือ Duffy หรือ

เปล่าเราไม่รู้  แต่ที่แน่ๆกว่ารถไฟจะเคลื่อนตัวได้ เล่นเอาผู้โดยสารเพศแม่ เสียหลัก

เสียน้ำตา เสียสติ ไปหลายคน กลัวหนูจะกระโจนเข้ามาในรถไฟใต้ดินว่างั้น เทียบ

เรื่องรถไฟแล้วไม่รู้เมืองไทยหรือเมืองผู้ดีที่เป็นประเทศกำลังพัฒนา เอาวะ อย่างน้อย

ก็ยังไม่เคยเห็นหนูใต่ตามรถใต้ดินเมืองไทยละวะ แต่แอบคิดคนเดียวว่า รอบหน้า

รู้ละจะเอาอะไรเป็นของขวัญให้คนอังกฤษ จะไปกว้านซื้อไม้ไล่หนูนี่แหละ แจกมัน

เป็นของขวัญวันคริสมาสให้คนอังกฤษ ฮ่าๆ

เอาล่ะ ไปถึง Harrods กันได้แระ ก็เป็นห้างธรรมดาๆนี่แหละค่ะ ห้าชั้นมั๊งถ้าจำไม่ผิด

ตึกสีอิฐ มีไฟกระพริบติดระยิบระยับว่าเซลล แต่ไม่มีไฟติดว่าคนเยอะโคตร อย่าหลง

เข้าไปเชียว ….ฮึๆ  เห็นในทีวีดูมันหรูมากเลยนะ แต่ไปจริงๆแล้ว แอบเซ็งนิดหน่อย

ไม่เห็นเหมือนในทีวีเลย คนเดินละแวกนั้นก็แต่งตัวแนวเดียวกันหมด ออกแนว

คุณนายๆ แนว(พยายาม)รวยๆ ถือถุงเขียวๆเขียนว่า แฮรอดส์ เดินกันให้แซ่ด เข้าไป

แล้วหรูอย่างเดียว คงเป็นชุดยาม กับพนักงานนี่แหละ ที่มีโบติดเหนือหน่มน๊มข้างขวา

เหมือนป้ายบอกลำดับนางงามว่า Sale ตอนแรกแอบขำ ติดทำไมที่พนักงานวะ หรือ

ว่าพนักงานลดค่าตัว ฮ่าๆ แต่ๆ ไฮไลท์ของมันอยู่ที่

ซุ้ม แบรนด์เนมครับพี่น้อง ไม่ได้ตั้งใจจะไป แต่จะไปห้องน้ำยังไงต้องเดินผ่าน เหลือบ

ไปเห็น ซุ้ม GUCCI, PRADA, Dior นั่นโน่นนี่ เขียนว่า Sale 50%

เค้าเอาเชือกล้อมไว้ แล้วมีคนในนั้นเยอะมากก ตอนแรกนึกว่าเค้าจับฉลากกันป่าววะ

เพราะดูวุ่นวายมาก คนพยายามชี้ๆเอาของ แล้วพนักงานเหมือนคุยอะไรด้วยพยายาม

หยิบตาม แล้วก็มีเสียงกรี๊ดๆดีใจ จับฉลากแน่ๆ ชิงโชคแน่ๆ  คิดได้แบบนั้นพับฉี่เก็บ

กระเป๋าค่ะ เอาวะฉี่ทีหลังละกันเว๊ย ไปเล่นจับฉลากก่อน

มันไม่ใช่จับฉลากค่ะ แต่มันเป็นเซลล์ธรรมดาๆ ที่คนเยอะมากก และที่สำคัญ ไอ้คน

ที่เยอะๆน่ะไม่ใช่ชาติอังกฤษหรอก มีแต่คนจีนกับคนไทยครับพี่น้อง กรี๊ดกันแซ่ด

จวกหาของเซลล์กันอุตลุด จะไม่ให้รู้ว่าเป็นชาติไทยได้ไง ก็ฟังที่เค้าพูดกันสิ

….กรี๊ดๆ แกๆ เอาใบนั้นให้ได้นะ อย่าให้หลุดไปให้อีเจ๊จีนนั้นเชียว หลังการบินไทย

ยังแพงกว่าที่นี่เซลล์เลย….

….โห….คุ้มค่ากับการรอคอยนะ กลับไปจะเอาไปอวดเพื่อนที่ทำงาน เห็นพี่ฝ่ายบัญชี

เอามาอวดเพื่อนแล้วหมั่นไส้ โถ่เอ๊ยก๊อปหรือเปล่าไม่รู้ รอบนี้แหละกลับไทยชั้นชนะ

…..ราคาถูกมากเลยนะคะเนี่ย เงินปอนด์ก็ดิ่ง ……

และอีกสารพัด แต่ขอเซนเซอร์ไว้ละกัน

คือคนไทยเยอะจริงๆ เห็นแย่งกันน่ะ ฝรั่งนิดเดียว นอกนั้นพี่ไทยกับพี่จีนค่ะพี่น้อง

จะตบกันตาย ยืนต่อคิวจ่ายเงิน คาดว่ากุชชี่เซลล์รอบนี้ พี่ไทยเราคงสอยไปประมาณ

เปิดสาขาย่อยทีเมืองไทยได้ เหอๆ ตอนเดินหลงเข้าไป ขนาดไม่ได้เข้าไปมาก แค่รอบๆ

ยังแอบรู้สึกเลยว่า สงครามแบรนด์เนมส์ระหว่างผู้หญิงนี่มันน่ากลัวจริงๆ ตอนนั้น

ถามตัวเองว่า เฮ๊ยนี่ตูอยู่ลันดั๊น หรือว่าอยู่มิดไนท์เซลล์เซนทรัลลาดพร้าวว๊า ปอบลง

ค่ะปอบลง

เดินไปไหน ก็มีแต่คนไทยค่ะวันนี้ เหมือนเค้าเอากรุ๊ปทัวร์แบรนเนมส์มาลงหรือเปล่า

ไม่รู้ ฝ่ายชายก็ใช่น้อยหน้านะคะ Burberry อะไรเห็นยืนช้อปกันพรึ่ด เห็นแล้วงงเลย

ไม่คิดว่าชาติไทยเรา เศรษฐกิจไม่ดี แต่จะมีคนบินมาช้อปของแบรนเนมที่เมืองนอก

เยอะขนาดนี้ แล้วตั๋วเครื่องบินช่วงปีใหม่ถูกซะที่ไหน เห็นแล้วรู้สึกว่า เออว่ะ ยุโรปนี่

มันก็ฉลาดเหมือนกันนะ ทรัพยากรให้เที่ยวไม่ได้มีมากเหมือนบ้านเรา แต่เอาอย่างอื่น

มาล่อแทน เอาแบรนเนมส์ แล้วก็ค่านิยมความหรูหรา มาเป็น Tourist attractions

ซึ่งมันได้ผลมากกับมนุษย์เซลล์ผู้หญิง อำนาจการจับจ่ายของผู้หญิงนี่มันยิ่งใหญ่จริงๆ

ก็เข้าใจนะว่า อืมเงินเค้าจะทำไรก็ช่างเค้า แล้วนี่มันก็เซลล์เค้าอยากได้ของถูกก็ไม่

แปลก แต่ไม่รู้สิ เห็นคนไทยยืนกรี๊ดๆแย่งของแบรนเนมเซลล์กันแบบนั้นแล้วรู้สึก

ไม่ค่อยดีเท่าไร มันก็ดีที่คุณมีอำนาจการจับจ่าย แต่มองอีกด้านแล้วรู้สึกว่า ค่านิยม

ความฟุ้งเฟ้อของประเทศเรายังมีอยู่มาก ยังนิยมว่าการได้ครอบครองของแพงคือสิ่ง

ที่ดีที่สุด ซึ่งจริงๆด้วยความเห็นส่วนตัวแล้วมันไม่ใช่  หลายคนอาจคิดว่าเห้ย อัคติเกิน

ไปคิดมากไปหรือเปล่า แต่คุณต้องลองมาเห็น ภาพคนไทยยืนกรี๊ดๆแย่งกันจะตาย

ให้ได้กับแบรนเนมเซลล์ ในขณะที่อ่านข่าวหนังสือพิมพ์แล้วเศรษฐกิจไทยฮวบเอา

ฮวบเอา ฮึๆ เอาเถอะ กระเป๋าใครกระเป๋ามันเนอะ

สรุปแล้ววันนี้ไม่ได้อะไร นอกจากนั่งรถไฟไปดูหนู ดูคนไทยกับคนจีนรุมทึ้งของเซลล์

แต่จะว่าไปแล้วเมืองไทยเราน่าจะคิดทำแบรนด์ให้ดังๆ เกิดค่านิยมได้แบบนั้นบ้างนะ

เผื่อจัดมหกรรมให้คนยุโรปมาละลายเงินเมืองไทยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะต่อให้ประ

เทศสงครามแค่ไหน หรือบอกว่าไม่ปลอดภัย สนามบินปิด หรือไม่พูดอังกฤษ แต่ถ้าจัด

ให้มีมหกรรมแบรนเนมเซลล์นะ เชื่อเถอะมนุษย์เพศแม่ พร้อมใจกันฝ่ากระสุนมาแน่

คุณว่าจริงมั๊ย ???

Older Posts »